เป็นเหยื่อเมจิก สกิน ฟันบี เคิร์ฟว โฆษณาเกินจริง “มะปราง”พร้อมจ่ายค่าปรับ

ตะลึง “น้องแบม” ฮีโร่เปิดโปงโกงเงินคนจนของพม. ก็ตกเป็นเหยื่อเมจิก สกิน บุกร้องนายกฯ เร่งดำเนินคดี พร้อมยึดทรัพย์ ผู้บริหารเอาเงินมาเยียวยาเหยื่อ ยอมรับตอนแรกลงไปทำธุรกิจด้วย แต่พอมีข่าวว่าเลขอย.ปลอม ก็ระงับการขาย จนสินค้าค้างอื้อ ส่วนบี เคิร์ฟว ของดาราดัง เบลล่า-มะปราง อย. ชี้เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง เรื่อง “ชงผอม” ขณะที่มะปราง ยอมรับมีการกระทำความผิดโดยตัวแทนจำหน่าย แต่ได้แจ้งเตือนไปแล้ว พร้อมจ่ายค่าปรับ ยันปรึกษา สคบ. ทุกขั้นตอน ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่แน่ ด้าน กสทช. สั่งแบน 6 โฆษณาใน 4 ช่อง ผิดกฎหมาย สั่งระงับทันที

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่เปิดโปงการทุจริตเงินคนจน ของกระทรวงพม. ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในเครือบริษัท เมจิก สกิน จำกัด (ผลิตภัณฑ์ตรีชฎา) พร้อมด้วยผู้เสียหายประมาณ 50 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ขอให้ดำเนินคดีกับบริษัท เมจิก สกิน จำกัด หลังตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้เสียเงินจากการสั่งซื้อสินค้าหรือสมัครเป็นตัวแทนหลักจนสูญเสียเงินเป็นมูลค่าหลายล้านบาท

น.ส.ปณิดา กล่าวว่า ตนเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่าย เมื่อ มี.ค. 60 แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็เจรจาขอเงินคืน แต่ก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา บริษัทพยายามยัดเยียดผลิตภัณฑ์อื่นที่มีปัญหาเหมือนกันมาให้ขายแทนการจ่ายเงินสด ซึ่งผู้ขายไม่ยอมเพราะต้องการคืนเงินสด และตอนนี้ทุกคนเดือดร้อน อีกทั้งแบรนด์สินค้ามีพฤติกรรมที่อาจจะฉ้อโกงประชาชน จากการเชิญชวนให้สมัครเป็นตัวแทนหลักและมีระบบการขายแบบไม่เหมือนใคร จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็น วีไอพี ซุปเปอร์วีไอพี จนเป็นดีลเลอร์ ตามลำดับ ซึ่งจะต้องสต๊อกสินค้าล็อตแรก 1,000 ซอง และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 50,000 ซอง

ส่วนตัวคิดว่าระบบนี้จะทำให้มีเงินเก็บเลี้ยงพ่อแม่และส่งตัวเองเรียนได้ จึงนำทองไปจำนำ และขอเงินพ่อแม่มาลงทุน ซึ่งพ่อแม่เตือนแต่แรกแล้ว แต่ตนก็มองว่าระบบจะมีคุณภาพ รวมถึงสามารถเช็กเลขจาก อย. ได้ แต่เมื่อมีข่าวการจับกุมผู้บริหารบริษัท เมจิก สกิน จำกัด จึงยุติการขายทันที ทำให้สินค้าค้างสต๊อกกว่า 1,240 ซอง ตนต้องนำเงินที่สะสมได้นั้น เยียวยาให้แก่ลูกทีมของตนไปก่อน โดยที่ตนไม่ได้รับเงิน ไม่ได้รับการเยียวยาจากเจ้าของแบรนด์ เป็นสาเหตุที่ตนเดินทางเข้ามายื่นเรื่อง เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการเร่งรัดในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือบริษัท เมจิก สกิน จำกัด พร้อมยึดทรัพย์เจ้าของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด เพื่อนำเงินมาเยียวยาให้แก่ผู้เสียหายในทุกแบรนด์ของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด

