เพชรบูรณ์ถกเครียด เดินหน้ารื้อรีสอร์ตล็อตใหม่ เป้าหมาย 19 ราย ลามเขาค้อ โดน1

เพชรบูรณ์-ถกเครียด!ประชุมรื้อรีสอร์ตล็อต 2 มีมติเดินหน้ารื้อต่อรีสอร์ตเป้าหมาย 19 รายยึดแนวศาลมีคำพิพากษาแล้ว จ่อเชือด 3 รายแรกก่อนศาลมีคำตัดสินแล้วเตรียมประกาศแจ้งรื้อถอนเองในสัปดาห์นี้

เวลา 14.30 น.วันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน ศูนย์ปฎิบัติการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ทั้งนี้ในที่ประชุมนอกจากจะมีการสรุปถึงผลการปฎิบัติการรื้อรีสอร์ต 19 รายในล๊อตแรกแล้ว ยังให้คณะทำงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คณะทำงานฝ่ายปฎิบัติการ และคณะทำงานฝ่ายรื้อถอนรายงานถึงผลปฎิบัติงาน ได้รายสรุปผลเป็นคณะพร้อมหารือถึงแนวทางเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากเจ้าของรีสอร์ต ก่อนจะมีมติในที่ประชุมเดินหน้าเปิดปฎิบัติการรื้อรีสอร์ตในกลุ่มเป้าหมายต่อไป

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังพิจารณาการดำเนินการในระยะถัดไปของคณะทำงาน เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(หน.คสช.)ที่ 35/59 ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่ 2 อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และกลุ่มเป้าหมายที่ 3 กลุ่มอาคารเข้าข่ายไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ในการประชุมยังมีการหารือถึงกรอบการเปิดปฎิบัติการรื้อถอนรีสอร์ตโดยเฉพาะในกล่มเป้าหมายที่ 2 โดยเห็นควรจะยึดแนวทางให้ศาลมีคำตัดสินพิพากษาก่อน รวมทั้งกำหนดห้วงระเวลาเปิดปฎิบัติการอีกด้วย อย่างไรก็ตามระหว่างการประชุมได้มีการเชิญสื่อมวลชนออกจากที่ประชุม โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลยังไม่นิ่งเกรงเกิดความคลาดเคลื่อน

นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ในที่ประชุมมีการจัดแบ่งกลุ่มใหม่ออกเป็น 3 กลุ่มโดยกลุ่มแรกกลุ่มรีสอร์ตที่รื้อถอนไปแล้ว ซึ่งมีการหารือถึงกรณีที่ผู้เจ้าของรีสอร์ตจะขอคืนทรัพย์สินต่างๆ ก็จะมีการหารือไปว่าจะคืนในรูปแบบไหนกันบ้างและค่าเสียหายในการรื้อถอนจะเรียกเก็บอย่างไร ส่วนกลุ่ม 2 อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลมี 19 รายซึ่งมีคำพิพากษาแล้วจำนวน 3 ราย ก็เป็นเป้าหมายจะดำเนินการต่อไป และจะยึดแนวทางเดิมโดยจะออกประกาศแจ้งให้ผู้ประกอบการทำการรื้อถอนเองก่อนภายใน 30 วัน โดยภายในสัปดาห์นี้จะทำทำการปิดประกาศให้เจ้าของรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งทำการรื้อถอนเองก่อนภายใน 30 วันและหากยังไม่ดำเนินการก็จะแจ้งเตือนโดยให้ระยะเวลาอีก 7 วัน

“ส่วนกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในกลุ่มนี้จะรอทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เสนอเข้าครม. เพื่อออกมาเป็นมาตรการ 3-8-8 ว่าจะบริหารจัดการกลุ่มนี้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีความชัดเจนขึ้น”นายพิบูลย์กล่าวและย้ำว่า แม้จะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ก็ตามก็ไม่หนักใจ เพราะมีแนวทางเดิมอยู่แล้ว และยังจะยึดแนวทางทำงานแบบนุ่มนวลโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เองก็มีความเข้าใจในการปฎิบัติหน้าที่ของคณะเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว

นายพิบูลญ์ยังตอบข้อถามถึงกรณีแนวทางการรื้อถอนเดิม ได้ดำเนินการหลังศาลมีคำตัดสินถึงที่สุดแล้ว แต่ในล็อตต่อไปจะไม่รอให้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดใช่หรือไม่ว่า เมื่อศาลมีคำตัดสินแล้วในคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ก็ได้ให้อำนาจตรงนี้ไว้ ก็คิดว่าจะยึดแนวที่ทางชุดเดิมทำไว้โดยเดินหน้าต่อเนื่องทันที

นายพิบูลย์ยังกล่าวถึงห้วงระยะเวลาที่จะดำเนินการรื้อถอน อยู่ในห้วงคาบเกี่ยวกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวว่า ประเด็นนี้ก็มีการพูดคุยหารือในที่ประชุม ซึ่งสิ่งที่จังหวัดและทางรัฐบาลเป็นห่วงก็คือความปลอดภัย ตรงนี้ซึ่งน่าจะเป็นหัวใจหลักเพราะว่ารีสอร์ตหลายแห่งไม่มีความมั่นคงแข็งแรง และบางแห่งก็ขวางทางน้ำ หากเกิดเหตุในลักษณะแลนด์ไสลด์หรือการทรุดพังจนมีผู้เสียชีวิต อันนี้จะเป็นปัญหากระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดและของประเทศด้วย ซึ่งตรงนี้เราคงยอมไม่ได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ยังตอบข้อถามถึงความชัดเจนถึงการดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมามีเสียงว่ามีการใช้สองมาตรฐานว่า ตรงนี้เรามีความชัดเจนอยู่แล้ว ในรายที่จะถูกรื้อถอนต้องมีคำพิพากษาก่อน บางแห่งที่ถูกรื้อไปเพียงครึ่งเกียวก็เป็นไปตามคำสั่งศาลทั้งหมด ไม่ใช่เราไปรื้อแค่ครึ่งเดียวอันนั้นไม่ใช่ทุกอย่างเดินไปตามกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกลุ่มรีสอร์ตเป้าหมายที่คณะเจ้าหน้าที่จ่อเปิดปฎิบัติการในล็อตต่อไปเป็นกลุ่มที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งมีรีสอร์ตจำนวน 19 รายโดยในจำนวนนี้มี 1 รายซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ นอกจากนี้ในจำนวนนี้มีรีสอร์ต 3 แห่งที่ศาลได้มีคำตัดสินพิพากษาไปเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ 1.เอวาภูทับเบิก 2.สมอลวิว 3.บ้านสายหมอก ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่เตรียมจัดทำประกาศแจ้งให้เจ้าของรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งทำการรื้อถอนเองภายใน 30 วัน ภายในสัปดาห์นี้

 

ที่มา มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ไลน์ประเทศไทย ออกประกาศเตือนผู้ใช้ ระวังการส่งต่อข้อมูลผิดๆผ่านไลน์
บทความถัดไปสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการในหลวง ฉบับที่ 38