“ทิฟฟี่”บุกหนักตลาดยา ผุดโรงแรม5ดาว

“ไทยนครพัฒนา” ประกาศลงทุนต่อเนื่องทั้งธุรกิจยาและโรงแรม เผยโรงงานยาคว้าใบรับรองการผลิตมาตรฐานยุโรป ทุ่มงบฯอัพเกรดเครื่องจักร หวังเพิ่มประสิทธิภาพ รุกตลาดซีแอลเอ็มวี ควักกระเป๋าอีก 2,500 ล้าน ขึ้นโรงแรม 5 ดาว ที่หาดไม้ขาว ภูเก็ต เตรียมปักธงอสังหาฯเขาใหญ่รับมอเตอร์เวย์-สปีดเทรน

นายสุภชัย วีระภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายยาแอนตาซิล, ทิฟฟี่ และเจ้าของโรงแรมโซฟิเทล อังกอร์ โภคีธรา, โนโวเทล โภคีธรา ภูเก็ต เป็นต้น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยายังเป็นธุรกิจหลักของบริษัท จากนี้ไปไทยนครฯใช้นโยบายมองประเทศในกลุ่มสุวรรณภูมิตอนเหนือเป็นคลัสเตอร์ โดยจะเน้นการทำธุรกิจ 5 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมา ตอนนี้มีออฟฟิศอยู่ในเมียนมา ลาว กัมพูชา โดยจะเน้นการทำตลาดยาที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นหลัก โดยเฉพาะยากลุ่มแก้ไข้ แก้ไอ แก้หวัด ยารักษาโรคกระเพาะ รวมไปถึงยาฉีด น้ำเกลือ ยาคุมกำเนิด กลุ่มยาครีม

กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี รวมกับไทย จะมีจำนวนประชากรมากกว่า 250 ล้านคน ในแง่ของการสร้างโรงงานจะมุ่งไปที่ไซซ์ของตลาด เช่น เวียดนาม มีประชากรมากกว่า 90 ล้านคน

ปัจจุบันมีโรงงาน 1 แห่ง ขณะที่เมียนมามีประชากรกว่า 60 ล้านคน ตลาดกำลังโต ก็มีความน่าสนใจและอยู่ในระหว่างการศึกษา ส่วนลาวมีประมาณ 6 ล้านคน กัมพูชา 16 ล้านคน ถือว่าไซซ์ยังเล็ก จึงใช้วิธีการส่งออกไปจากเมืองไทย ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายจะขยายตลาดยาในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีให้มีอัตราเติบโตใกล้เคียงกับตลาดในไทย อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าตลาดยาทั้งในประเทศและอาเซียนมีการแข่งขันเข้มข้น

ปัจจุบันโรงงานยาในประเทศ (ซอยยิ้มประกอบ ถนนงานวงศ์วาน) เพิ่งได้รับใบรับรองมาตรฐานการผลิต GMP-PIC/S (Pharmaceutical Inspection Co-operationScheme) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตยาของยุโรป และอยู่ระหว่างปรับปรุงเครื่องจักรให้เป็นออโตเมชั่น ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อให้ผลิตได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ผ่านมา และในแต่ปีจะมียาหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมา 2-3 รายการ

“ที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักและกำลังซื้อลดลงก็มีผลกระทบกับตลาดยาบ้างหากถามว่ายอดขายเติบโตมากไหม ก็ต้องบอกว่าไปได้เรื่อย ๆ อยู่ในฐานะที่โอเค เพราะเป็นของจำเป็น ซึ่งทีมงานทั้งผู้บริหารและทีมขายก็ต้องทุ่มเทในการทำงานให้มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเจาะตลาด การวิจัยสินค้า ฯลฯ เพื่อผลักดันยอดขาย”

