ทำใจยาก ปิดตำนาน สุกี้ โคคา สยามสแควร์ เหตุต้องดูแลพนักงานหลายร้อยชีวิต

ทำใจยาก ปิดตำนาน สุกี้ โคคา สยามสแควร์ เหตุต้องดูแลพนักงานหลายร้อยชีวิต
ทำใจยาก ปิดตำนาน สุกี้ โคคา สยามสแควร์ เหตุต้องดูแลพนักงานหลายร้อยชีวิต

ทำใจยาก ปิดตำนาน สุกี้ โคคา สยามสแควร์ เหตุต้องดูแลพนักงานหลายร้อยชีวิต

คุณนัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ เจ้าของกิจการเจนฯ 3 ในฐานะซีอีโอ ร้านอาหารชื่อดัง สุกี้ โคคา ที่ล่าสุด ประกาศปิดตัว สาขาสยามสแควร์ ซึ่งเป็นเหมือนตำนาน เพราะเปิดให้บริการมายาวนานถึง 54 ปี  ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการให้บริการ

โดยย้อนความเป็นมาให้ฟังว่า ธุรกิจของครอบครัวนี้  เริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2500 ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ช่วยกันก่อตั้งขึ้นมา ซึ่งทั้งสองอพยพมาจากเมืองจีน คุณย่าของเธอ มีฝีมือด้านอาหาร จึงเปิดร้านอาหารกวางตุ้งเล็กๆ ขนาด 20 ที่นั่ง หลังมีชื่อเสียง จึงขยายเป็นร้านโคคา สุกี้ สาขาสุรวงศ์ ซึ่งเป็นสาขาตั้งต้น มีทั้งหมด 3 ชั้น นั่งได้ 450 คน

“ตอนนั้น โรงแรมดุสิตธานี เป็นตึกสูงที่สุดในย่านนั้น เรียกว่าร้านเราอินเทรนด์มาก ทุกคนรู้จักโคคา กลุ่มลูกค้าอายุ 30 อัพ นักธุรกิจ ชาวต่างชาติ คนญี่ปุ่น เยอะมาก หลังจากนั้นจึงขยายเป็นสาขา 2 ตอนนั้นจุฬาฯ สร้างสยามสแควร์ เป็นช็อปปิ้งมอลล์ แห่งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งคนยังคิดไม่ออกเท่าไหร่ว่าช็อปปิ้งมอลล์ คืออะไร แต่คุณปู่ก็ย้ายมาที่นี่ สร้างตึกเอง พร้อมติดแอร์ด้วย” คุณนัฐธารี เล่า

คุณนัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ ซีอีโอ สุกี้ โคคา

ก่อนฉายภาพในอดีตต่อ สมัยก่อนเวลาไปทานข้าวในร้านอาหารจีน ถ้าอยากได้บริการห้องแอร์ ต้องจ่ายค่าแอร์ต่างหาก แต่เพื่อนคุณปู่ของเธอบอก ขายสุกี้ไม่มีแอร์ ร้อนมากนะ ถ้าไม่ติดแอร์จะรอดมั้ย คุณปู่ เลยบอก งั้นไม่เป็นไร ติดแอร์ แจกฟรี  นั่นคงเป็นจุดเริ่ม ที่ทำให้ โคคา สาขาสยามสแควร์ กลายเป็นร้าน แฮงเอาต์ สำหรับ นิสิตจุฬาฯ คนทำงานย่านนี้  ครอบครัวน้อยใหญ่ และ นักท่องเที่ยวต่างชาติ

เมื่อถามถึงเหตุผลตัดสินใจปิดตัวสุกี้ โคคา สาขาสยามสแควร์ ซึ่งเป็นเหมือนร้านในตำนานแห่งย่านนี้ ผู้บริหารเจนฯ 3 บอกตรงๆ

