“ส้มตำเปลี่ยนชีวิต” อดีตพ่อค้าตลาดนัด เบนเข็มสู่ความสำเร็จ ไลฟ์สดขายส้มตำ สร้างยอดขาย 3 หมื่นบาทต่อวัน

"ส้มตำเปลี่ยนชีวิต" อดีตพ่อค้าตลาดนัด เบนเข็มสู่ความสำเร็จ ไลฟ์สดขายส้มตำ สร้างยอดขาย 3 หมื่นบาทต่อวัน

“ส้มตำเปลี่ยนชีวิต” อดีตพ่อค้าตลาดนัด เบนเข็มสู่ความสำเร็จ ไลฟ์สดขายส้มตำ สร้างยอดขาย 3 หมื่นบาทต่อวัน

“ลูกค้าเยอะจนท้อ” คำพูดจากพ่อค้าส้มตำที่บอกกับเรา ทันทีที่ได้ยินคำนี้จึงมานั่งคิดว่า ต้องเยอะขนาดไหนกัน ทำไมถึงไม่ดีใจที่ลูกค้าเยอะ แต่เมื่อได้ฟังเขาทั้งคู่อธิบาย เลยทำให้เข้าใจ และรู้ว่า นี่คือร้านส้มตำตัวอย่างอีกร้าน

วันนี้จะมาพูดถึงร้านส้มตำที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าดังเลยคือ ร้านราชบุรีส้มตำ ล้านแตก แค่ชื่อร้านก็พอจะเดาได้แล้วว่าขายที่ไหน ร้านตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เป็นร้านที่เริ่มต้นมาจากสิ่งใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามไปของคุณอ้น อินธิราช อายุ 29 ปี และ อาจารย์อิฐ-ศักดิ์สิทธิ์ วงศ์เปีย อายุ 35 ปี 

ตำล้านแตก
คุณอ้น และ คุณอิฐ

โควิดมาเยือน

คุณอ้นเคยทำอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร ส่วนทางด้านของคุณอิฐก็เป็นอาจารย์ประจำสอนเกี่ยวกับการตลาดอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง คุณอ้น เผยว่า ในตอนแรกไม่ได้มีความคิดเลยสักนิดที่จะมาเปิดร้านส้มตำ แต่พอมาเจอกับโควิดที่มาใหม่ๆ ทำให้ต้องหยุดจากอาชีพพนักงานเสิร์ฟอาหาร และว่างงานอยู่ประมาณ 1 เดือน

ในช่วงที่ว่างงานตอนนั้น ทำให้เขานั่งคิดกับตัวเองว่า “เราจะทำอะไรดีนะ” ทั้งคู่ก็มานั่งคิดและมองดูภาพในอนาคตกัน ด้วยในใจลึกๆ แล้วนั้น อาจจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ก็ได้ลองผิดลองถูกกันไปเรื่อยๆ เขาบอกว่า มีไปเรียนตัดผมบ้าง ไปเรียนชงน้ำบ้าง รวมไปถึงการทำแบรนด์น้ำหอมด้วย

แต่ทั้งคู่ก็กลับมาคิดทบทวนกันอีกครั้ง ในขณะที่ธุรกิจนั้นดำเนินไปแค่ 30% 

“พอเราคิดไป คิดว่าธุรกิจไม่น่าจะประสบความสำเร็จ เราเลยเปลี่ยนเป็นอะไรที่เหมาะกับเรา แต่เราจะทำอะไรที่เหมาะกับเรา และมีความชำนาญ นั่นคือ ส้มตำ” คุณอิฐ เล่า

ทำสิ่งใกล้ตัว และต้องชำนาญ

เมื่อทั้งคู่มองว่า ธุรกิจที่คิดมาแต่ต้นไม่น่าจะไปรอดได้เลย จึงหันมาทำอะไรที่เหมาะและชำนาญ ก็หนีไม่พ้น ส้มตำ 

โดยที่ทั้งคู่เป็นคนชอบกินอาหารอีสานอยู่แล้ว จะตระเวนไปกินตามร้านต่างๆ อยู่เสมอ และประจวบกันคุณอ้นเองก็เป็นคนชอบทำส้มตำกินเวลาอยู่กับครอบครัว หรือเพื่อนๆ ซึ่งมีแต่คนบอกว่า อร่อย