นายสุภชัยยังกล่าวถึงธุรกิจโรงแรมในประเทศ เดือนตุลาคมนี้เพิ่งเปิดโนโวเทล โภคีธรา ที่ภูเก็ต เป็นโรงแรมขนาด 180 ห้องจับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยว ลูกค้าองค์กร และตลาดประชุมสัมมนา และอยู่ระหว่างปรับปรุงโรงแรมระดับ 2 ดาว ชื่อ ไอบิส สไตล์ ภูเก็ต โภคีธรา คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงมกราคมปีหน้า ทั้ง 2 โรงนี้อยู่บริเวณเดียวกันบนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ครึ่ง อยู่กลางเมืองภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะลงทุนสร้างโรงแรม 5 ดาวเพิ่มอีก 1 แห่ง จะขึ้นโปรเจ็กต์ในปีหน้า ที่หาดไม้ขาว ที่อยู่ด้านเหนือของเกาะภูเก็ต เป็นโรงแรมประมาณ 200 ห้อง คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ส่วนที่กระบี่มีแผนจะลงทุนเปิดเป็นในลักษณะของวิลล่าในบริเวณเดียวกัน โนโวเทล ที่เปิดให้บริการมา 10 ปี สำหรับเขาใหญ่ที่เคยมีโปรเจ็กต์ ตอนนี้อยากจะรอให้มอเตอร์เวย์ และสปีดเทรน ให้มีความชัดเจนก่อน ซึ่งก็ค่อย ๆ เห็นภาพขึ้นบ้างแล้วอย่างมอเตอร์เวย์ตอนนี้ก็เริ่มแล้ว และคาดว่าอีก 3 ปีจะจบ สปีดเทรนก็อยู่ในแผน จึงจะรออีกระยะหนึ่ง

“ตลาดเขาใหญ่เป็นตลาดของวีกเอ็นเดอร์ ขายได้เฉพาะ ศุกร์ เสาร์ แต่ผมมองว่า มีอนาคตดี เพียงแต่รอเวลาอีกระยะหนึ่ง ถ้าเกิดมีมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ หรือสปีดเทรน ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ1 ชม. ผมว่าอนาคตเขาใหญ่จะบูมมาก และจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เทียบเคียงได้ไม่แพ้พัทยาและราคาก็จะดีด้วย ในอนาคตอาจจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนมีเงิน เช้านั่งสปีดเทรน เข้ามากรุงเทพฯ มาทำงาน เลิกงานเย็น ๆ กลับ ซึ่งมีความเป็นไปได้ และเขาใหญ่เราก็จะเน้นตลาดไฮเอนด์เป็นหลัก

นายสุภชัยยังกล่าวถึงการลงทุนโรงแรมในกัมพูชา ว่า ในแง่ของโครงการใหม่ ๆ อาจจะชะลอเพื่อดูสถานการณ์ไปก่อน จากเดิมที่มีโซฟิเทล อังกอร์ โภคีธรา ที่เสียมเรียบและโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธรา เนื่องจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดโรงแรมระดับ 5 ดาว ในเสียมเรียบมีลักษณะของโอเวอร์ซัพพลาย และตกลงต่อเนื่อง มีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูง ขณะที่อัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ย (Occupancy Rate) ตลอดทั้งปีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 50-60% เกือบทุกโรง ไม่ว่าจะเป็น 3 ดาว 4 ดาว 5 ดาว และตัวเลขนักท่องเที่ยวโดยรวมเหมือนเมืองไทย คือ เติบโตปีละ 5-6% แต่โตในลักษณะของกลุ่มตลาดล่าง เช่น จีน เวียดนาม

 

“ที่ผ่านมามีแผนจะขึ้นโรงแรม 4 ดาว ในพนมเปญ แต่จะชะลอโครงการไปก่อน และกำลังจับตาดูว่า การที่มีโครงการเกิดขึ้นมาก ๆ นั้นมันจะทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่หรือไม่ เพราะอย่างตัวเลขคอนโดฯตอนนี้มีไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูนิต ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และจะแล้วเสร็จภายใน 3-5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก และราคาก็ไม่ได้ถูก ตกประมาณ 2,000-4,000 เหรียญ ส่วนเสียมเรียบที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ก็มีโรงแรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นการลงทุนของนักลงทุนชาวกัมพูชา ส่วนอีก 20% เป็นนักลงทุนต่างชาติ และในเสียมเรียบก็มีจำนวนเยอะมากเหมือนกัน แต่ตอนนี้มีการดำเนินการกันจริง ๆ มีเพียงประมาณ 50% ไม่ว่าจะ 3 ดาว 4 ดาว 5 ดาว เหมือนกันหมดและมีการตัดราคาแข่งขันกันมาก” นายสุภชัยกล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