สากพลิกวิกฤต! เจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่ ผันตัวทำ ส้มตำยำสำเร็จรูป ขายดีจนได้ขึ้นห้าง

สากกะเบือพลิกวิกฤต! เจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่ ผันตัวทำ ส้มตำยำสำเร็จรูป ขายดีจนได้ขึ้นห้างทั่วประเทศ

คุณนวลจันทร์ คำใบ เจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่ เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่เธอไม่ยอมแพ้ ฮึดสู้หันมาจับ สากกะเบือ ประกอบอาชีพขายส้มตำหน้าบ้าน หารายได้เลี้ยงดูทีมงาน จากจุดนั้น กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต สร้างโอกาสครั้งใหม่ แจ้งเกิดธุรกิจ ส้มตำยำสำเร็จรูป ที่วันนี้ วางเฉิดฉายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วประเทศ ภายใต้แบรนด์ เจ๊นวลจันทร์  

คุณนวลจันทร์ คำใบ เจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่ และ คุณธวัช  ยุวรรณศรี

สาวแกร่ง เล่าย้อนจุดเปลี่ยนชีวิต เดิมเปิดร้านกฤษเพชนะจิวเวลรี่ เป็นหนึ่งในสินค้าโอท็อประดับจังหวัดปทุมธานี กระทั่ง เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 สินค้าจิวเวลรี่ จัดเป็นของฟุ่มเฟือย คนส่วนใหญ่ต้องประหยัด ใช้จ่ายเฉพาะของจำเป็น กระทบยอดขายตกอย่างรุนแรง งานแฟร์และหน้าร้าน ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้

“ตอนที่ไม่มีออร์เดอร์จิวเวลรี่  ก็คุยกับลูกน้องว่า จะช่วยกัน หารายได้ ขายส้มตำหน้าบ้าน เพราะอย่างน้อย ถ้าขายไม่ได้ ก็ยังมีอาหารให้ลูกน้องได้กิน ซึ่งหมู่บ้านที่อยู่มีกว่า 400 ครัวเรือน ขณะที่คนออกไปหาซื้ออาหารกินข้างนอกได้ยาก ทำให้ขายดีเกินคาด แถมเกิดกระแสบอกต่อผ่านสื่อต่างๆ ยิ่งขายดีเพิ่มขึ้น มีออร์เดอร์สั่งผ่านดีลิเวอรี่แน่นตลอด” คุณนวลจันทร์ เผยสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนอาชีพจากร้านจิวเวลรี่มาขายส้มตำ

คุณนวลจันทร์ คำใบ เจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่ ผู้ผันตัวมาขายส้มตำยำสำเร็จรูป

จากขายหน้าบ้าน ถูกต่อยอดมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ “ส้มตำยำสำเร็จรูป” ได้อย่างไร? “คุณธวัช  ยุวรรณศรี” (สามีคุณนวลจันทร์) เล่าให้ฟังว่า เกิดจากลูกค้าเรียกร้อง ในช่วงค่ำหลังปิดร้านแล้ว ลูกค้าก็ยังโทรมาสั่ง ยิ่งในช่วงประกาศล็อกดาวน์ ร้านค้าต้องปิดเร็ว ลูกค้ายิ่งหาอาหารรับประทานยากขึ้นไปอีก

ทำให้เกิดไอเดียจะทำ “ส้มตำยำสำเร็จรูป” ส่งขายห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อเก็บไว้ในตู้เย็น นำออกมากินได้ตลอดเวลาที่ต้องการ จึงเริ่มธุรกิจส้มตำยำสำเร็จรูปจริงจัง ผลิตและจำหน่าย ภายใต้ บริษัท ผักดองโบราณ จำกัด ตั้งชื่อแบรนด์ง่ายๆ ตรงไปตรงมาตามชื่อที่ลูกค้ามักเรียกภรรยาว่า “เจ๊นวลจันทร์”

