จินตนา ขนมเปี๊ยะไส้หมูหย็องแบบแท่ง กับการเติบโตที่เป็นมากกว่าขนมไหว้เจ้า

เปิดตำนาน จินตนา ขนมเปี๊ยะไส้หมูหย็องแบบแท่ง เจ้าแรกของไทย กับการเติบโตที่เป็นมากกว่าขนมไหว้เจ้า

ขนมเปี๊ยะ หรือที่คนจีนมักจะเรียกกัน ผั่วเปี้ย เป็นขนมที่คนจีนนิยมใช้ในงานมงคล รวมไปถึงการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ใช้ประกอบในเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ โดยการทำขนมเปี๊ยะนั้น มักทำเป็นรูปทรงกลม เขียนหน้าด้วยคำมงคลสีแดง ส่วนไส้จะมีส่วนประกอบ เป็น ถั่วและฟัก

แต่เราอาจจะต้องเปลี่ยนภาพจำเกี่ยวกับ ขนมเปี๊ยะ กันใหม่ เพราะ ขนมเปี๊ยะของร้าน จินตนา ถือได้ว่าเป็นขนมเปี๊ยะในตำนานเจ้าแรกของไทย ที่นอกจากจะทำเป็นแบบแท่งแล้ว ไส้ที่ทำขายก็เป็นไส้หมูหย็องและหมูหย็องพริกเผาอีกด้วย

เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ หนึ่งในเจ้าของร้านรุ่นที่ 2 คุณบัว-ฐิติภา โล่ดำรงรัตน์ วัย 36 ปี ที่เล่าว่า เธอและคุณเจน-ชนาภา โล่ดำรงรัตน์ ผู้เป็นพี่สาว ได้ลาออกจากงานของแต่ละคนมาสืบทอดกิจการต่อจากคุณแม่ (คุณจินตนา โล่ดำรงรัตน์) มาได้ 10 กว่าปีแล้ว

“จริงๆ ร้านขนมเปี๊ยะจินตนา เปิดขายมาได้กว่า 40 ปีแล้วค่ะ แรกเริ่มเลยคุณแม่เป็นช่างตัดผม และทำขนมปังปอนด์แบบโฮมเมดขาย แล้วแม่ก็มีโอกาสได้ไปช่วยอาแปะที่เป็นญาติห่างๆ อยู่ที่ภูเก็ต ทำขนมเปี๊ยะขายตามงานเทศกาลบ่อยๆ เทียวไปเทียวมาอยู่อย่างนั้น จนแม่ก็ได้วิชาทำขนมมาจากอาแปะ เพราะเขาก็เห็นว่าแม่ทำขนมได้ อีกทั้งอาแปะแกก็เห็นว่าแม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แกก็หวังดีเลยให้แม่ฝึกทำขนมเปี๊ยะ แต่แม่เป็นผู้หญิงคงทำไม่ไหว เพราะกวนไส้ถั่วงานมันหนักมาก”

(ซ้าย)คุณบัว-ฐิติภา และ (ขวา) คุณเจน-ชนาภา โล่ดำรงรัตน์ เจ้าของร้านรุ่น 2

“แต่แม่ก็เห็นว่าแป้งขนมเปี๊ยะ น่าจะเอามาปรับทำไส้ใหม่ๆ ได้ เลยขอสูตรแป้งเขามา แต่อาแปะก็ถ่ายทอดสูตรวิชาพร้อมอุปกรณ์ทำขนมให้หมด เพราะแกแก่แล้ว ไม่มีคนสืบทอด สุดท้ายแม่ก็ขอเรียนแค่สูตรแป้งแล้วก็กลับกรุงเทพฯ พอกลับมาแม่ก็มานั่งคิดว่าจะทำยังไงต่อ ถ้าจะทำขนมเปี๊ยะขาย ก็ต้องทำให้มีความแปลกใหม่ แกก็เลยลองเอาหมูหย็องมาใส่ เพราะแม่ก็ทำขนมปังปอนด์ขาย แล้วชอบเอาขนมปังตัวเองมาทาน้ำพริกเผาโรยหมูหย็องมากินอยู่แล้ว” คุณบัว เล่า

เมื่อปิ๊งไอเดียคุณจินตนาก็ลงมือทำ ผสมแป้งทำขนมเปี๊ยะแล้วนำหมูหย็องและพริกเผาของโปรดมาใส่ข้างในแทนไส้แบบเดิมๆ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่สามารถบีบแป้งขนมเปี๊ยะไส้หมูหย็องพริกเผาให้แน่นได้ อีกทั้งน้ำมันจากพริกเผาก็ทำให้ขนมที่ทำมันมีความชื้นเก็บได้ไม่นาน เมื่อทำออกมาจึงไม่สวยแบบที่ควร แต่ก็ลองวางขายดู เมื่อลูกค้าเห็นก็บอกว่าไม่น่าทาน

คุณบัว เล่าอีกว่า ภายในสัปดาห์แรกที่ลองทำขาย แทบจะไม่มีลูกค้ามาซื้อเลย เมื่อได้ฟีดแบ็กจากลูกค้ากลับมาแบบนั้น คุณแม่จึงได้ปรับเปลี่ยนทำเป็นรูปทรงอื่น ซึ่งก็คือแบบแท่ง