สิ่งนี้คือต้นทุนที่มีอยู่ในตัว คุณอิฐ บอกว่า “แล้วทำไมเราไม่ทำขาย ในเมื่อเรามีความชำนาญ เราก็เลยทำเลย เพราะเราคิดแล้วเราทำ”

เมื่อคิดว่ามั่นใจแล้ว ก็เริ่มศึกษา โดยดูจากสื่อโซเชียลร้านต่างๆ ธุรกิจต่างๆ ที่เขาประสบความสำเร็จ ที่ไม่ใช่แค่ธุรกิจส้มตำ โดยศึกษาสิ่งที่เขามีแล้วนำมาปรับใช้กับตัวเอง

คุณอิฐ บอกว่า “คิดเลยว่าจะลงมือทำ คิดว่าอย่างไรมันก็สำเร็จ เพราะเป็นคนมุ่งมั่นทั้งคู่ สิ่งสำคัญเลยต้องมีความชัดเจนในเป้าหมาย คิดว่าทำอย่างไรต้องสำเร็จ ไม่มีคำว่าไม่สำเร็จ แต่ทำได้ขั้นไหนเท่านั้นเอง”

เขากล่าวเสริมอีกว่า

“เราเริ่มจากจุดเล็กๆ เพราะเราคิดว่าทำธุรกิจเราจะเดินเหมือนขั้นบันได” 

เริ่มต้นที่…สวยงาม

ทั้งคู่เลยตัดสินใจลองขายที่ตลาดนัดใกล้บ้าน ผลประกอบการวันแรกก็ถือว่าน่าตกใจ โดยขายได้ทั้งหมด 800 บาท แต่ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ ลูกค้าให้การตอบรับดีเกินคาด อาจเป็นเพราะเห็นว่าวัยรุ่นมาขาย

ตำล้านแตก
ขายที่ตลาดนัด

พอมาวันที่สอง รายได้ก้าวกระโดดขึ้นไปถึง 2,000 บาท รายได้ถือว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเขาทั้งคู่ก็รู้สึกว่าเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว จนมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งชักชวนให้ไปขายที่ตลาดใหญ่ๆ ก็ตกปากรับคำไปทันที พอวันแรกไปขาย วัตถุดิบที่เตรียมไปไม่เพียงพอ ลูกค้าต่างมารุมซื้อ และขายอยู่ที่ตลาดได้ถึง 2 ปี

โควิดมาเยือนรอบ 2

หนทางกำลังไปอย่างสวยงาม แต่กลับมาเจอโควิดตัวร้ายรอบที่ 2 ตลาดต้องปิด เลยหมดที่ทางทำมาหากินในตอนนั้น แต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ เลยคิดกันว่าจะหาพื้นที่เล็กๆ เปิดร้านเพื่อรอเวลา โควิดหายค่อยกลับไปขายที่ตลาดเหมือนเดิม 

ตำล้านแตก
ร้านที่เปิดเพราะโควิดรอบ 2

ทั้งคู่ตัดสินใจเปิดร้าน โดยเลือกบริเวณใกล้ๆ บ้าน ซึ่งคิดว่าอย่างน้อยขายให้กับคนในพื้นที่ก็น่าจะพออยู่ได้ แต่ความจริงแล้ว มันไม่ใช่ร้านที่เปิดเล่นๆ เพราะลูกค้าตามมากันอย่างต่อเนื่อง เขาไม่ได้คิดว่าจะมีลูกค้าตามมา เพราะทำเลที่เปิดค่อนข้างอยู่ห่างจากตัวเมือง

ถึงแม้โควิดจะดีขึ้น ตลาดเปิด ก็ทำให้เขาทั้งคู่ไม่สามารถไปขายที่ตลาดได้อีก เพราะผลตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด และพื้นฐานลูกค้าก็ทวีคูณขึ้น เลยคิดว่าในเมื่อตัดสินใจเปิดร้านแล้ว และถ้าเปิดแบบลงโต๊ะรายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น ทั้งคู่จึงสานต่อให้สำเร็จ 