“เราเริ่มจากศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง ถ้าจะส่งสินค้าประเภทนี้เข้าห้างต้องทำอย่างไรบ้าง จากนั้นก็พัฒนาให้ได้มาตรฐานต่างๆ ทั้งการผลิต มีห้องเย็น ทำบรรจุภัณฑ์ที่เก็บอาหารได้เหมาะสม ส่วนเรื่องรสชาติ อาศัยทำแจกฟรีให้คนรอบตัว ลองชิม เน้นรสชาติกลมกล่อมเหมาะกับคนเมือง เมื่อได้รสชาติลงตัวแล้ว ก็จดสูตรแบบชั่งตวงวัดไว้ เพื่อเป็นมาตรฐาน ทำกี่ครั้งก็ได้รสชาติเหมือนเดิม” คุณนวลจันทร์ เสริม

ทั้งนี้ การจะส่งสินค้าขายในห้างสรรพสินค้าได้ คุณธวัช บอกด้วยว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ “เงินทุน” เพราะจำเป็นต้องซื้อเครื่องจักรใช้ผลิตสินค้าได้คุณภาพและปริมาณตามที่ห้างกำหนด นอกจากนั้น ยังต้องสต๊อกวัตถุดิบต่างๆ ไว้ใช้ ทั้งบรรจุภัณฑ์ สติ๊กเกอร์ ฯลฯ ซึ่งทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เข้ามาเติมทุนผ่านสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ช่วยสนับสนุนธุรกิจให้สามารถส่งสินค้าเข้าห้างได้สำเร็จ

“การทำงานกับห้าง หนึ่งในเงื่อนไขสัญญาถามว่า คุณมีสถาบันการเงินรับรองไหม ตอนไปเสนอครั้งแรก เรายังไม่มี จนเมื่อเสนอครั้งที่สอง ซึ่งเราเป็นลูกค้า SME D Bank แล้ว ก็เสมือนธนาคารช่วยการันตีธุรกิจของเรา เพราะทุกธุรกิจ ถ้าอยากจะโต จำเป็นต้องก้าวไปกับสถาบันการเงิน แล้วแต่ผู้ประกอบการจะเลือกใช้ที่ใด แต่สำหรับเรา เลือก SME D Bank เพราะบริการ เอาใจใส่ คอยดูแลเราอย่างดีมาก จนช่วยให้วันนี้เราสามารถส่งสินค้าเข้าห้างได้แล้ว” คุณนวลจันทร์ กล่าว

ส้มตำยำสำเร็จรูป “เจ๊นวลจันทร์” จุดเด่นเลือกใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงคุณภาพสดใหม่ อย่างน้ำตาลปี๊บเจาะจงจากบ้านแพ้ว ทำให้ได้รสหวานหอม เส้นมะละกอ กรอบ ไม่เซ็ง ปัจจุบัน มีสินค้า 9 รายการ เช่น ตำไทย ตำลาว ตำโคราช ยำมะม่วง ยำลาวมะม่วง หน่อไม้หวานปลาร้าบอง เป็นต้น ราคากล่องละ 45 บาท ไม่ใส่สารกันเสียใดๆ ทั้งสิ้น

 

วิธีการนำมารับประทานง่ายๆ แค่ฉีกฝาพลาสติกแล้วคลุกเคล้าส่วนผสมอย่างมะละกอ กุ้งแห้ง ถั่วลิสง กับน้ำปรุงรส เข้าด้วยกัน ก็จะได้เมนูสุดแซ่บ สามารถยืดอายุเก็บรักษาในตู้เย็นได้ประมาณ 10 วัน มีช่องทางขายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วประเทศ

คุณนวลจันทร์ กล่าวในตอนท้ายว่า วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทุกคนล้วนได้รับผลกระทบ ถ้าไม่ยอมแพ้ เชื่อมั่นว่า โอกาสยังมีเสมอ สิ่งสำคัญ ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง อย่างตัวเอง ถ้ายังขายจิวเวลรี่ต่อไป คงไปไม่รอดแน่นอน แต่เพราะกล้าที่จะออกมาขายส้มตำ วันนี้ จึงก้าวผ่านวิกฤตมาได้