นโยบายกัญชา มาถูกทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่สุขภาพ เตรียมผลักดันสู่ตลาดโลก

นโยบายกัญชา มาถูกทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่สุขภาพ เตรียมผลักดันสู่ตลาดโลก
นโยบายกัญชา มาถูกทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่สุขภาพ เตรียมผลักดันสู่ตลาดโลก

นโยบายกัญชา มาถูกทาง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่สุขภาพ เตรียมผลักดันสู่ตลาดโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ มี ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ร่วมกับหน่วยงานทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข

โดยการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ คือ การสร้างความเข้าใจและเฝ้าระวังผลกระทบการใช้กัญชาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วยระยะท้ายและผู้ป่วยมะเร็ง แนวทางการส่งออกกัญชา การพัฒนาวิธีการวิเคราะห์เทอร์ปีนในกัญชา การกำหนดราคาอ้างอิงของกัญชา และการพัฒนา plant based products จากกัญชง

ดร.ภก.อนันต์ชัย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ นั้น ดำเนินการต่อเนื่องมาปีเศษ ซึ่งเห็นพัฒนาการชัดเจนว่า ขยับจากการแพทย์มาเป็นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว บนความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข ต้องขอขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ ที่ช่วยกันผลักดัน และพยายามทะลุทะลวงทุกข้อจำกัด เพื่อเป้าหมายให้กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมไทย

ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศ ที่ทำกัญชาให้ถูกกฎหมายก่อนหน้าประเทศไทยนั้น ได้ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ดังนั้น ในส่วนของไทยเอง จึงต้องมีทีมสร้างการรับรู้และตอบสนองต่อข่าวสารของกัญชา โดยมีกรมสุขภาพจิต เป็นหัวเรือใหญ่ คอยให้ข้อมูลการใช้ที่ถูกต้อง รวมถึงโอกาสทางสุขภาพและเศรษฐกิจที่จะนำกัญชาไปใช้ ซึ่งจากการเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดยังไม่พบปัญหาการใช้ที่ผิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการติดตามในระยะยาวด้วย

การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์

“การประชุมครั้งล่าสุดนี้ มีการหารือถึงระบบข้อมูลข่าวสาร ที่หน่วยบริการและภาคเอกชนสามารถเข้ามาดูเพื่อนำไปใช้งานได้ รวมทั้งแผนการจัดบริการสุขภาพ สาขากัญชาทางการแพทย์ ได้กำหนดให้สถานพยาบาลเพิ่มการเข้าถึงยากัญชาของผู้ป่วยประคับประคองไม่น้อยกว่า 5% ซึ่งการจะถึงเป้านี้ได้ต้องมีฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพให้สถานบริการใช้เพื่อติดตาม นอกจากนั้นในอนาคตที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดมีผลบังคับใช้ ภาคเอกชนจะสามารถเข้ามาดูข้อมูลเอาไปวางแผนธุรกิจได้” ดร.ภก.อนันต์ชัย เผยอย่างนั้น

และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต่อไปทางกระทรวงสาธารณสุข จะเน้นการสร้างตลาดกัญชาไทย จึงจำเป็นต้องมีการจัดระบบโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ “ในส่วนปลายทาง” หรือความต้องการตลาด กัญชาไทย มีความน่าสนใจ เพราะคนไทยใช้กัญชามานาน สามารถสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้ แต่ยังต้องมีหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุนด้วย ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงนำเสนอวิธีการวิเคราะห์เทอร์ปีน ซึ่งจะทำในกัญชาไทยเพื่อสร้างความแตกต่าง และศึกษาต่อว่าเทอร์ปีนเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

 

นอกจากนั้นแล้ว ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังได้เสนอแนวทางการส่งออกต่อที่ประชุม ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ ช่อดอก สารสกัด และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในขณะที่องค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสถาบันกัญชาทางการแพทย์ ได้พัฒนาราคาอ้างอิงของดอกและส่วนต่างๆ ของกัญชา

ส่วน สถาบันอาหาร ได้เสนอแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก Plant Based Proteins ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ ซึ่งตลาดอาจไม่ใหญ่ แต่มีแนวโน้มเติบโต เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม มีคนพร้อมจะจ่าย ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกัน ถ้าสามารถ “ทะลวงปลายน้ำ” ได้ จะสามารถช่วยเกษตรกรได้มากว่าปลูกแล้วขายได้แน่นอน

“ราวต้นปีหน้า ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เห็นพ้องกันให้มีการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อบอกเล่าเรื่องราว การพัฒนางาน และวิชาการกัญชาไทย เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดกัญชาโลก” ดร.ภก.อนันต์ชัย เผย