เปลี่ยนจากตลาด เป็นร้านแบบจริงจัง

เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนจากขายที่ตลาดมาเปิดร้านแบบจริงๆ จังๆ ระบบร้านก็ต้องมีการนำเข้ามาใช้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพนักงาน การเล่นโทรศัพท์ในเวลางาน การบริหารจัดการในส่วนต่างๆ หรือแม้แต่การจ่ายค่าแรง ในตอนแรกจ่ายแบบวันต่อวัน แต่เคยเกิดเหตุการณ์ที่วันต่อมาพนักงานหยุด ทำให้งานดำเนินต่อไปอย่างไม่ลื่นไหล เลยปรับมาเป็นจ่ายรายสัปดาห์แทน

“เราจะเอาระบบเข้ามาใช้บ้าง แต่ไม่ 100% เพราะเราคิดว่า ทุกคนไม่ใช่ลูกน้อง ทุกคนคือทีมงาน ไม่มีใครเป็นลูกน้อง ไม่มีใครเป็นเจ้านาย ทุกคนคือคนในครอบครัว ทำด้วยกัน” คุณอิฐ กล่าว

ซึ่งระบบต่างๆ ก็ถือว่าราบรื่นและดำเนินต่อไปได้ แต่ว่าอุปสรรคก็ยังคงมีบ้าง และสิ่งที่มีแน่ๆ เลยคือ ลูกค้าเยอะจนท้อ เพราะกลัวว่าจะทำไม่ทัน และกลัวว่าลูกค้าจะเสียความรู้สึก เพราะทุกจานจะถูกรังสรรค์ความอร่อยมาจากคุณอ้นคนเดียว และทำทุกจานให้ออกมาดีที่สุด นอกจากนี้ ความเหนื่อย ก็ถือเป็นอีกอุปสรรค แต่คุณอิฐมักจะพูดกับคุณอ้นอยู่เสมอว่า 

“ร่างกายเราจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามฐานลูกค้า” 

จุดต่างที่สร้างเงิน

ร้านส้มตำ ถือว่าเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ ร้านระดับกลางๆ หรือแม้แต่ร้านใหญ่ๆ ไปที่ไหนก็จะเห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงแม้จะมีคู่แข่งเยอะ เราจะต้องหาความต่าง เพื่อให้อยู่รอดในตลาดนี้

เช่นเดียวกันกับคุณอิฐและคุณอ้น ที่ได้เปิดความแตกต่างที่ไม่เหมือนกับร้านอื่นๆ ทำให้ลูกค้ายังคงไว้ใจ และตามกันมาอย่างต่อเนื่อง และความแตกต่างที่มีคือ

1. รสชาติ 

เรื่องรสชาติต้องมาเป็นอันดับแรก จะพัฒนาอย่างไรให้ถูกปาก อย่างน้อยไม่ขอ 100% ขอเพียง 80% เท่านั้น เราจะไม่หวังเต็ม เพราะคน 100 คน จะชอบรสชาติของร้านเราทั้งหมด เป็นไปไม่ได้

2. วัตถุดิบ

ทางร้านมีสโลแกนง่ายมาก คิดแต่ว่า “เรากินแบบไหน ลูกค้าต้องได้กินแบบนั้น” โดยจะเลือกสรรวัตถุดิบเป็นอย่างดี เพราะคิดเสมอว่า ลูกค้าทุกคนคือคนในครอบครัว

3. ราคา

ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่ดึงดูดลูกค้าได้ ลูกค้าอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ที่สำคัญ ลูกค้าจะประทับใจทุกครั้ง เพราะลูกค้าได้ทานของดีแต่ราคาประหยัด และด้วยวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ เราสามารถทำให้ลูกค้าได้ทานของดีที่มีราคาประหยัด นี่ถือเป็นจุดแข็งอีกหนึ่งอย่างที่เรามี

ตำล้านแตก
น่ากินมากๆ

บัญชี…สำคัญ

คุณอิฐ บอกว่า ระบบบัญชีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยจะแบ่งกันดูแล ทางคุณอ้นจะดูในเรื่องของบัญชีต้นทุน ส่วนคุณอิฐจะทำเรื่องบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งจะทำกันอย่างนี้ทุกวัน เพื่อให้เห็นต้นทุน กำไร ได้อย่างชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น

