“Face shield” ใส่เดี่ยวๆไม่กันโควิด หมอจุฬาฯ ชี้! ต้องใส่หน้ากากอนามัยด้วย

“Face shield” ใส่เดี่ยวๆไม่กันโควิด หมอจุฬาฯ ชี้! ต้องใส่หน้ากากอนามัยด้วย

Face shield – ตลอดระยะเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 กลายเป็นสิ่งจำเป็น ที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา จนกลายเป็นสินค้าขาดตลาด ต้องหันมาใส่หน้ากากผ้า แม้แต่ในโรงพยาบาลก็มีข่าวออกมาให้เห็นว่าอุปกรณ์จำเป็นเหล่านี้นั้น “มีไม่พอใช้”

โลกออนไลน์ จึงมีกระแสสอนทำหน้ากากคลุมหน้า หรือ Face shield ออกมา บางคนทำออกมาขาย เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค บางคนเจตนาดีทำและนำไปช่วยบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน

แต่หลายคนยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้ากากคลุมหน้าตัวนี้…

โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Yong Poovorawan เกี่ยวกับหน้ากากดังกล่าว โดยระบุว่า

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

“โควิด 19 กับการควบคุมการระบาด กับหน้ากากคลุมหน้า face shield

เราได้บทเรียนจากจีน ในการควบคุมการระบาดได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่รณรงค์ให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย เก็บตัวอยู่ในบ้าน ตัดขาดจากสังคม ไม่มีการรวมกลุ่มคนเป็นกลุ่มก้อน กำหนดระยะห่างของบุคคลไม่น้อยกว่า 2 เมตร เป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างดี และประกอบด้วย ลดการเคลื่อนที่ของคน เพราะโรคนี้เป็นการติดต่อระหว่างคนสู่คน


การใส่หน้ากากอนามัย ในยามที่มีการระบาดแบบนี้ เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สำหรับหน้ากากคลุมหน้า face shield เราจะให้บุคลากรทางการแพทย์ และจะต้องใส่ทั้งหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะ N95 แว่นตา goggle เพื่อป้องกันการติดโรคให้สมบูรณ์ ในคนปกติ ที่มีข่าวออกมาให้ใส่หน้ากากคลุมหน้า face shield
แทนการใส่หน้ากากอนามัย จึงไม่เป็นอันสมควร เพราะยังมีช่องเข้าสู่จมูกและปาก และ หน้าตา
แต่ถ้าใครจะใส่หน้ากากอนามัย และคลุมด้วยหน้ากากคลุมหน้า face shield ในคนปกติก็ไม่ว่ากัน หน้ากากคลุมหน้าที่ใช้พลาสติกบางใสๆ อ่อนไปอ่อนมา จะยิ่งลดความปลอดภัยลงอีก แต่ต้องไม่ลืมว่า จะต้องใส่หน้ากากอนามัยด้วย

ขอบคุณรูปภาพจากมติชน

จีนประสบความสำเร็จ ด้วยการกำหนดระยะห่างของบุคคล ไม่ให้ต่ำกว่า 2 เมตรและลดการรวมบุคคลหมู่มาก
จนในที่สุด ผู้ป่วยในจีนสามารถลดลงและควบคุมได้ทั้งที่เป็นประเทศใหญ่โต และมีการระบาดอย่างกว้างขวาง เราควรเอาบทเรียนจากประเทศจีน ในการใส่หน้ากากอนามัย การกำหนดระยะห่างของบุคคล personal distancing ระยะห่างของสังคม social distancing เก็บตัวอยู่ในบ้านลดการเคลื่อนไหวลดการติดต่อระหว่างคนสู่คน ถ้าทุกคนช่วยกัน เราจะสามารถควบคุมโรคระบาดนี้ได้อย่างแน่นอน”

บทความก่อนหน้านี้กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานศูนย์ฝึกอบรม ให้เป็นที่ฟื้นฟูผู้ป่วยโควิด-19
บทความถัดไป‘เราไม่ทิ้งกัน’ ลงทะเบียนทะลุ 19.8 ล้านราย เผยใช้เวลาอย่างน้อย 7 วัน คัดคนที่ผ่านเกณฑ์