ใบตองแห้งชี้ สูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์แบบนี้ อนาคตใหม่ คะแนนหายเกินครึ่งล้านเสียง

ใบตองแห้งชี้ สูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์แบบนี้ อนาคตใหม่ คะแนนหายเกินครึ่งล้านเสียง อยู่ดีดีพรรคเล็กได้เปรียบ ขัดหลัก 1 คน 1 เสียง

ใบตองแห้ง คอลัมนิสต์ชื่อดัง กล่าวถึงการคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ ระบุว่า ประชาชนที่เลือกพรรค อนาคตใหม่ จะถูกทำให้คะแนนตกน้ำหายไป “เลือกฟรี” 5.8 แสนคน แม้ พปชร.หายเหมือนกัน 1.9 แสน ปชป. 2.5 แสน เสรีรวมไทย 1.15 แสน ถ้าใช้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบนี้ (ที่พรรคได้ 3 หมื่นกว่าคะแนนได้ ส.ส.1 คน)

สูตรที่มติชนเอามาลง ซึ่งเชื่อกันว่ามาจาก กกต. มีนักวิชาการหลายคนเห็นด้วย ทั้งที่ยังมีปัญหาการตีความกฎหมาย ว่า “จำนวนเต็ม” ตามมาตรา 128(4) คืออะไร แต่เอาประเด็นนี้ก่อน คือความลักลั่น ไม่สมเหตุสมผล ไม่เป็นไปตามหลักการ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” เพราะมันทำให้สัดส่วน ส.ส.ต่อประชาชนที่ไปเลือกพรรคการเมืองแต่ละพรรค แตกต่างกันอย่างลิบลับ

ตารางที่ 1

ง่ายๆนะครับ ดูตารางที่ 2 ของมติชน ดูมากจะงง ให้ดูแถวท้ายสุด ว่าจากค่าเฉลี่ย 71,065.29 คะแนน ต่อ ส.ส. 1 คน พอใช้สูตรนี้แล้วเปลี่ยนไปอย่างไร

  • พรรคเพื่อไทยว่าได้เปรียบสุด เพราะ ส.ส.เขตเกิน ยังได้ ส.ส.1 คนจากค่าเฉลี่ย 57,814 คะแนน พูดอีกอย่างคือ ประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกพรรคเพื่อไทย 57,814.3 คน ได้ ส.ส.1 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ ประชาชนที่ไปเลือก พปชร. 72,698.7 คน ได้ ส.ส.1 คน
  • ประชาชนที่ไปเลือกพรรคอนาคตใหม่ 78,323.9 คน ได้ ส.ส.1 คน
  • ประชาชนที่ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 75,917.3 คน ได้ ส.ส.1 คน
  • ประชาชนที่ไปเลือกพรรคภูมิใจไทย 73,194.9 คนได้ ส.ส.1 คน

ขณะที่ประชาชนที่ไปเลือกพรรคน้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้า 45,512 คนได้ ส.ส.1 คน หรือพรรคไทรักธรรม 33,748 คน ไม่ถึงครึ่งของ 71,065.29 ด้วยซ้ำ ก็ได้ ส.ส.1 คน

ตารางที่ 2

บางคนอ้างว่าที ส.ส.เขตได้ไม่ถึง 3 หมื่นคะแนน ยังได้เป็น มันเทียบผิดที่ผิดทาง ต้องมาเทียบภาพรวมอย่างนี้สิ

แล้วจะบอกว่าเป็นผลดีกับพรรคเล็กก็ไม่ใช่ เพราะพรรคเสรีรวมไทย ไปโน่นเลย ประชาชนที่เลือกพรรคเสรีรวมไทย 82,651.7 คน ได้ ส.ส.1 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 80,943.3 คน ได้ ส.ส.1 คน พรรคเพื่อชาติ 83,877.6 คน ได้ ส.ส. 1 คน สูงลิบเท่ากับพรรคกำนัน รวมพลังประชาชาติไทย 83,264.8 คน ได้ ส.ส.1 คน พรรคชาติพัฒนาสูงสุด 84,014.6 คนได้ ส.ส. 1 คน

พรรคพลังปวงชนไทย 81,760 ได้ ส.ส. 1 คน มากกว่าพรรคประชาธิปไตยใหม่ 2 เท่า 39,792 ได้ ส.ส.1 คนเท่ากัน

คราวนี้มาดูทีว่าคะแนนไม่ตกน้ำ ถ้าเราเอาค่าเฉลี่ย 71,065.29 กลับไปคูณจำนวน ส.ส.แต่ละพรรค จะเห็นคะแนนตกน้ำ หรือเลือกไปกลายเป็นศูนย์ อุตส่าห์เลือก ไม่ได้ ส.ส.สักคน

พรรคพลังประชารัฐ ส.ส.116 คน ใช้คะแนน 8,243,573.64 แต่คะแนนจริง 8,433,060 เท่ากับคะแนนตกน้ำหายไป 189,486 คะแนน มากกว่าพรรคไพบูลย์ 4 เท่า

พรรคอนาคตใหม่ ส.ส.80 คน ใช้คะแนน 5,685,223.2 แต่คะแนนจริง 6,265,918 เท่ากับคนเลือกพรรคอนาคตใหม่ ถูกทำคะแนนตกน้ำหายไปถึง 580,694 คน นี่มันเกินครึ่งล้านนะโว้ย ที่เลือกฟรี

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส.52 คน ใช้คะแนน 3,695,395.08 แต่คะแนนจริง 3,947,702 ตกหายไป 252,306.92 มากกว่าพรรคครูไทยนั่นเกือบ 5 เท่า แต่ไม่ได้ ส.ส.สักคน

พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขตมากหน่อย คะแนนตกหาย 108,610.21

พรรคเสรีรวมไทย หนักอีกเหมือนกัน ได้ ส.ส.แค่ 10 คน ใช้คะแนนแค่ 710,652.9 ก็พอ แต่มีคนไปเลือก 826,517 เกินไปตั้ง 115,864 มากกว่าพรรคเล็ก 2 พรรค

พรรคเศรษฐกิจใหม่ ส.ส.6 คน ถ้าตามค่าเฉลี่ยคือ 426,391.74 คะแนนตกน้ำไป 59,268.26 เกือบเท่าพรรคไทยศรีวิไลย์

คือในระบบนี้ ใครได้ ส.ส.เขตเยอะได้เปรียบ รู้กันแต่ต้น แต่พรรคเล็กได้เปรียบนี่สิ เพิ่งรู้ เพิ่งมาคิดได้ตอนนี้หรือเปล่า กกต. กรธ. ถ้าจะใช้สูตรนี้ก็หาหลักฐานมายืนยันด้วยนะว่าเราใช้วิธีคิดแบบนี้ตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาคิดตอนเห็นว่าจะลด ส.ส.อนาคตใหม่ได้ตั้ง 7 คน

ที่มา Atukkit Sawangsuk

บทความก่อนหน้านี้ทนายต้านทุจริตคว้าชัย “เลือกตั้ง” นั่งประธานาธิบดีหญิง “คนแรก” ของสโลวาเกีย (คลิป)
บทความถัดไป4 ว่าที่ส.ส. อนาคตใหม่ เผยเคล็ดลับชนะเลือกตั้ง สู้คำท้าทาย…คนเท่ากัน!