“สินค้าแต่ละตัว เราไม่ได้คิดภาพรวม แต่เราจะดูเป็นรายตัวให้ได้มากที่สุด และจะดูว่าตัวไหนได้กำไรเท่าไหร่ เราทำบัญชีทุกวัน เพราะฉะนั้น เราจะรู้เลยว่า จุดบอดของเราอยู่ตรงไหน” คุณอิฐ กล่าว

อีกอย่างที่อยากจะเล่าต่อให้กับทุกคนได้ทราบ ร้านที่จะเติบโตได้ ต้องเติบโตไปพร้อมๆ กับบัญชี เพราะทั้งคู่คิดว่า ควรเริ่มจากเล็กๆ ค่อยๆ ขยับขยาย และควรเดินด้วยบัญชี

“ทำอะไร จะเดินด้วยบัญชี บัญชีมีกำไรเมื่อไหร่ เราจะเดินเมื่อนั้น แต่ถ้าบัญชีไม่มีกำไร เราจะหยุดอยู่กับที่แป๊บหนึ่ง แล้วจะหาทุกวิถีทางที่จะทำให้บัญชีมันเขยิบและมีกำไร” คุณอิฐ เล่า

เมื่อเขาทั้งคู่ทำบัญชีทุกวัน แน่นอนในเรื่องของจำนวนเงินที่ได้แต่ละวัน เขาจะรู้ได้ชัดเจนว่า ต่อวันมีรายได้เท่าไหร่ จากวันแรกที่ขายได้เพียง 800 บาท พอมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง รายได้ก็ก้าวกระโดดมากขึ้น จากร้อยเป็นพัน จากพันเป็นหมื่น เขาบอกว่าพีกสุดๆ ขายได้อยู่ที่ 30,000 บาทต่อวัน และในทุกๆ วัน อย่างน้อยๆ ได้ถึง 15,000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว

ตำล้านแตก
คุณอ้น กับการไลฟ์สด

ยอดขายที่โตขึ้นได้มาจากโซเชียล คุณอ้น บอกว่า เมื่อก่อนไม่กล้าที่จะทำช่อง TikTok เลย ไม่รู้จะพูดอะไร แต่พอเปิดใจ ไลฟ์สดทุกๆ วัน ลูกค้าก็เพิ่มมากขึ้น รายได้ก็ตามมาจนน่าตกใจ

ด้วยยอดที่โตขึ้น ทำให้คุณอิฐตัดสินใจลาออกจากอาจารย์ประจำ เพื่อมาดูแลธุรกิจอย่างเต็มตัวมากขึ้น แต่ก็จะมีบ้างที่รับสอนในฐานะอาจารย์พิเศษ และใช้เวลาเพียง 2 ปี 9 เดือน สามารถขยัยขยายร้านได้เติบโตมากขึ้น

ตำล้านแตก
ร้านที่ขยับขยาย

แนวคิดที่ Success

นอกจากเรื่องราวที่ดูแล้วน่าสนใจไม่น้อย ธุรกิจที่ก้าวกระโดดทั้งในเรื่องของการทำร้าน และรายได้ เขาทั้งคู่ก็จะมีแนวคิดที่ตั้งมั่นและใช้ในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ดังนี้

1. ความอดทน

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่า “ลูกค้าเยอะจนท้อ” ดังนั้น ต้องมีความอดทน เพราะถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันจะท้อไม่ได้ ในเมื่อลูกค้ารอเราอยู่

2. ความมานะ

ต้องลุย ต้องสู้ชีวิต จะรักสบายไม่ได้

และสุดท้าย เขาทั้งคู่ได้ฝากแนวคิดดีๆ ที่สามารถปรับใช้กับตัวเองได้ 

“คิดแล้วทำ ประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ คือเราทำ และคิดว่าทำแล้วต้องสำเร็จ มันก็จะทำให้ทุกอย่างสำเร็จ”

ใครอยากจะไปตามรอยเส้นทางเศรษฐี ลิ้มรสส้มตำแสนอร่อย ตามมากันได้ที่ ราชบุรี ตำล้านแตก อยู่ที่ ม.2 ต.สามเรือน อ.เมือง จ.ราชบุรี 

โทร. 065-250-2181

ดูเส้นทาง คลิก