7 วิธีกระตุ้นสมองให้ฉลาด ตื่นตัว อยู่เสมอ

7 วิธีกระตุ้นสมองให้ฉลาด ตื่นตัว อยู่เสมอ

สมองคนเราจะต้องมีศักยภาพดี มีความตื่นตัวพร้อมรับ เรียนรู้ ปรับพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ก้าวล้ำอยู่เสมอ นี่จึงเป็นเคล็ดลับที่สามารถเพิ่มพลังให้สมองคนเราทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง #พัฒนาสมอง #bangkokbank #bangkokbanksme #sme

เพื่อรักษาสภาพความมั่นคงด้านการเงิน การงาน ของตัวเองไว้ไม่ให้ถูกแทนที่ด้วย AI สมองมนุษย์เราจะต้องมีศักยภาพดี มีความตื่นตัวพร้อมรับ เรียนรู้ ปรับพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ก้าวล้ำนำเหนือ AI ให้ได้อยู่เสมอ แม้ในความเป็นจริงสมองมนุษย์ธรรมดาทั่วไป อาจมีศักยภาพความฉลาดล้ำได้ไม่เทียบเท่าของ AI ก็ตาม แต่ก็มีหลายสิ่งที่สมอง AI ไม่สามารถพัฒนาได้ตามอย่างสมองมนุษย์ นั่นคือ

การเพิ่มทักษะทางสังคม (Soft Skill) และทักษะการจัดสรรทรัพยากรในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนหมั่นอัพเดตการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพ ฉลาดล้ำ ตื่นตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ยังสามารถรักษาสถานภาพการเป็นพนักงานได้ต่อไปโดยไม่ถูก AI มาแทนที่ ซึ่งมีเทคนิคเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้ฉลาดล้ำ ได้ในทุกช่วงวัย และทำให้สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนี้  

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

1. ออกกำลังกายโดยเฉพาะในช่วงเช้า

นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายภายในแข็งแรง และรูปร่างภายนอกกระชับได้สัดส่วนแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยทำให้ระบบเลือดในสมองไหลเวียนได้ดี ช่วยเพิ่มพลัง เพิ่มความตื่นตัว และคล่องตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันมากขึ้น ทำให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยมีผลลัพธ์มาจากการวิจัยเรื่องนี้ในสมองลิง ซึ่งให้ผลดีกับสมองมนุษย์ด้วยเช่นกัน

2. หันหน้าเข้าหาแสงสว่างในตอนเช้า

แสงอาทิตย์มีผลต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของสมองโดยตรง โดยแสงในยามเช้าจะไปช่วยกระตุ้นให้เกิดสารโดปามีน (dopamine) ที่ทำให้เรามีความสุขมากขึ้นด้วย

3. ฟังเพลงโปรด

เพราะจังหวะของดนตรีที่โปรดปราน ช่วยสร้างพัฒนาการให้แก่สมองได้ โดยดนตรีจะไปกระตุ้นให้เกิดสารต่างๆ ในสมอง เช่น สารโดปามีนหรือสารความสุข ที่เมื่อถูกหลั่งออกมาแล้วจะส่งผลต่ออารมณ์ให้มีความตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิมากขึ้น และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รอบตัว ซึ่งการฟังดนตรีในช่วงเวลาปกติทั่วไป ที่ไม่ใช่ฟังเพื่อตอกย้ำปมการอกหัก ผิดหวัง จะทำให้มีความสุข อารมณ์ดี จึงมีผลต่อศักยภาพในการทำงานของสมองที่ดีขึ้นได้

4. อาบน้ำเย็นเป็นประจำ

เป็นการใช้พลังงานความเย็นของน้ำช่วยปลุกพลังสมองให้ตื่น จึงทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้า หรือปัญหาต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมองซีกขวา ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ ได้ในระหว่างอาบน้ำ

5. ฝึกการจำง่ายๆ หรือเล่นเกมลับสมอง

เป็นการช่วยทำให้สมองได้เริ่มต้นเรียนรู้ จดจำ จัดระบบ ระเบียบสิ่งต่างๆ ได้เข้าที่เข้าทางมากยิ่งขึ้น โดยอาจเริ่มจากสิ่งง่ายๆ ใกล้ตัว เช่น การจำเบอร์โทรคนสำคัญ ลิสต์เพื่อนสนิท หรือตารางนัดหมาย โดยไม่ต้องดูโพย และเล่นเกมลับสมองเป็นประจำ จะช่วยให้สมองจดจำทำเรื่องต่างๆ ได้เป็นระบบระเบียบดีขึ้น

6. ถักนิตติ้งเป็นงานอดิเรก

เทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ในทางที่ดีทั้งชายและหญิง เพราะเป็นกิจกรรมฝึกปลายประสาทสัมผัส ฝึกสมาธิ ทำให้ใจจดจ่ออยู่กับการนับห่วง ทำลวดลาย มีผลช่วยทำให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ในวัยแก่ชราได้ โดยมีการรายงานทางการแพทย์บอกว่า การถักนิตติ้งตั้งแต่วัยกลางคน-สูงอายุ ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้จริง ทำให้ไม่เป็นอัลไซเมอร์หรือมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ลดลง

7. ปลดปล่อยความเครียด หาเพื่อนระบาย

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต่อให้จะไม่อยากเข้าสังคมหรือเสวนากับใคร แต่โดยธรรมชาติแล้วทำให้มนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ แม้แต่เมื่อเวลามีปกติธรรมดาไม่ได้มีปัญหาอันใดในชีวิต โดยผู้เชี่ยวชาญก็ไม่แนะนำให้เก็บตัวเงียบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เพราะจะส่งผลทำให้จิตใจหดหู่ ไม่สดใส ทำให้สมองไม่ตื่นตัว และการได้พูด ระบายสิ่งต่างๆ ทั้งความสุขและความทุกข์กับใครสักคนเป็นประจำ จะทำให้สมองโปร่งเบา มีพลังงานด้านดี และตื่นตัวมากขึ้นตามกลไกของธรรมชาติ

  

แหล่งอ้างอิง

https://www.thaipost.net/

https://www.ftpi.or.th   

หนังสือน่าอ่าน ‘อิคิไก’ ความหมายของการมีชีวิต

4 วิธีพัฒนาองค์กรที่ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือ สายด่วน
1333

บทความก่อนหน้านี้แจกวิธีทำ เจลล้างมือ ด้วยตัวเอง สูตรจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ
บทความถัดไปขนมหวานสุดแรร์ อัญมณีนกคุ้ม แห่งบ้านทุ่งประดู่ หากินได้ที่ทับสะแกที่เดียวเท่านั้น