อดีตอาจารย์มหา’ลัย เบนเข็มเปิดร้าน-ขายสูตรอาหาร สร้างอาชีพแบบไม่มีกั๊ก!

อดีตอาจารย์มหา’ลัย เบนเข็มเปิดร้าน-ขายสูตรอาหาร สร้างอาชีพแบบไม่มีกั๊ก!

ครูภาพ ตำยำนัว – ในยุคที่บริษัท โรงงานต่างๆ ทยอยปิดตัวลง พนักงาน หรือมนุษย์โรงงาน ต่างก็ถูกบอกเลิกจ้างกันเป็นแถว หลายคนมืดแปดด้าน ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร บางคนพอจะตั้งหลักได้ ก็นำเงินก้อนสุดท้ายที่มีไปลงทุนขายอาหาร หรือซื้อแฟรนไชส์ เพราะถือว่า อาหาร เป็นสิ่งที่ทุกๆ คนต้องบริโภคกันอยู่แล้ว และแน่นอนว่าต้องมีการคาดหวังให้กิจการที่ลงทุนไปอยู่รอดด้วย

เช่นเดียวกับ คุณภาพ – สุภาพ แนบกลาง วัย 49 ปี เจ้าของร้าน “ครูภาพ ตำยำนัว” ย่านคลองสอง ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมาเปิดร้านขายอาหาร เธอเคยเป็นครูสอนในโรงเรียนและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชน อยู่ 4-5 ปี แต่การทำงานนั้นค่อนข้างเครียด จึงเกิดความคิดที่ว่า อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองสักอย่างหนึ่ง จะขายอะไรก็ได้ที่ตนเองชอบ และได้เป็นเจ้านายตัวเอง

คุณภาพ – สุภาพ แนบกลาง วัย 49 ปี เจ้าของร้าน “ครูภาพ ตำยำนัว” ย่านคลองสอง

“พี่เป็นคนทำกับข้าวไม่เป็นนะ แต่ชอบทานมาก ก็คิดว่าขายอะไรที่เป็นของกิน ที่มันทำง่ายๆ แล้วกัน ก็ลงทุนไปซื้อแฟรนไชส์ส้มตำเจ้าหนึ่งมาขาย มันก็ขายได้นะ แต่ปัญหามันเยอะ เพราะการซื้อแฟรนไชส์ หมายความว่าคุณต้องรับวัตถุดิบและของทุกอย่างจากสาขาแม่มาขาย ทำให้มันมีภาระพวกค่าขนส่งอะไรต่างๆ เพิ่มเข้ามา คิดรวมๆ แล้วทุนสูงกว่ากำไรที่ขายได้ ก็เลยรอสัญญาแฟรนไชส์หมด และตัดสินใจทำอาหารเอง โดยเรียนทำอาหารจากเพื่อนๆ คนรู้จักที่เป็นเชฟ เพราะพี่คิดว่า แค่ขายส้มตำอย่างเดียวในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ อยู่ไม่รอดหรอก” คุณภาพ ว่ามาอย่างนั้น

จากคนทำอาหารไม่เป็น ต้องหันมาเข้าครัวหยิบจับมีดกระทะ จนพอจะมีฝีมือด้านการทำอาหารอยู่บ้าง จึงเริ่มทำเมนูอื่นๆ นอกจากส้มตำเพิ่มเข้ามาในร้าน โดยการทำแจกให้ลูกค้าได้ลองชิมก่อน จากนั้นก็เก็บข้อมูลคำติชมไปพัฒนารสชาติอาหารของเธอ

“เริ่มแรกพี่ก็ทำอาหารอื่นๆ พวกยำอะไรแบบนี้ให้ลูกค้าที่เข้ามาทานที่ร้านชิมฟรีๆ ก่อน แล้วก็ให้คนกินนั่นแหละบอกเราว่าสิ่งที่กินเข้าไปมันโอเคหรือยัง ถ้ายังก็นำคำแนะนำจากลูกค้าไปพัฒนาอาหารต่อ จนได้สูตรที่ลงตัวถูกปากลูกค้า ก็เพิ่มไลน์อาหารอื่นๆ เข้ามาที่มันไม่ขัดกับอาหารหลัก อย่าง ส้มตำ ที่ขายอยู่ จนเมื่อปีที่แล้วเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ลูกค้าก็เข้ามาอุดหนุนและกระจายข่าวโปรโมตร้านให้ จนร้านมันอยู่ตัว ก็มีคนเห็นว่าร้านพี่ขายดี เลยอยากมาขอซื้อแฟรนไชส์ แต่เราเคยเจอปัญหาเรื่องแฟรนไชส์มาก่อน แล้วทำไมเราต้องทำให้คนอื่นมาเจอแบบเราล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เปิดขายสูตรอาหารที่เราทำขายให้เขาไม่ดีกว่าเหรอ ให้เขาเอาไปแต่สูตร ส่วนต้นทุนค่าวัตถุดิบให้เขาไปบริหารเอาเอง เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ให้เขาสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง” คุณภาพ กล่าว

