“ตาฮัก ตาแพง” แลนด์มาร์กเขาใหญ่ ธุรกิจร้อยล้านของ “ดีเจดาด้า”

กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในย่านเขาใหญ่ ที่ใครไปใครมาเป็นต้องแวะ สำหรับ “ตาฮัก ตาแพง” คอมมูนิตี้มอลล์ริมถนนธนะรัชต์ กิโลเมตรที่ 16 อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสี มา เพราะนอกจากมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมด ให้เลือกชิม เลือกช็อป ยังมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเช็กอินเพียบ โดยเฉพาะทุ่งดอกไม้ที่ปลูกสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละฤดู ซึ่งเจ้าของไอเดียเก๋ๆ นี้ไม่ใช่ใคร แต่เป็น ดีเจดาด้า-วรินดา ดำรงผล กับเพื่อนๆ หุ้นส่วนอีก 5 คนที่ช่วยกันริเริ่มโครงการนี้

“ตาฮัก ตาแพง” เป็นโครงการที่ดาด้าทำกับเพื่อนที่เรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจด้วยกัน รวมเป็น 6 หุ้น โดยเพื่อนคนหนึ่งเขามีที่อยู่ตรงนี้ 22 ไร่ ซึ่งเราอยากจะทำร้านอาหารปิ้งย่าง เพราะตรงเขาใหญ่ถ้าร้านอาหารปิ้งย่างจะมีแต่หมูกระทะ 199 บาท ไม่มีเนื้อที่พรีเมี่ยมขึ้นมาหน่อย แล้วก็ราคาปานกลางแบบไปครั้งหนึ่งจ่าย 400-500 บาท ตรงนี้ไม่มี เรามองว่าพื้นที่มันเยอะมาก 22 ไร่ ถ้าทำปิ้งย่างอย่างเดียวพื้นที่มันเหลือ เลยทำเป็นแลนด์มาร์กเลยดีกว่า” ดีเจสาวอารมณ์ดี เล่าถึงธุรกิจใหม่ที่ชื่อจำง่ายๆ เป็นภาษาอีสาน ความหมายแปลว่า น่ารักน่าชัง

ก่อนจะว่า “โครงการของเรา ตัวอาคารจะแบ่งเป็นห้องให้คนเช่าประมาณ 8 ห้อง แต่เราใช้ส่วนร้านปิ้งย่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง และไหนๆ คนมาถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ของเราก็เลยมีทำเป็นคาเฟ่ให้เขาสามารถมาสั่งเครื่องดื่มที่คาเฟ่ได้”

ดังนั้น โครงการตาฮัก ตาแพง จึงมีทั้งส่วนที่เปิดให้คนมาเช่าขายของ และส่วนที่ทั้ง 6 หุ้นส่วนช่วยกันบริหารเอง นั่นคือ “ร้านพร้อม บีฟแอนด์เบียร์” และ “ตาฮัก ตาแพง คาเฟ่” รวมถึงทุ่งดอกไม้ที่กินพื้นที่มากถึง 7-8 ไร่

“เราลงทุนก็เยอะพอสมควร ลงทุนคนละประมาณ 7 หลัก มี 6 หุ้น เนื่องจากพื้นที่มันใหญ่ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ครบเต็มสตรีม เราก็จะทำทีละเฟสๆ” ดาด้า บอกพลางยิ้ม

“ส่วนเรื่องบริหารงาน โชคดีว่าเราแบ่งหน้าที่ของหุ้นส่วนแต่ละคนไว้ชัดเจน อย่างคนที่เป็นเจ้าของที่ก็จะมาดูแลในส่วนที่ให้ธุรกิจเดินหน้าไป มาคุมร้านทุกอาทิตย์ ซึ่งจริงๆ เราก็มีผู้จัดการ มีลูกน้องคอยดูแล อย่างดาด้าเองจะดูแลส่วนของประชาสัมพันธ์ที่เป็นรายการโทรทัศน์และมีเพื่อนอีกคนที่เก่งเรื่องโซเชียลมีเดียช่วยดูประชาสัมพันธ์ อีกคนดูส่วนของบัญชี อีกคนเป็นอินทีเรียดีไซน์จะดูเรื่องการตกแต่ง แต่ละคนจะมีความพิเศษในแต่ละด้าน เราก็จะมีการประชุมกันทุกเดือน มาระดมความคิดกัน”

