อาจรวยไม่รู้เรื่อง! สร้างธุรกิจใหม่ตอบสนองพฤติกรรม “คนไทยขี้เกียจทำ” มากที่สุด

อาจรวยไม่รู้เรื่อง! สร้างธุรกิจใหม่ตอบสนองพฤติกรรม “คนไทยขี้เกียจทำ” มากที่สุด

จากการสำรวจกิจกรรม 10 อันดับ ที่คนไทยขี้เกียจทำมากที่สุด ผ่านงานวิจัยของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ระบุ อันดับ 1 คือ ออกกำลังกาย อันดับ 2 รอคิวซื้อสินค้า อันดับ 3 ทำความสะอาดบ้าน อันดับ 4 อ่านหนังสือ อันดับ 5 ทำอาหาร อันดับ 6 พูดคุยหรือเจอคนเยอะๆ อันดับ 7 ดูแลผิวพรรณตัวเอง อันดับ 8 เรียน/ทำงาน อันดับ 9 ออกไปช็อปปิ้ง และ อันดับ 10 เดินทางไปไหนมาไหน นั้น

ส่งผลให้เกิด “ผลิตภัณฑ์ตอบสนองความขี้เกียจ” ที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดศัพท์ใหม่ ว่า “เศรษฐกิจคนขี้เกียจ”

หากแต่จากการวิเคราะห์บริบทให้รอบด้านขึ้น หลายฝ่ายยอมรับว่าเศรษฐกิจคนขี้เกียจนี้ คงไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์อย่างเดียว แต่เกิดจากความขี้เกียจของสังคมยุคสมัยใหม่ ที่ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ส่วนใหญ่ชื่นชอบรักความสะดวกสบาย พร้อมทุ่มเงินซื้อสินค้า จ่ายค่าบริการ หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ทำให้ธุรกิจดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการให้มนุษย์ยุคดิจิตอล ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เว็บไซต์ www.bangkokbanksme.com ระบุว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจคนขี้เกียจ เติบโตพุ่งกระฉูดสวนกระแสเศรษฐกิจโดยรวม เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ดังตัวอย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่ลูกค้ากดสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่น ที่สมัครเป็นสมาชิกใช้บริการกับผู้ให้บริการ ฟู้ดดีลิเวอรี่ ไม่ว่าร้านดังจะอยู่ตรงไหน ก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปซื้อเอง แค่รออยู่ที่บ้าน เมนูเด็ดที่สั่งไปผ่านแอพพลิเคชั่น จะมีคนขับรถจักรยานยนต์ ส่งให้ถึงบ้าน

ทำให้มูลค่ารวมของ “ฟู้ดดีลิเวอรี่” เมื่อปีที่แล้วสูงถึง 3.3-3.5 หมื่นล้านบาท และปี 2563 นี้ ธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่ ยังคงมาแรงต่อไปชนิดยังไม่มีใครปฏิเสธ

และอีกหนึ่งพฤติกรรมตอบสนองสังคมคนขี้เกียจ ที่กำลังกลายมาเป็นธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด นอกเหนือจากสั่งซื้ออาหารแล้ว “ธุรกิจแม่บ้านทำความสะอาดและซ่อมบ้านเคลื่อนที่” มาแรงไม่แพ้กัน เนื่องจากสังคมยุคใหม่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลทำความสะอาดบ้านเรือน หรือห้องพักตามคอนโดมิเนียมต่างๆ ที่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานกลับมาถึงที่พักก็ตกค่ำแล้ว

ก่อให้เกิดธุรกิจบริการดังกล่าวที่ผู้ประกอบการเปิดเว็บไซต์ แม่บ้านออนไลน์  และช่างซ่อมบ้านออนไลน์บริการผ่านแอพพลิเคชั่นมากกว่า 5 แอพพลิเคชั่นจากเดิมมีแค่ 1 ราย และยังมีสตาร์ตอัพรายใหม่อีกหลายรายเปิดให้บริการลักษณะดังกล่าว สร้างรายได้ให้แม่บ้านออนไลน์และช่างซ่อมบ้านเกือบเท่าตัว ซึ่งจากผลวิจัยของ CMMU พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมขี้เกียจทำงานบ้านและซ่อมบ้านเองมากถึง 77% หรือประมาณ 50 ล้านคน

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะเกิดจากความขี้เกียจ คือ นักรับจ้างต่อคิว ธุรกิจที่มีเวลาเป็นต้นทุน ถือเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมมาก เห็นได้จากงานเปิดตัวสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ ที่มักจะมีคนแห่มาต่อแถวเพื่อซื้อสินค้าเป็นคนแรกๆ หรือที่เรียกว่า “ตั้งแคมป์” เพื่อต่อคิวซื้อสินค้า รายได้ของนักรับจ้างต่อคิวต่อครั้งอย่างต่ำคนละ 300 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตา ซึ่งจากผลวิเคราะห์เชิงลึกของ CMMU พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมขี้เกียจรอคิวมากถึง 81% หรือประมาณ 53 ล้านคน

…………..

ธุรกิจและบริการดังยกตัวอย่างมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น ฟู้ดดีลิเวอรี่ แม่บ้าน/ช่างออนไลน์ หรือรับจ้างต่อคิว เหล่านี้ คาดว่าในปี 2563 จะได้รับความนิยมถึงขีดสุด

หากผู้ประกอบการน้อยใหญ่รายใด กำลังมองหาไอเดียทำธุรกิจแนวใหม่ น่าจะศึกษาและนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตัวเอง

อาจรวย…ไม่รู้เรื่อง!?!

บทความก่อนหน้านี้รมว.สาธารณสุข ขออภัย ลางานครึ่งวัน บินลัดฟ้า ทำ “ภารกิจของหัวใจ”
บทความถัดไปเตรียมพกร่ม! กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานอุณหภูมิลด ภาคกลาง-ตะวันออกเริ่มมีฝน กทม.โดนด้วย