หนุ่มใหญ่วัย 62 ต่อยอดอาชีพนวดแผนไทย คิดสูตรน้ำมันนวดแก้ปวดเมื่อยขายควบคู่กว่า 15 ปี

เดือนที่แล้วผมได้ไปท่องเที่ยว โดยเป็นแขกรับเชิญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

ตอนแรกว่าจะไม่ไปเพราะเป็นรองช้ำ มาหลายวันแล้ว

จุดที่เป็นก็คือส้นตีน หรือถ้าจะเรียกให้สุภาพสักหน่อยก็ได้ว่า ส้นเท้า

เวลาเดินเอาส้นเท้าลงจะปวดมาก ปวดเหมือนมีเข็มเป็นร้อยๆ เล่มแทง

กินยาแก้ปวดแล้วก็ไม่หาย หรือหายปวดแค่ประเดี๋ยวประด๋าว จากนั้นก็กลับมาปวดอีก เพียงแต่ปวดพอทนได้ ผมจึงรับคำเชิญร่วมเดินทางไป เพราะไม่อยากอยู่บ้าน โดยคิดในใจว่า ถ้าได้เที่ยวคงจะหาย

ทว่า ไม่ได้หายอย่างที่คิด แต่ที่สามารถลงจากรถเดินเที่ยวได้ก็เพราะได้จัดหารองเท้าที่มีพื้นนิ่มสวมใส่สบาย

พนักงานของ ททท. ได้พาผมและคณะสื่อมวลชนไปท่องเที่ยวหลายแห่ง เพราะแต่ละจังหวัดของไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากเหลือเกิน

สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งถ้าต้องเดินไกลผมก็ไม่ลงจากรถ

ในวันเดินทางกลับ ได้ถูกพาไปแวะให้จับจ่ายของที่ศูนย์หัตถกรรมเขาเต่า อำเภอหัวหิน

ที่ศูนย์แห่งนี้มีสินค้าหลายอย่างไว้ขาย มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องจักสาน และของที่ระลึกประเภททำด้วยเปลือกหอย

นอกจากนี้ ก็มีพวกของกินที่ได้มาจากทะเล เช่น กุ้งหวาน หอยลายทอดกรอบ ปลาหมึกย่าง แล้วยังมีกะปิ น้ำปลา อาหารทะเลแห้งจำนวนหลายชนิดให้เลือกซื้อ

ขณะผมเดินไปซื้ออาหารทะเลแห้ง ได้ยินเสียงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงโฆษณาถึง น้ำมันหม่องคลายเส้นว่านเอ็นเหลือง

โดยผู้ประกาศยืนยันถึงสรรพคุณว่าใช้ได้ผลดี ที่สำคัญ เป็นยาหม่องที่ผู้ผลิตได้นำมาขายด้วยตนเอง

ผมฟังแล้วสนใจขึ้นมาทันทีเพราะเชื่อว่าน้ำมันหม่องชนิดนี้น่าจะทำให้การเป็นรองช้ำของผมหายได้

ผมจึงได้เข้าไปหาผู้ที่กำลังประกาศขายน้ำมันหม่อง

มารู้ตอนหลังว่าแกชื่อ หมอจตุพล ศรีสำราญ

ที่มีคำว่า หมอ นำหน้าก็เพราะได้ผ่านการฝึกอบรมการเป็นแพทย์แผนไทยจนได้รับประกาศนียบัตรประกอบโรคศิลปะ

หมอจตุพล หรือที่ใครต่อใครพากันเรียกแกว่า หมอตุ๊ก ได้ถามอาการปวดส้นเท้าของผม แล้วใช้น้ำมันหม่องทาน่องและนวดให้ผมอย่างคล่องมือ

หมอตุ๊ก บอกว่า อาการปวดอยู่ที่ส้นเท้าก็จริง แต่ต้องแก้ที่น่อง เหตุเพราะน่องตึงจึงทำให้เป็นรองช้ำ

นอกจากเอาน้ำมันหม่องทาและนวดทั่วน่องให้ผมแล้ว ยังทาที่ฝ่าเท้าและส้นเท้าด้วย พร้อมกับแนะนำผมว่าพอกลับถึงบ้านให้เอาส้นเท้ากดลงไปบนเหลี่ยมของขอบปูน หรืออะไรก็ได้ที่มีเหลี่ยมให้กด

ทำอย่างนี้เพียงไม่กี่วันก็หาย หมอตุ๊ก ยืนยัน

เพียงแค่ให้หมอตุ๊กนวดและทาน้ำมันหม่องให้โดยใช้เวลาไม่กี่นาที ก็รู้สึกได้เลยว่าสบายเท้า ทดลองเดินดูไม่เจ็บส้นเท้าเหมือนก่อนมาพบหมอ