“อย่างช่วงนี้เราก็ประชุมกันว่าจะจัดอะไรเพื่อดึงคนมา เนื่องจากร้านเราเพิ่งเปิด เราเลยแพลนว่าปีหน้าอาจจะทำตลาดคนเดิน ดึงคนให้มาเสาร์อาทิตย์ มีคอนเสิร์ตเล็กๆ เป็นแบบอะคูสติก เพราะช่วงไฮซีซั่นของเขาใหญ่จะมีแค่พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงกอบโกยรายได้ของทุกร้านที่เขาใหญ่ พอเข้าสู่หน้าร้อน หน้าฝน จะเป็นโลว์ซีซั่นแล้ว เราก็คิดว่าจะต้องปรับยังไงบ้าง ซึ่งจริงๆ เขาใหญ่ช่วงหน้าฝนน่าเที่ยวมาก เขาเขียว อากาศไม่ได้ร้อน”

“โดยหลังจากเปิดมาที่ทำรายได้เยอะสุดจะเป็นปิ้งย่างร้านพร้อม บีฟแอนด์เบียร์ ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพราะคนเขาใหญ่เอง คนที่มาทำธุรกิจที่นี่ หรือนักท่องเที่ยวก็ให้การตอบรับดีมาก ทำให้กลุ่มเป้าหมายเราหลากหลาย วันศุกร์-อาทิตย์คนเลยจะเยอะมาก โดยเฉพาะวันเสาร์” ดีเจดาด้า เล่าถึงผลตอบรับ โดยเฉพาะกับร้านปิ้งย่างที่ภูมิใจเสนอ

“สำหรับร้านพร้อม บีฟแอนด์เบียร์ ตอนแรกเราคิดว่าจะเอาปิ้งย่างอะไรมาลงดี ด้วยความที่หุ้นส่วนบอกว่าร้านนี้ยังไม่มีสาขาที่เขาใหญ่ แล้วเราเคยคุยกับเจ้าของร้านพร้อมฯ เลยมีการซื้อแฟรนไชส์มาเปิดที่เขาใหญ่ การซื้อแฟรนไชส์มามันทำให้ดูแลง่ายขึ้น เพราะเราส่งเด็กของเราไปเรียนเรื่องการจัดการทั้งหมด ไม่ว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเสิร์ฟอาหาร ฯลฯ”

ทว่าสำคัญสุด คือ รสชาติที่อร่อยในราคาจับต้องได้ โดยทางร้านจะเน้นเนื้อไทยเฟรนช์ (Thai-French Beef) เนื้อวัวไทยคุณภาพดี คัดสรรจากสกลนคร ซึ่งเมนูสั่งได้ทั้งแบบอะลาคาร์ทและเซต อย่างเซต 456 บาทที่ทานได้ 2-4 คน จะได้เนื้อลูกมะพร้าว เสือร้องไห้ น่องลาย หางตะเข้ และผักอีก 1 ตะกร้า  ส่วนคนไม่ทานเนื้อสามารถสั่งชุดหมูที่ได้สันคอหมู สามชั้นสไลซ์ คอหมูสไลซ์ และเบค่อน ในราคา 399 บาท หรือถ้าชอบเนื้อวากาตะวากิวก็มีนำเข้าจากญี่ปุ่นมาให้เลือก รวมถึงเนื้อดรายเอจ เนื้อสเต๊ก ไส้กรอก และอาหารเรียกน้ำย่อยอื่นๆ

ส่วนร้านตาฮัก ตาแพง คาเฟ่ ที่ตกแต่งสไตล์อิงลิชคันทรี่ วินเทจ นั้น มีเครื่องดื่มและเบเกอรี่ไว้คอยบริการ โดยเครื่องดื่มแนะนำจะเป็น “ตาฮัก ตาแพง คอฟฟี่” ซึ่งดีต่อใจคนรักสุขภาพ เพราะใช้กาแฟอาราบิก้าผสมนมธัญพืชและหญ้าหวาน ส่วนขนมก็ต้อง “ครัวซองต์ไข่เค็มลาวา” และ ซอฟต์คุกกี้ สูตรของทางร้านที่รสชาติอร่อย กลมกล่อม ใครมาล้วนต้องสั่ง นอกจากนี้ เจ้าของยังการันตีว่าที่นี่ถ่ายรูปสวยทุกมุม

