5 วิธีง่ายๆ เพาะต้นอ่อนผักบุ้ง ตัดกินได้ – เก็บขายได้ ภายใน 10 วัน

5 วิธีง่ายๆ เพาะต้นอ่อนผักบุ้ง ตัดกินได้ – เก็บขายได้ ภายใน 10 วัน

วว.แนะปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง เก็บรับประทานได้ภายใน 10 วัน ระบุเป็นแหล่งอาหารอุดมด้วยโภชนาการ  ปลอดสารเคมี เสริมรายได้ในครัวเรือน

 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  ผ่านการดำเนินงานของ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ แนะปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ซึ่งสามารถเก็บรับประทานได้ในครัวเรือนภายใน 10 วัน นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ วว. ได้นำผลสำเร็จของงานวิจัยและพัฒนาด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามาสร้างทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชน ในช่วงการ “อยู่บ้าน  หยุดเชื้อ ช่วยชาติ” และร่วมมือในการรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

“ผักบุ้ง”  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea  aquatic  Forssk  หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ผักทอดยอด”  ในผักบุ้ง 100  กรัม จะให้พลังงาน  22  กิโลแคลอรี มีคุณค่าโภชนาการ ประกอบด้วย  เส้นใย วิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น โดยผักบุ้งไทยจะมีวิตามินซีสูงและมีสรรพคุณทางยามากกว่าผักบุ้งจีน แต่จะมีแคลเซียมและเบตาแคโรทีน (มีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา) น้อยกว่าผักบุ้งจีน หากรับประทานผักบุ้งสดๆ ที่ปลอดจากสารเคมี จะได้คุณค่าของวิตามินและแร่ธาตุสูง ทั้งนี้ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้งมีคุณสมบัติไปช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งจะทำให้ความดันยิ่งต่ำลงไป อาจจะก่อให้เกิดอาการเป็นตะคริวได้ง่ายและบ่อยขึ้น ทำให้ร่างกายอ่อนแอได้

สรรพคุณของผักบุ้งมีหลากหลาย  อาทิ   ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส มีน้ำมีนวล  มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย ความแก่ชรา และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย  ช่วยป้องกันการเกิดหรือลดอัตราการเกิดของโรคมะเร็งได้   ช่วยบำรุงสายตา  ช่วยบำรุงธาตุ  เป็นต้น

ในตำราโบราณ   ต้นสดของผักบุ้งจะนำมาใช้เป็นยาดับร้อน  แก้อาการร้อนใน  บำรุงโลหิต บำรุงกระดูกและฟัน  ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในด้านความจำและการเรียนรู้ให้ดีขึ้น   ยอดผักบุ้งช่วยแก้โรคประสาท  รากผักบุ้งช่วยแก้อาการเหงื่อออกมาก มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานช่วยแก้อาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย  แก้อาการไอเรื้อรัง  แก้โรคหืด  เป็นต้น

สำหรับการปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ที่สามารถเก็บมารับประทานได้หรือนำไปจำหน่ายได้ภายใน 10 วัน    เริ่มต้นด้วยการเตรียมวัสดุอุปกรณ์   ได้แก่ 1.เมล็ดผักบุ้งหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หรือร้านค้าจำหน่ายวัสดุการเกษตร  2.ดินผสมพร้อมปลูก  3.กะบะ/กระถาง หรือตะกร้าปลูก ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่   4.ผ้าขนหนู และ5.น้ำ

สำหรับวิธีการปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง มีดังนี้

1.แช่เมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนในน้ำ 6 ชั่วโมง จากนั้นนำขึ้นมาผึ่งทิ้งไว้ 10 นาที

2.โรยเมล็ดลงบนดินผสมไม่หนาแน่นจนเกินไปและโรยดินกลบ ความหนาเท่ากับเมล็ดหรือโรยเมล็ดหนา 1 ชั้นลงบนผ้าขนหนูที่วางบนตะกร้า แล้วนำผ้าปิดด้านบนเมล็ด

3.ปิดคลุมเมล็กดที่เพาะให้มิด รดน้ำเป็นละอองฝอยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นเวลา 8-9 วัน โดยระวังไม่ให้ดินแฉะหรือแห้งจนเกินไป 

4.เมื่ออายุครบ 5 วัน ให้เปิดวัสดุที่ปิดคลุมออก จะเห็นต้นอ่อนมีสีเหลือง

5.เมื่ออายุครบ 6 วัน ให้นำออกมารับแสง เพื่อสร้างคลอโรฟิลล์ สร้างใบ และยอดอ่อนสีเขียว อายุ 9-10 วัน สามารถเก็บต้นอ่อนผักบุ้งไปบริโภคหรือจำหน่ายได้

การปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ตามวิธีการที่ วว. นำมาแนะนำดังกล่าว สามารถปรับลดขนาดได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่ท่านมี  ซึ่งจะทำให้ได้ผักสำหรับรับประทานที่ปลอดจากสารเคมี  มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยประหยัดรายจ่าย และช่วยเพิ่มรายได้ในครัวเรือนสำหรับท่านที่สนใจนำไปประกอบอาชีพต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับคำแนะนำปรึกษา  ได้ที่   ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  วว. โทร.  0 2577 9000  โทรสาร 0 2577  9009  ในวันและเวลาราชการ   E-mail : tistr@tistr.or.th

 

บทความก่อนหน้านี้ขายออนไลน์ยังได้ “ชีสเค้กทุเรียน” กล่องเล็กๆ 150 บาท กำไรครึ่งหนึ่ง
บทความถัดไปข่าวดี! กรมการปกครองฯ รับสมัครลูกจ้าง ช่วยเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค จำนวนมาก