เทรนด์กำลังมา! “รองเท้ามังสวิรัติ” ทำจากต้นยูคาลิปตัส ยางไม้ และเมล็ดละหุ่ง

เทรนด์กำลังมา! “รองเท้ามังสวิรัติ” ทำจากต้นยูคาลิปตัส ยางไม้ และเมล็ดละหุ่ง

เอ่ยถึง “มังสวิรัติ” แทบทุกคนก็คงนึกถึงอาหารที่ทำจากพืช ไม่มีเนื้อสัตว์ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น แถมไม่ทำร้ายโลกมากเท่าการบริโภคเนื้อสัตว์

แต่ แต่ แต่ มังสวิรัติ หรือ วีแกน (Vegan) ไม่ได้มีแค่อาหารแล้วนะ ตอนนี้รุกคืบไปถึงรองเท้ากีฬาด้วย

ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า “รีบอค” แบรนด์อุปกรณ์กีฬาในเครือ “อาดิดาส” เตรียมวางจำหน่ายรองเท้าแนวคิดมังสวิรัติ รุ่น Floatride GROW ภายในปีนี้

โดยชิ้นส่วนต่างๆ ของ Floatride GROW ทำมาจากพืชทั้งหมด ตั้งแต่ส่วนบนของรองเท้าที่ทำมาจากต้นยูคาลิปตัส ส่วนพื้นรองเท้าทำจากยางไม้และเมล็ดละหุ่ง

 

ที่สำคัญ Floatride GROW ยังแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับแรงกระแทกและการใช้งานที่หนักหน่วงจากการแข่งขันกีฬา ไม่ใช่แค่สวมใส่แนวลำลองเหมือนรุ่น Newport Classics ที่ก่อนหน้านี้รีบอคนำร่องผลิตจากฝ้ายและข้าวโพด

“รีบอค” และ “อาดิดาส” เป็นผู้เล่นรายหลักๆ ที่กระโดดมาบุกเบิกตลาดรองเท้าผ้าใบผลิตจากส่วนประกอบของพืช ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจ ไม่แพ้เบอร์เกอร์เนื้อสังเคราะห์

ส่วน “ไนกี้” ก็ส่งรองเท้ากีฬาทำจากพืชมาเจาะตลาดเช่นกัน โดยจับมือกับแบรนด์ Maharishi ออกแบบรองเท้ารุ่น Air Max 90 ที่รับรองว่าผลิตจากวัตถุดิบออร์แกนิก 100%

ก่อนหน้านี้ รองเท้าส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รวมถึงหนังสัตว์ ยางสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมจากปิโตรเลียม และวัสดุที่ต้องใช้เวลาย่อยสลายนาน 25-80 ปี ขณะที่ภาวะโลกร้อนทำให้บริษัทผู้ผลิตรองเท้าต้องหันมาปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับโลกมากขึ้น

บริษัทวิจัย NPD ระบุว่า คนยุคมิลเลนเนียลและเจเนอเรชั่น Z ที่เป็นลูกค้าสำคัญในตลาดรองเท้ากีฬา คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพร้อมจะควักเงินแพงขึ้น ถ้ารองเท้านั้นผลิตด้วยกระบวนการที่ไม่ทำร้ายโลก

บางคนอาจนึกภาพไม่ออกว่ารองเท้าคู่เล็กๆ นี่ทำร้ายโลกได้อย่างไร หากพิจารณาข้อมูลเฉพาะในสหรัฐ แต่ละปี ชาวอเมริกันทิ้งรองเท้าเก่าราวๆ 300 ล้านคู่ หรือคิดเป็นปริมาณขยะ 8.9 ล้านตัน เท่ากับ 17.6% ของขยะทั้งหมดที่ฝังกลบในสหรัฐประมาณ 50.7 ล้านตัน เมื่อปี 2560

รู้อย่างนี้หลายคนคงอยากซื้อ “รองเท้ามังสวิรัติ” มากขึ้น

เก็บตังค์รอได้เลย ปีนี้หลายแบรนด์น่าจะมีออกมาให้ได้ช็อปกันแล้ว ส่วนเรื่องราคาก็ต้องลุ้นหน่อย ตอนนี้ยังไม่มีแง้มตัวเลขออกมา

++++

ที่มาภาพ

Maharishistore.com , www.grailify.com/

บทความก่อนหน้านี้ส่องการทำงาน นักรบเสื้อกาวน์ “หมอติ๋ง” แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ทีมโฆษก ศบค.
บทความถัดไปปล่อยกู้หมื่นล้าน ! SME D Bank ดันธุรกิจท่องเที่ยว ลุกสู้วิกฤตโควิด-19