“พอลองทำเป็นแบบแท่ง ลูกค้าก็บอกว่าไม่เหมือนขนมเปี๊ยะเลย เหมือนพายมากกว่า แต่แม่ก็สื่อสารกับลูกค้าว่ามันไม่ใช่พาย เพราะขนมพายแป้งมันใช้เนย ใช้ผงฟู ทำให้ขนมเป็นชั้นๆ แต่นี่แม่เราใช้แป้งขนมเปี๊ยะทำ แล้วก็ใช้แค่ไข่ทาแค่ผิวขนมก่อนเอาไปอบ น้ำพริกเผาแม่ก็เลือกใช้สูตรที่ไม่มีน้ำมัน ส่วนหมูหย็องเมื่อก่อนอากง (พ่อของแม่) เขาก็ช่วยทำ พอท่านเสียไปแม่ก็เลือกซื้อจากเจ้าแก่เก่าที่ซื้อกินประจำมาใช้แทน เรียกได้ว่า ร้านจินตนา เป็นร้านขนมเปี๊ยะเจ้าแรกในไทยที่ทำแบบแท่งและทำเป็นไส้หมูหย็องพริกเผาเลยค่ะ แม่ก็ทำขายมาจนเลี้ยงเราสองพี่น้อง ส่งเสียจนเรียนจบมาได้ด้วยขนมตัวนี้ตัวเดียวเลย” คุณบัว เล่าอย่างนั้น

ถามถึงการเข้ามาสืบทอดกิจการต่อ คุณบัว เล่าว่า เป็นเพราะคุุณแม่ป่วยจนเข้าโรงพยาบาล จึงเป็นจุดที่ทำให้เธอและพี่สาวเห็นตรงกันว่า แม่ก็แก่ตัวลงทุกวัน ทำไมพวกเธอไม่เข้ามารับช่วงต่อในตอนที่แม่ยังมีแรงสอนมีแรงชี้แนะได้ อีกทั้งขนมเปี๊ยะของแม่ก็เป็นสิ่งที่หาเงินเลี้ยงดูพวกเธอมา หากไม่มีใครทำต่อ กิจการก็คงต้องสูญหายไปในสักวัน

“บัวเคยเข้าโครงการ SMEs ต่อยอดธุรกิจของ มธ. ก็เอาสิ่งที่ได้เรียนรู้มาพัฒนาร้าน เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง วางระบบใหม่ ทำร้านใหม่ จริงๆ เราสองพี่น้องเข้ามาทำต่อ มันก็มีความยากเหมือนกันค่ะ เรื่องการเปลี่ยนความคิด เพราะแม่จะเคยชินกับสิ่งที่เขาทำมาตลอด พอมันมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาและเราพยายามจะเอามาใช้ในร้าน เขาก็จะ ไม่ ไม่ อย่างเดียว”

คุณจินตนา โล่ดำรงรัตน์ เจ้าของร้านรุ่นแรก

“ขายมา 40 กว่าปี ไม่เคยขายออนไลน์เลย ก็ต้องค่อยๆ พูดให้เขาเข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เปลี่ยนอันนี้เป็นแบบนั้นเพราะอะไร จนไม่กี่ปีมานี้เองค่ะที่เราเพิ่งจะมาขายออนไลน์กัน พอมีโควิดเข้ามาหน้าร้านก็เงียบ เพราะขายแถวบ้าน เราก็มีลูกค้าแค่พนักงานออฟฟิศกับคนแถวๆ นั้น ก็หันมาเน้นขายออนไลน์แล้วก็ไปออกบู๊ธมากขึ้น พอแม่เห็นว่ามันทำเงินได้ เขาก็ค่อยๆ เริ่มเปิดใจและสนุกกับการไปออกบู๊ธ สนุกกับการตอบแชตลูกค้า ก็แฮปปี้กันทุกฝ่าย” คุณบัว ว่า

นอกจากขนมเปี๊ยะไส้หมูหย็องพริกเผาแบบแท่งแล้ว ทางร้านยังมีขนมเปี๊ยะไส้ไก่แบบแท่งขายด้วย เพราะเพื่อนชาวมุสลิมคนหนึ่งของคุณเจนได้ขอให้ทำ และมีขนมไลน์เบเกอรี่ต่างๆ เพิ่มเข้ามามากขึ้น ทั้ง ขนมเปี๊ยะพัฟที่มีด้วยกันถึง 8 รสชาติ คุกกี้สับปะรดไส้วานิลลา, ชาเขียว และ มิกซ์เบอร์รี่ บราวนี่กรอบอัลมอนด์ มะคาเดเมียบอล และขนมเปี๊ยะไส้หมูหย็องไข่เค็มมายองเนส ที่เป็นผลงานชิ้นโบแดงของสองสาวพี่น้องที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

“สิ่งที่เรายึดถือมาตลอดตั้งแต่รุ่นคุณแม่ที่เริ่มเปิดร้าน นอกจากการทำขนมออกมาให้เก็บได้นานๆ โดยไม่ใช้สารกันบูดแล้ว ยังเป็นเรื่องความซื่อสัตย์และการตรงต่อเวลากับลูกค้า ในการทำมาหากิน เพราะซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่าขนมเราจะไม่มีคุณภาพแน่นอน” คุณบัว ทิ้งท้าย

หากสนใจสั่งซื้อ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก chintanakanompai, Line : @chintana_kanompai ทวิตเตอร์ chintana_nompai รวมถึง IG : chintana_kanompai และ โทร. (02) 437-8184

เผยแพร่ครั้งแรก วันพฤหัสที่ 16 กันยายน พ.ศ.2564

บทความก่อนหน้านี้เปิด 10 ทริก วางแผนเที่ยวสนุก ปลอดภัย ไกลโควิด ทำยังไง?