เชฟวัยเก๋า นำประสบการณ์ทำครัว ต่อยอดทำ นวัตกรรมอาหารไทย เพื่อคนต่างแดน

เชฟวัยเก๋า นำประสบการณ์ทำครัว ต่อยอดทำ นวัตกรรมอาหารไทย เพื่อคนต่างแดน
เชฟวัยเก๋า นำประสบการณ์ทำครัว ต่อยอดทำ นวัตกรรมอาหารไทย เพื่อคนต่างแดน

อายุเป็นเพียงตัวเลข! เชฟวัยเก๋า นำประสบการณ์ทำครัวกว่า 20 ปี ต่อยอดทำ นวัตกรรมอาหารไทย เพื่อคนต่างแดน

การอาศัยอยู่ในต่างประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาแม่ของตัวเองในการสื่อสาร ต้องยอมรับว่ามีความลำบากไม่น้อย โดยเฉพาะคนไทย ที่ส่วนใหญ่จะพบปัญหาในเรื่องของ อาหาร ซึ่งอาหารไทยในต่างแดน ราคาก็แสนแพง แถมบางทีรสชาติก็ไม่ถึงเครื่องเท่ากินจากบ้านเกิดตัวเองเสียอย่างนั้น

เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณสกุณา ซาฮีร์ วัย 58 ปี อดีตเชฟร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ผู้ผันตัวมาเป็นเจ้าของ แบรนด์ Thai Aroy ธุรกิจนวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมทำและพร้อมรับประทาน (Ready to Eat & Ready to Cook) ที่ตอบโจทย์ชาวไทยในต่างแดนได้เป็นอย่างดี!

คุณสกุณา ซาฮีร์ วัย 58 ปี เจ้าของ แบรนด์ Thai Aroy

คุณสกุณา เล่าว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจนวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานนั้น มาจากประสบการณ์ที่ตนเคยเป็นเชฟในต่างประเทศมาก่อน แต่เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุและกลับมาอยู่เมืองไทยเริ่มรู้สึกเสียดายความรู้ด้านอาหารที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี จึงเริ่มมองหาลู่ทางในการทำธุรกิจ และมาลงเอยที่ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน

“จริงๆ พี่เป็นพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับส่งออก ทำให้พอมีความรู้เรื่องการส่งออก ทำมา 10 ปีก็แต่งงาน ลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง แล้วที่บ้านพี่มีร้านอาหารอินเดียอยู่ ก็ออกมาทำตรงนั้นด้วย พอมีลูกแล้วเริ่มไม่ค่อยมีเวลา ก็เลยย้ายไปทำรีสอร์ตที่ลำพูน เรียกว่าเป็นจุดที่ทำให้หันมาสนใจเรื่องอาหาร ก็ทำขึ้นครัวกลางของโรงแรม จนได้ใบเซอร์ทิฟิเคตรับรองเรื่องความอร่อย ทำมาได้ 15 ปี พอลูกโตก็ส่งไปเรียนเมืองนอก พี่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็ตามลูกไปเปิดร้านอาหารไทยที่เมืองบริสเบน ชื่อร้าน ไทยอร่อย ทำอยู่ 16 ปี ลูกเรียนจบก็ขายร้านกลับมาไทยก่อนช่วงโควิดพอดี” คุณสกุณา เล่า

เนื่องจากอาศัยในต่างประเทศมาเป็นเวลานาน ทำให้คุณสกุณารู้ปัญหาว่า อาหารไทยในต่างประเทศค่อนข้างหายากและมีราคาแพง อีกทั้งคนต่างชาติที่ชื่นชอบอาหารไทยมีเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถปรุงอาหารไทยที่มีรสชาติอร่อยได้ ตนจึงคิดค้นสูตรอาหารสำเร็จรูปที่มีการตวงส่วนผสมที่ได้สัดส่วนลงไปในซอง เพื่อให้ต่างชาติสามารถเลือกซื้อและนำไปปรุงอาหารได้ทันที

“ด้วยความที่อยู่ออสเตรเลียมานาน ก็มีคอนเน็กชั่นที่ตอนทำร้านอาหารที่นั่น เราก็ทำอาหารส่งตามร้านอาหารไทยเหมือนกัน เขาก็แนะนำว่าให้หาช่องทางในการทำอาหารส่งให้เขาเหมือนเดิม แล้วกลับไทยก็ไม่รู้จะเริ่มทำอะไรดี ก็อยากหาอะไรทำ และด้วยความที่ หนึ่ง เรามีประสบการณ์ด้านอาหาร สอง มีความรู้เรื่องส่งออก ก็เลยคิดว่าควรส่งออกอาหารนะ เลยเริ่มเข้าโครงการทั้งของหน่วยงานรัฐและเอกชน หลังจากนั้นมีโอกาสได้เข้าโครงการ ที่ให้ข้อมูลและความรู้สำหรับการนำนวัตกรรมมาพัฒนาธุรกิจ จนท้ายที่สุดก็นำมาประยุกต์จนเกิดเป็นธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน แบรนด์ Thai Aroy นี่แหละค่ะ” อดีตเชฟวัยเก๋า กล่าว

ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปพร้อมทำและพร้อมทาน แบรนด์ Thai Aroy มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

1. ผัดไทยสำเร็จรูปพร้อมทานซึ่งสามารถเก็บได้นานกว่า 8 เดือน 2. ขนมจีนน้ำยาพร้อมทานที่สามารถเก็บได้นานกว่า 1 ปีครึ่ง 3. เส้นขนมจีนนำยาเห็ด (วีแกน) 4. ซอสแกงเขียวหวาน 5. ซอสแกงแดง 6. ซอสแกงมัสมั่น 7. ซอสไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 8. ซอสมะขาม และ 9. ซอสผัดก๋วยเตี๋ยว

 

ปัจจุบัน คุณสกุณาสามารถส่งสินค้าไปขายในประเทศออสเตรเลียได้สำเร็จ และอนาคตมีแผนขยายช่องทางการตลาดไปในประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และสเปน เพิ่มเติมอีกด้วย โดยเธอแพลนไว้ว่า หลังโควิดหมด ก็จะบุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง แต่ช่วงนี้ก็ดูตลาดออนไลน์ในไทยและเก็บตัวพัฒนาต่อยอดสินค้าให้มีความหลากหลาย เป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคหลายๆ ตัว

“ผลตอบรับค่อนข้างดีเลยค่ะ เพราะเวลา 8 เดือน ก็มีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ออกไปเยอะพอสมควร เพราะเท่าที่พี่ดู ในออสเตรเลียธุรกิจอาหารไทยไปได้ดีกว่าอาหารประเทศอื่น เพราะมันมีพวกสมุนไพรอะไรแบบนี้ บวกกับกระแสรักสุขภาพในต่างประเทศเป็นที่นิยมกันมาก ไหนจะการทานอาหารนอกบ้านของฝรั่งเขาก็แพงแต่จะซื้อวัตถุดิบมาทำแล้วกินได้มื้อสองมื้อก็เป็นอะไรที่ทิ้งขว้างอีก นวัตกรรมของพี่เลยตอบโจทย์ปัญหาพวกนี้ เพราะ 1 ซองทำได้ 1 ครั้งพอดี มีทั้งเส้น น้ำ ผัด ครบเลย แถมเก็บได้นานถึงปีครึ่ง ไม่มีเหลือทิ้งแน่นอน” คุณสกุณา ทิ้งท้าย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Thai Aroy และ LINE ID : sakunamai555

เผยแพร่ครั้งแรก วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2564