27-28 พ.ค.ทัวร์เกษตรสัญจร จันทบุรี – ตราด อลังการผลไม้ไทย ชิมสดๆ จากต้นที่สวน

เมื่อถึงฤดูกาลของผลไม้ตะวันออก มติชนอคาเดมี อาสาพาไปทัวร์ และทุกครั้งเป็นการพาไปโดยสอดแทรกสาระอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแค่พาไปให้ได้สัมผัส แต่ลงลึกถึงกระบวนการ ขั้นตอน กรรมวิธี และทุกๆ การจัดการกว่าจะมาเป็นสวนแต่ละสวนเริ่มด้วยการตะลุยสวนที่เกษตรกรในตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่รวมกลุ่มกันแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกตำ โดยการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักษ์เขาบายศรีขึ้น เมื่อปี 2544 ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยความเข้มแข็งของการจัดตั้งกลุ่มขึ้นนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมาก และช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรเมื่อเกิดภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ

ชาวเขาบายศรีมีอาชีพหลักคือ การทำสวนผลไม้ เมื่อมีการรวมกลุ่มเกษตรกรเกิดขึ้น จึงเป็นการรวมตัวของสวนผลไม้พื้นที่กว่า 100 ไร่ จุดเด่นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ แห่งนี้คือ ทุเรียนพันธุ์โบราณที่ยังยืนต้นสูงให้ได้ชม อาทิ พันธุ์หัวบ่อ พันธุ์รจนา รวมถึงทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านอย่างพันธุ์พวงมณี และทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ชะนี และกระดุม ที่ยังคงเป็นสายพันธุ์ทั่วไปในปัจจุบัน ที่สำคัญที่สุดของวิสาหกิจชุมชนฯ แห่งนี้ เป็นการทำสวนผลไม้โดยไม่พึ่งสารเคมี เรียกได้ว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ใส่ใจผู้บริโภค ต่อเนื่องในวันเดียวกันที่สวนสละสุมาลี ของ คุณปรีชา ปิยารมย์ เกษตรกรดีเด่น ปี 2554

สาขาทำสวน จังหวัดจันทบุรี สวนสละสุมาลีแห่งนี้มีกระบวนการดูแลสวนอย่างเป็นระบบ มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดความชื้นของดิน เพื่อให้นำในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของต้นไม้ ใช้ซากผลผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้กับต้นไม้ ส่วนมูลสัตว์ถือเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพ ทำหน้าที่ย่อยสลายซากพืชและปรับปรุงดิน สวนสละสุมาลี ลงทุนไร่ละ 15,000 บาท แต่สามารถเก็บผลผลิตคุณภาพขายได้มากถึง 100,000 บาท คุณปรีชา บอกว่า การเลือกสายพันธุ์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ได้ผลตอบแทนสูง พันธุ์สุมาลี เป็นพันธุ์ที่ขายได้ราคาและเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดปี การปลูกสละสุมาลีไม่ใช่เรื่องยากแต่ควรใส่ใจหลังลงปลูก 20 เดือน ให้ปุ๋ย 13-10-21 สลับกับปุ๋ยสูตร 15-0-0 ช่วยให้กอสละแข็งแรงและเริ่มสร้างดอก การทำให้ติดผลจำเป็นต้องเก็บดอกตัวผู้มาผสมกับดอกตัวเมีย ตลอดระยะเวลาการติดผลต้องให้นำทุก 3 วัน และตัดแต่งดอกสละ 1 คาน (ช่อ) ให้เหลือผลสละเพียง 5 กระปุก (พวง) เพื่อให้สละแต่ละผลอวบใหญ่สมบูรณ์

ครั้งนี้คุณปรีชา มีสละสุมาลีที่การันตีรสชาติดีไว้ให้ชิมกันกลางสวน ไปถึงจันทบุรี เมนูที่ไม่ควรพลาดอย่างที่สุด คือ “หมูชะมวง” เป็นเมนูที่จำเป็นต้องได้ชิม หมูชะมวง เป็นเมนูอาหารไทยเมนูหนึ่ง จัดเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี หากจะหาซื้อรับประทานนอกเหนือจากที่จังหวัดจันทบุรีแล้ว ก็จะมีใบชะมวงในภาคใต้บางจังหวัด ดังนั้น โอกาสได้รับประทานใบชะมวงมีน้อยมาก เมื่อมาถึงถิ่นก็ไม่ควรพลาด ลองดูเครื่องแกงสำหรับทำหมูชะมวงกันดีกว่า เครื่องแกงเมนูหมูชะมวง ประกอบด้วย ตะไคร้ ข่า กระเทียม หัวหอม พริกแห้ง มะขามเปียก เกลือ และใบชะมวง วิธีทำอย่างย่อ นำเครื่องเคียงทั้งหมดมาหั่นซอย จากนั้นนำมาคั่วรวมกัน คั่วไปเรื่อยๆ กระทั่งเข้ากันเป็นนำแกง นำหมูสามชั้นมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ส่วนใบชะมวงเด็ดเป็นใบเล็กๆ แล้วขยำ เพื่อให้นำจากใบชะมวงออกรสชาติ สุดท้ายคือนำกระทะตั้ง นำนำแกงที่คั่วไว้ใส่พร้อมกับใบชะมวงที่ขยำ รวมถึงหมูสามชั้นที่หั่นไว้ ผัดให้เข้ากัน และเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าหมูสามชั้นจะเปื่อยได้ที่ เท่านั้นก็ยกลงเสิร์ฟได้ ที่ต้องยกความน่ารับประทานของเมนูพื้นบ้านมาเสิร์ฟในที่นี้ ก็เพราะการเดินทางครั้งนี้ มีเมนูหมูชะมวง เป็นเมนูพิเศษในมื้อกลางวันวันแรกของการเดินทาง ที่จริง

 

รายละเอียดของการเดินทางครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ หากไม่ได้ชิมทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ก็คงไม่ใช่การจัดทัวร์มหัศจรรย์อาณาจักรผลไม้ภาคตะวันออก แต่ขอติดไว้ให้อ่านเพียงเท่านี้ ฉบับหน้ามีรายละเอียดของการเดินทางในวันที่ 2 มาให้อ่านกัน แต่หากสนใจเดินทางไปกับทัวร์ “มหัศจรรย์อาณาจักรผลไม้ภาคตะวันออก” ที่จะมีขึ้นใน วันที่ 27-28 พฤษภาคม 2560 ที่จะถึงนี้ ก็สำรองที่นั่งกันได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ (02)954-3977-84 ต่อ 2123,2124 และ (082) 993-9097, (082)993-9105