“Cafe Bora” ขนมหวานสไตล์เกาหลี ชูไฮไลต์ เซตเมนู “สารพัดมันม่วง”

“Cafe Bora” ขนมหวานสไตล์เกาหลี ชูไฮไลต์ เซตเมนู “สารพัดมันม่วง”

 “Cafe Bora-คาเฟ่ โบร่า”  คาเฟ่ขนมหวานสไตล์เกาหลี สาขาสยามพารากอน ตั้งอยู่บริเวณชั้น 4 ใกล้ Food passage ตรงข้างบันไดเลื่อน มีหญิงสาวร่างเล็ก อย่าง คุณหญิง-สุจิตรา พรหมเดเวช  วัย 29 ปี เป็นเจ้าของร้าน

ร้านขนมหวานแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นร้านที่ฮิตในหมู่คนหลากหลาย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน และ ผู้ที่ชื่นชอบขนมหวาน อีกร้านหนึ่งเลยทีเดียว

คุณหญิง-สุจิตรา พรหมเดเวช สาวอุดรฯ วัย 29 ปี เจ้าของร้าน

ร้านคาเฟ่ขนมหวานแห่งนี้เปิดมาได้ 1 ปีแล้ว คุณหญิงเล่าให้ฟังว่า ในตอนแรก เธอไม่เคยคิดที่จะเปิดร้านขนมหวานเสียด้วยซ้ำ เพราะช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวอยู่ วันหนึ่งก็ได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีคาเฟ่มากมาย และหนึ่งในร้านยอดฮิตของที่นั่นก็คือ ร้านคาเฟ่ โบร่า (Cafe Bora) เธอจึงไม่รอช้าที่จะไปลิ้มลองขนมหวานจากร้านดังแห่งนี้ ตามประสาคนชื่นชอบของหวาน

เมื่อได้ลองทานก็เกิดความประทับใจในรสชาติ และเธอกลับมาที่ประเทศไทยได้สักพัก ก็คิดอยากจะเปิดร้านขนมหวานเป็นธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจปรึกษากับครอบครัว และออกมาทำธุรกิจขนมหวานในที่สุด

บรรยากาศร้านในช่วงที่ห้างเปิดให้บริการ

กว่าจะติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์มาเปิดในประเทศไทยได้นั้น ไม่ได้ยุ่งยากเท่าไหร่นัก หากแต่เป็นเรื่องของการใช้ความอดทนและการทำความรู้จักกันและกันกับทางแบรนด์แม่มากกว่า ต้องมีการพูดคุยทำความรู้จักกันเสียก่อน จึงจะยอมตกลงขายแฟรนไชส์กัน เธอจึงเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ โบร่า สาขาประเทศไทยเจ้าแรกและเจ้าเดียว

เมนูของหวานมีหลากหลาย ทั้งเครื่องดื่ม ทีรามิสุ โทสต์ บิงซู และไอศกรีม โดยเมนูขายดี ที่คุณหญิงแนะนำ คือ เซตมันม่วง ที่ประกอบไปด้วย บิงซูมันม่วง, ไอศกรีมมันม่วง และ ทีรามิสุมันม่วง ส่วนเมนูแนะนำอีกเมนู คือ โทสต์มันม่วง

เซตมันม่วง 

จะเห็นได้ว่าเมนูแนะนำ และเมนูขนมของทางร้านส่วนใหญ่ มีส่วนผสมของ “มันม่วง” ซึ่งเคยมีกระแสฟีเวอร์ไปเมื่อปีสองปีก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เมนูมันม่วง” จะยังคง “อยู่ในกระแส” และ “ขายได้” อีกนานเท่าไหร่

เธอตอบว่า ปกติคนไทยทานมันมาโดยตลอด อีกทั้งเทรนด์ต่างๆ มีขึ้นมีลง ผู้ประกอบการทุกคนตระหนักในข้อนี้ดี ย่อมต้องเตรียมวิธีการรับมือแก้ไขเอาไว้