เช่นเดียวกับทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งที่ได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งช่วงแรกที่เปิดราวๆ ตุลาคม 2561 พื้นที่ถูกเนรมิตเป็นสีเหลืองด้วยทุ่งดอกปอเทือง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นทุ่งดอกดาวกระจายหรือคอสมอสในช่วงปีใหม่ ส่วนตอนนี้เป็นทุ่งดอกหญ้าป่าสีม่วง ให้อารมณ์เหมือนอยู่ที่สวนฮานึล ประเทศเกาหลี โดยที่นี่นอกจากให้ผู้คนมาเที่ยวเล่น ถ่ายรูป ยังสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นตามแนวคิด “เพ็ตเฟรนด์ลี่” ได้อีกด้วย

ตาฮัก ตาแพง ตอนนี้ยังเปิดไม่ครบปี แต่จากที่ประชุมกันไว้ เนื่องจากตัวคาเฟ่ได้รับการตอบรับช่วงไฮซีซั่น ซึ่งช่วงโลว์ซีซั่นมันธรรมดาอยู่แล้วก็จะลดลงมานิดหนึ่ง แต่โชคดีว่าปิ้งย่างเราคนเยอะตลอด ถ้ายังมีรายได้ประมาณนี้น่าจะใช้เวลา 1 ปีครึ่งในการคืนทุน” ดีเจสาว เล่า

พร้อมกับเผยถึงแผนในอนาคตว่า “ต่อไปที่นี่เราก็จะมีไลน์ธุรกิจอื่นๆ หลายคนถามว่าไม่มีที่พักเหรอ ก็อาจจะเพิ่มในส่วนที่พักไป ส่วนถ้าจะไปทำที่อื่นเรามองร้านปิ้งย่างมากกว่า เพราะถ้าเป็นโครงการแบบตาฮัก ตาแพง ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านเราต้องมีสถานที่กว้างๆ”

“เพราะเราต้องการให้ตาฮัก ตาแพง เป็นแลนด์มาร์กของเขาใหญ่ ใครมาเขาใหญ่ต้องมาตาฮัก ตาแพง ต้องคิดถึงตาฮัก ตาแพง เป้าหมายเราเป็นแบบนี้ มีของฝาก มีผลิตภัณฑ์โอท็อปมารวมไว้ที่นี่ อย่างช่วงสงกรานต์เราเพิ่งจัดงานโอท็อปไป คนก็ให้การตอบรับที่ดี ในอนาคตจะเป็นในรูปแบบแบบนี้”

“แล้วก็จะเป็นที่เด็กๆ มาวิ่งเล่นกันได้ ผู้ใหญ่มานั่งกินกาแฟในร้านคาเฟ่ของเรา ตกเย็นสามารถมาทานอาหารพร้อมครอบครัว มาร้านปิ้งย่างได้ อยากให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว มาเที่ยวเล่นกันก่อนที่จะเข้าไปพักที่เขาใหญ่ ซึ่งใครสนใจสามารถแวะมาได้ทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 น. แต่ร้านพร้อม บีฟแอนด์เบียร์ และตาฮัก ตาแพง คาเฟ่ จะหยุดทุกวันพุธ” ดาด้า ทิ้งท้ายถึงธุรกิจใหม่

ธุรกิจที่หวังมากกว่าผลกำไร เพราะอยากให้ “ตาฮัก ตาแพง” กลายเป็นแลนด์มาร์กสำหรับทุกคนในครอบครัว

 

บทความก่อนหน้านี้ดึงเอสเอ็มอีร่วมงาน “ภูมิปัญญาสุขภาพ” พัฒนาสินค้าสมุนไพรร่วมกันทั้งอาเซียน
บทความถัดไปส่องธุรกิจเฟรนช์ฟรายด์ปรุงรส ของ “พีช-พชร” ขายดี คนต่อคิวซื้อเพียบ!