“อยู่กับโควิดมา หนึ่งปีครึ่งแล้ว แต่เป็นช่วงเวลาที่นานมากๆ เลยสำหรับนักธุรกิจทุกคน หนึ่งปีครึ่ง เราพยายามที่จะเก็บทุกอย่างเอาไว้ ทรงมันไปด้วยกัน จนถึงอาทิตย์ที่แล้ว ต้องตัดสินใจจริงๆ เหมือนเครื่องบินน้ำมันน้อย ต้องลงจอดก่อน เพราะมีพนักงานที่ต้องดูแลเป็นจำนวนมาก รวมทุกสาขาไม่ต่ำกว่า 250 ชีวิต”

ก่อนบอก เชื่อว่าหลังจากนี้ จะมีระลอก 4-5-6 อีก ฉะนั้นทางเดียวที่จะสามารถไปรอดวิกฤตรอบนี้ได้ คือ ต้อง สละสาขานี้ไปก่อน แล้วเก็บพนักงานทุกคนเอาไว้  เพราะทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวที่อยู่กันมานาน ต้องพาทุกคนผ่านพ้นไปให้ได้  พนักงานสาขาสยามสแควร์ ไม่มีใครตกงาน แต่จะกระจายไปตามสาขาอื่นๆ ทั้ง     สุรวงศ์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมกาบางนา

บรรยากาศวันสุดท้าย ก่อนร้านเปิด

“ทำใจยากเหมือนกัน ที่ต้องปิดสาขาหลัก เพราะสาขานี้ เป็นที่ที่ทุกคนรู้จัก แต่ด้วยเหตุผล ที่นี่เป็นห้องแถวหกห้อง มีทั้งหมดสี่ชั้น เป็นสาขาใหญ่ การดูแลจึงท้าทายกว่าสาขาอื่น บวกกับสมัยนี้ ผู้คนในกรุงเทพฯ มักย้ายไปอยู่อาศัยรอบนอกกันเยอะ สังเกตเวลามีประกาศ เวิร์กฟอร์มโฮม เห็นเลยว่า ใจกลางเมืองจะเงียบกว่าข้างนอก” คุณนัฐธารี บอกเสียงหม่น

และว่า ในเมื่อยังไม่สามารถหาชาวต่างชาติ 3 พัน 4 พันคน ที่มาใช้บริการเหมือนปกติได้ และถ้ารอนักท่องเที่ยวมาเหมือนเดิม คิดว่าต้องใช้เวลาอีก 3-4 ปี  ที่ต้องคาดการณ์ให้เลวร้ายไว้ก่อน เพราะที่ผ่านมาหนึ่งปีครึ่ง มันเป็นเวลาที่นาน และเวลานี้ยังไม่มีใครสามารถมาฟันธงได้ว่า ระลอกนี้จะเป็นระลอกสุดท้าย

“ต้องขอบคุณลูกค้าทุกคนจากใจจริง หลายคนบ่นเสียดาย  เราเองก็ช็อกกับเรื่องนี้ไม่น้อย แต่พอได้รับกระแสที่ดี มีแฟนๆ เขียนหา โทรมาจอง ตั้งใจมาทาน ก็มีกำลังใจมากขึ้น แต่เราไม่ได้ไปไหนนะคะ สาขาอื่นยังอยู่  ส่วนที่ว่าจะกลับมาเปิดที่สยามสแควร์ อีกหรือเปล่า พยายามมองหาที่อยู่เหมือนกัน แต่อาจลดขนาดร้านลงมา นี่คือความตั้งใจค่ะ” คุณนัฐธารี บอกทิ้งท้าย

 

บทความก่อนหน้านี้ไดมอนด์เกรนส์ ปรับตัว ขายอาหารมังสวิรัติ-น้ำสมุนไพรสกัด ดีลิเวอรี่
บทความถัดไปวิกฤตระลอก 3 ดันยอดใช้งาน โมบายแบงกิ้ง และ อีวอลเล็ต โต