เธอรู้อยู่เสมอว่า การทำธุรกิจร้านขนม ย่อมมีคู่แข่งมากมายที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน ทำให้ต้องมีการรับมือและปรับตัวอยู่แล้ว ยิ่งร้านคาเฟ่ โบรา ที่คอนเซ็ปต์ร้านที่ชัดเจนคือ การขายเมนูมันม่วง ก็มีวิธีการจัดการกับปัญหาเช่นกัน

โดยทางร้านมีเมนูอื่น นอกเหนือจากมันม่วงเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าอยู่แล้ว อย่าง ไอศกรีมชาเขียว ทีรามิสุชาเขียว บิงซูถั่วแดง บิงซูชาเอิร์ลเกรย์ รวมถึง ชา กาแฟ เครื่องดื่มร้อน-เย็นต่างๆ

มันม่วงจะยังขายได้ไหม ตรงนี้เธอมองว่า มันม่วง ก็เหมือนกับ มะเขือเทศ เป็นอาหารที่คนทานอยู่ประจำอยู่แล้ว จนกระทั่งเวลาหนึ่งดันกลายเป็นกระแสขึ้นมา สักพักก็มีกระแสใหม่เข้ามาแทนที่ ทำให้ค่อยๆ เงียบตัวลง แต่ถามว่าคนยังทานมะเขือเทศกันอยู่หรือไม่ ก็ยังมีคนที่ทานอยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มเฉพาะ อย่างคนที่ชอบทานมันม่วงอยู่แล้ว หรือกลุ่มคนรักสุขภาพ มันก็เลยไม่ได้แมส เกิดเป็นกระแสฮิตฟีเวอร์เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง”

โทสต์มันม่วง

ในด้านคู่แข่ง ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านขนมหวาน มีการออกแบบ จัดร้าน จำหน่ายเมนู ในลักษณะคล้ายคลึงกันในหลายๆ เจ้า จนอาจเกิดความคิดที่ว่า “กินที่ไหนก็เหมือนกัน” หรือไม่ เธอแสดงความเห็นไว้ว่า

“เอกลักษณ์ของร้านคาเฟ่ โบร่า คือ การเสิร์ฟขนมหวานเป็นเซตเมนูแบบเกาหลี ในปัจจุบันมีคนทำร้าน ทำเมนูแบบเกาหลี เสิร์ฟเป็นเซตเหมือนกันเยอะมาก หญิงมองว่า มันทำให้ลูกค้ามีตัวเปรียบเทียบ เห็นถึงความต่างได้ชัดเจน ไม่ใช่ว่ามีคนเลียนสไตล์ร้านแล้วมันจะขายไม่ได้ เพราะสิ่งชี้วัดว่าร้านอยู่ได้หรือไม่ คือ คุณภาพของสินค้าที่ขายต่างหาก ”

มาถึงรายได้ คุณหญิง กล่าวว่า เดือนๆ หนึ่งเธอมีรายได้จากธุรกิจขนมหวานประมาณ 3 แสนบาท และเธอเองก็คาดหวังว่าปีต่อๆ ไปรายได้จะเพิ่มขึ้น และคืนทุนได้ภายใน 3 – 5  ปี และในอนาคตเธอได้วางแผนร้านเอาไว้ว่า จะขยายไลน์ขนมให้หลากหลาย เพื่อให้กลุ่มคนอื่นๆ สามารถจับต้องได้มากขึ้น

หากใครสนใจ สามารถไปทานขนมหวานคาเฟ่ โบรา ได้ที่ สยามพารากอน ชั้น 4 ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. นอกจากนั้นก็มีสาขา 2 อยู่ที่ไอคอนสยาม ชั้น 5 เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น.

บทความก่อนหน้านี้ไขความลับ เปิดร้านชาไข่มุกยังไงให้ปัง โดนใจเจนวาย สไตล์ ATM Tea Bar
บทความถัดไปจากภูมิปัญญาในเชี่ยนหมาก สู่ “สีผึ้งคำน่อย” สีผึ้งของคนรุ่นใหม่