หลังจากหมอตุ๊กนวดให้ผมแล้ว มีลูกค้าสาวสวยเข้ามาให้หมอตุ๊กนวดต้นคออีกคน เธอบอกว่าเอี้ยวคอบ่อยจึงทำให้ปวด

ผมถือโอกาสชวนหมอตุ๊กคุย จึงได้รู้ว่า หมอตุ๊กอายุ 62 ปี มีความรู้เดิมสำเร็จปริญญาตรีด้านบริหารจัดการ เพิ่งมาผลิตน้ำมันคลายเส้นขายเพียง 15 ปี จากที่เคยทำมาค้าขายมาแล้วหลายอย่างมาก แม้เวลานี้ยามว่างจากการขายน้ำมันหม่องยังไปช่วยเมียทอดปาท่องโก๋ขาย

หมอตุ๊ก บอกว่า ยาที่ทำจากสมุนไพรมีหลายร้อยชนิด มีมากเหลือเกิน สรรพคุณก็ต่างกัน  ยิ่งศึกษาเรียนรู้ยิ่งสนุก

เดิมทีหมอตุ๊กไม่ได้ตั้งใจทำน้ำมันหม่องคลายเส้นขาย แต่เนื่องด้วยได้ไปเรียนเป็นหมอนวดแผนโบราณ

การนวดแผนโบราณหรือนวดแผนไทยจะต้องมีน้ำมันนวด หมอตุ๊กจึงผสมทำสูตรน้ำมันนวดของตัวเองขึ้นมาใช้

ที่จริง หมอตุ๊กผลิตน้ำมันจากสมุนไพรได้หลายอย่างตามความรู้ที่ได้เรียนมา แต่ที่ผลิตแล้วได้ผลสามารถขายได้ดีมีอยู่ 2 อย่าง คือ น้ำมันหม่องคลายเส้นว่านเอ็นเหลือง และสมุนไพรสมอไทยแก้ไอ

ที่มีชื่อว่าน้ำมันหม่องคลายเส้นว่านเอ็นเหลือง ก็เพราะมีว่านชนิดนี้เป็นส่วนผสมอยู่มากที่สุด นอกนั้นก็จะมีว่านขมิ้นอ้อย ว่านขมิ้นดำ ว่านไพลดำ ว่านมหาเมฆ และว่านอื่นๆ อีกหลายชนิด

น้ำมันหม่องคลายเส้นว่านเอ็นเหลือง ไม่ได้ใช้ได้ผลสำหรับนวดคลายเส้นเท่านั้น แต่ใช้ได้กับเวลาถูกแมลงสัตว์กัดต่อยด้วย

สัตว์ที่ว่านี้หมายถึงสัตว์ตัวเล็กๆ ไม่ใช่เสือหรืองูพิษ

อีกอย่างหนึ่งที่ได้ผลดีก็คือใช้ดมแก้หวัด น้ำมูกไหล

สำหรับสมุนไพรแก้ไอสมอไทย ส่วนผสมก็บอกอยู่แล้วว่ามีสมอไทย เป็นสมุนไพรที่ช่วยให้ไอเรื้อรังและเจ็บคอหายได้ แต่มีกระบวนการกินยากหน่อย เพราะต้องผสมกับมะนาว 1 ลูก ต่อสมุนไพร 1 ช้อนชา

ปกติ หมอตุ๊กจะขายน้ำมันหม่องและสมุนไพรแก้ไอด้วยตนเองที่สำนักงานเทศบาลหัวหินและสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอหัวหิน และรับนวดแผนโบราณที่บ้าน แต่ต้องโทรศัพท์นัดไปก่อนล่วงหน้า หมายเลขโทรศัพท์ (085) 713-1168

ค่านวดครั้งละ 500 บาท ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง รับรองว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่มีปัญหาเคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อยรุนแรง

แต่ถ้าผู้ใดต้องการนวดเพื่อพักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ควรไปหาหมอตุ๊ก หรือไปหมอตุ๊กก็ไม่นวดให้ครับ

บทความก่อนหน้านี้แนะอุตสาหกรรมอาหารไทยปรับตัว 360 องศา ใช้ “ดิจิทัล” เพิ่มมูลค่าผลผลิต ก่อนตลาดโลกแทรกแซง
บทความถัดไปมิติใหม่แห่งภาคเกษตร ‘รุกตลาดดิจิตอล’ มุ่งสู่ ‘เกษตร4.0’ หนุนแบรนด์ไทยไปต่างประเทศ