“เราเกิดในรัชกาลที่9” ผลงานจากใจ ‘คนเขียนบทของพระราชา’

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร นำมาซึ่งความโศกเศร้าท่วมท้นจิตใจพสกนิกรไทยทั้งปวง บ้างร่ำไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ บ้างหลั่งน้ำตาสะท้านในอก

ทว่าไม่น้อยนอกจากแสดงความรู้สึกผ่านคราบน้ำตา ยังลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ หนึ่งในนั้นก็คือ เกลือ เป็นต่อ – กิตติ เชี่ยววงศ์กุล ผู้กำกับและนักเขียนบทชื่อดัง กับทีมบทซิทคอม ช่อง ONE 31 ที่เรียกตัวเองว่า ‘คนเขียนบทของพระราชา’

“เนื่องจากทุกคนเสียใจจากการจากไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราเห็นนักดนตรีเล่นดนตรีถวายท่าน เห็นจิตรกรวาดรูปถวายท่าน ทุกคนทำสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองเพื่อถวายความอาลัย เลยคิดว่าเราควรทำอะไรบ้างในฐานะวิชาชีพนี้เลยจะทำละครเทิดพระเกียรติ” เกลือเป็นต่อบอกถึงที่มาของละครเรื่องใหม่

ละครเรื่องที่พวกเขาตั้งใจกันสุดฝีมือ และพร้อมใจกันให้ชื่อว่า “เราเกิดในรัชกาลที่ 9”

โดยเกลือว่า “ทุกคนทุ่มเทมาก”

“เราดูสารคดี ดูข่าว รู้สึกว่าเราควรต้องทำอะไรสักอย่าง แสดงความรักด้วยอะไรสักอย่าง คิดว่าควรทำอะไรดี น้องๆ ทีมงานทุกคนส่งมาว่าผมอยากทำละครที่เทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูก เพราะเป็นการทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อให้พระองค์ท่าน”

“ผมก็บอกทุกคนว่าตอนนี้เราไม่ได้มีเงิน เราต้องใช้แรงใจของเราทั้งหมด ทุกคนจะทำไหม ทุกคนทำ ผมก็โทรหาฟิล์มโปรดักชั่นว่าจะทำโปรเจ็กต์นี้แต่ไม่มีเงินให้นะ ทุกคนพร้อมทำ เราก็ภูมิใจ ดีใจมาก ทุกคนรัก อยากทำอะไรเพื่อพระองค์”

แล้วสิ่งที่เริ่มคิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ก็กลายเป็นรูปเป็นร่างในวันที่ 17 ตุลาคม

ดังที่คนทำย้ำ “เป็นโปรเจ็กต์ที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน”

และแม้จะยังไม่มีกำหนดออกอากาศ แต่สำหรับเนื้อหาจะเป็นการนำเสนอในแง่ของประชาชนว่ารู้สึกอย่างไรกับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักสุดหัวใจ ตลอดจนสิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

“ท่านเป็นแรงบันดาลใจ เป็นบุคคลที่สร้างพลังให้กับผมมาตลอด” เกลือเล่าด้วยความตื้นตัน

ก่อนจะบอก “ทุกสิ่งที่พระองค์ทำ พระองค์สอน เป็นสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตเรา พระองค์ท่านนำพาให้หลายคนทำอะไรหลายอย่าง ผมมองพระองค์ท่านเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ไม่มีใครที่จะมีพลังงาน มีความสามารถ ไม่มีศักยภาพในทุกด้านอย่างเช่นพระองค์ ใครจะเสกฝนได้ ท่านเหมือนเทวดา ยอดมนุษย์ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้เราทำสิ่งต่างๆ ที่เหลือเชื่อ เพราะพลังจากท่านถ่ายทอดถึงคนอื่นๆ เป็นพลังที่เกินกว่าใครๆ”

และอาจเป็นเพราะหลายคนคิดเหมือนกัน ดังนั้นพอกระจายข่าวไปว่าใครอยากร่วมทำงานละครเทิดพระเกียรติบ้างก็มีดารานักแสดงสนใจกันหลายคน แม้งานนี้จะเป็น “งานจิตอาสา” ที่ไม่ได้ค่าตัวก็ตาม

“ความพิเศษของละครเรื่องนี้ เราจะเรียกว่าละคร 0 บาท” เกลือเล่า

พร้อมเหตุผลว่า “เพราะทุกคนมาทำด้วยการอาสาสมัคร ไม่ได้ค่าตัว เป็นเรื่องแรกที่ทำยังงี้ ตื่นเต้นมาก เราจะเอาทุกอย่างที่เรามีใส่ลงไป”

ถึงอย่างนั้น “แม้จะไม่มีมูลค่าในด้านตัวเงิน แต่มีมูลค่าด้านศรัทธา ด้านแรงใจของทุกคน”

โดยเฉพาะแรงใจของ ‘คนเขียนบทของพระราชา’ ที่เขาเผยถึงที่มาของคำนี้ว่า “มาจากรุ่นน้องคนหนึ่งพูดขึ้นมา ผมบอกว่าใช่ ทุกคนเป็นคนของพระราชา ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองที่ทำอย่างภูมิใจ แม่ค้าของพระราชา ทหารของพระราชา หมอของพระราชา”

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a2-768x781

“ทุกคนใช้แรงบันดาลใจจากพระองค์ฺเพื่อให้เราทำหน้าที่ของตัวเอง ทุกหน้าที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศ สิ่งที่เราทำมีคุณค่า”

“ทุกคนคือประชาชนของพระราชา ทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ ทำให้ประเทศไทยของเรา”

“อย่างผมรู้สึกว่าภาระหน้าที่ของเราในฐานะสื่อมวลชนคนทำละคร คนทำละครต้องสร้างรอยยิ้มกลับคืนมาสู่ประเทศให้ทุกคนมีพลังชีวิต ได้เดินหน้าตามหน้าที่ของเรา ผมเชื่อว่าถ้าพระองค์อยู่ก็คงอยากเห็นลูกๆ กลับมามีรอยยิ้ม แล้วก็พัฒนาประเทศต่อไป”

และถึงจะตั้งใจเต็มที่ แต่คนทำยืนยันว่าไม่กดดันแม้แต่น้อย

“ไม่มีความกดดันในการทำงานนี้เลย” เกลือย้ำ

“มีแต่ความเต็มใจ ภูมิใจได้ใช้แรงใจของเรา ความสามารถของเราที่มีมาทำงานให้พระองค์ เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจ เป็นความอยากที่อยากทำเพื่อพระองค์ แค่ได้ทำก็เป็นความภูมิใจ”

“ซึ่งพอคิดที่จะทำก็ไปกราบที่หน้าวัง ขอให้ท่านมอบความกล้าหาญ พลัง ให้อดทนทำโปรเจ็กต์นี้ เพื่อทำหน้าที่นี้่ที่สำคัญให้ได้”

โดยเป้าหมายนั้น “อย่างแรกทำให้คนเกิดความภาคภูมิใจว่าเราทุกคนได้อยู่ในสมัยรัชกาลที่ 9”

“อย่างที่สอง เราจะทำให้คนรู้สึกว่า เราจะผ่านสิ่งเลวร้ายนี้ หยัดยืนด้วยกันต่อไป ขณะเดียวกันทำให้คนรู้ว่าพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ทำไมคนถึงรักพระองค์มากขนาดนี้”

“3 ข้อนี้ที่ผมต้องทำให้ได้”

และทำอย่างดีที่สุด ในฐานะ ‘คนเขียนบทของพระราชา’

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา มติชน