เจ้าของร้านคนเดิม ยังกล่าวอีกว่า สูตรอาหารที่เธอขาย มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คอร์ส ได้แก่

1. คอร์สสำหรับคนทุนน้อย คอร์สนี้จะไม่ได้สูตรอาหาร แต่สามารถเลือกซื้อน้ำหมักหมูหรือน้ำหมักไก่ หรือเลือกเรียนปฏิบัติกับทางร้านได้ ในราคา 2,990 บาท

2. คอร์สสำหรับคนซื้อสูตร จะมีแยกย่อยให้เลือก 2 อย่าง คือ

2.1 สูตรหมูทอด ไก่ทอด ไส้ทอด และไก่นึ่งสมุนไพร สูตรโบราณ ซึ่งเป็นเมนูขายดีของทางร้าน โดยจะได้สูตรน้ำหมักหมู-ไก่ทอด น้ำหมักไก่นึ่งและน้ำจิ้ม โดยสอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงว่าหากมีการเปิดร้าน ทางร้านครูภาพจะลงไปช่วยที่ร้านจนกว่าทางลูกค้าจะมั่นใจว่าสามารถทำเองได้หมดแล้ว โดยราคาอยู่ที่ 49,000 บาท

2.2 สูตรส้มตำและยำ ซึ่งเป็นเมนูขายดีของทางร้าน สิ่งที่จะได้คือ สูตรน้ำตาลเคี่ยวที่ได้สูตรมาจากเชฟโรงแรมระดับ 5 ดาว และมีการทำส่งขายให้ร้านยำกว่า 20 ร้านในขณะนี้ และสูตรน้ำปลาร้า ที่จะสอนตั้งแต่การต้มปลาร้ายังไงให้มีกลิ่นหอมหรือไม่ให้มีกลิ่น โดยราคาอยู่ที่ 49,000 บาท

3. สูตรทั้งหมดของทางร้าน ซึ่งประกอบไปด้วย ส้มตำ ยำ และอาหารอีสาน เหมาะกับคนที่ต้องการเปิดร้านอาหารอีสานแบบครบวงจร ราคาอยู่ที่ 149,000 บาท พร้อมด้วยการที่ทางร้านจะเข้าไปช่วยในช่วงเปิดร้าน ช่วยฝึกพนักงานให้

“พี่ก็เคยเจอปัญหาเรื่องแฟรนไชส์มา เลยเห็นใจและเข้าใจดีว่ามันเครียดนะ เพราะเมื่อก่อนซื้อแฟรนไชส์ส้มตำมาทำขาย ก็ได้เงินวันละหมื่นกว่าบาท แต่พอเจอเรื่องต้นทุน ค่าขนส่ง ไหนจะเศรษฐกิจ คิดๆ แล้วยอดตกลงมาเหลือหลักพัน ไหนจะต้องจ่ายค่าคนงาน ค่าวัตถุดิบ นั่นนี่จิปาถะ พอเราปรับตัวเอาอย่างอื่นเข้ามาขาย ยอดมันก็เพิ่มขึ้นมาเป็นวันละ 20,000 บาท พี่อยากให้คนได้ลืมตาอ้าปากกันได้เหมือนพี่ จะได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องมีข่าวฆ่าตัวตายหนีหนี้ให้หดหู่กัน” คุณภาพ กล่าวทิ้งท้าย

หาใครสนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เพจ ครูภาพ ตำยำนัว หรือ โทรศัพท์ (080) 491-8655

บทความก่อนหน้านี้“ไพ่รูนส์” ทำนายดวงชะตาคนเกิดวันจันทร์ – วันอาทิตย์ สัปดาห์นี้ 1–7 ธ.ค.
บทความถัดไป“คนแพ็กหนังสือ” อาชีพตั้งต้นชีวิตใหม่ ของอดีตผู้ต้องขังหญิง วัย 41