ส่วนความคืบหน้ากรณีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบี เคิร์ฟว ของนางเอกดัง เบลล่า-ราณี แคมเปน และมะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล ที่อาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง โดยทั้ง 2 ดารา พร้อมให้ อย. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ ตามที่ข่าวสดนำเสนอไปก่อนหน้านี้

เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของดาราดัง เบลล่า-ราณี แคมเปน พบว่ามีการขอเลขสารบบของ อย. ถูกต้อง แต่การโฆษณาดังกล่าว อาจเป็นการกระทำผิดเรื่องการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต และข้อความในการโฆษณาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง

ซึ่งจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 41 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย. จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป

ด้าน มะปราง วิรากานต์ เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบี เคิร์ฟว กล่าวว่า ตั้งแต่มีข่าว ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ติดต่อมาให้เข้าพบ งงเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สินค้าของเราถึงได้เป็นข่าว แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปให้ชี้แจง ก็พร้อมทันที เพราะว่าตอนนี้ถือเอกสารอยู่ตลอดเวลา

เมื่อถามว่าถูกจับจ้องเพราะตอนนี้เบลล่า ที่เป็นหุ้นส่วนกำลังดังหรือไม่ มะปราง กล่าวว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เพื่อนเคลื่อนไหวอะไรนิดหน่อย ข่าวก็จะกระจายไว แต่ข่าวที่เกิดขึ้นตนกับเบลล่าเราแท็กมือกันเต็มที่ ตอนนี้มันเป็นเรื่องกระบวนการหลังบ้าน ตนเป็นคนที่จะออกมาตอบคำถาม ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับยอดขายของเรา สินค้าของเรากลับขายดีขึ้น

เมื่อถามต่อเรื่องที่การโฆษณา “ชงแล้วผอม ไปกับเบลล่า” ที่ส่อเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง มะปราง กล่าวว่า อันนี้ผิดชัวร์ แต่ก่อนที่จะเป็นข่าวเราเข้าไปหา สคบ. สอบถามว่าอะไรถูก อะไรผิด แล้วทำอย่างไรที่จะถูก หลังจากที่เรารับข้อแนะนำ ก็แจ้งตัวแทนจำหน่าย มีประกาศเป็นหนังสือจากทางบริษัทแล้วอะไรถูกอะไรผิด ตัวแทนจำหน่ายของเรา 90 เปอร์เซ็นต์รับปฏิบัติ แต่อีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่ทำไม่รู้ หรือไม่รู้จริงๆ เราให้ทางฝ่ายกฎหมายของเราแจ้งเตือนไปเป็นรายบุคคล ถ้าตักเตือนแล้วไม่ทำตาม จะให้ทางฝ่ายกฎหมายของบริษัทดำเนินการทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากลัวธุรกิจของเราจะเข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือไม่ มะปราง กล่าวว่า ถามทางเจ้าหน้าที่ สคบ. แล้วว่า ธุรกิจแชร์ลูกโซ่คืออะไร เขาก็อธิบายว่ามันเป็นการระดมทุน หรือมีการโฆษณาเกินจริง โดยที่ผู้ที่สั่งจองไม่ได้รับสินค้า ซึ่งบริษัทของมะปราง เปิดให้สั่งจองสินค้า มีใบสั่งจองตามปกติของธุรกิจทั่วไป และเราก็จ่ายสินค้าให้กับผู้สั่งจองร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ที่สั่งจองตอนนี้ได้รับสินค้าครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่ง สคบ. ได้รับเรื่องนี้แล้ว และให้เลขใบรับยื่นเรื่องว่าตอนนี้แค่ว่าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจรูปแบบไหน

เมื่อถามถึงกรณีที่ อย. ระบุว่าเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง มะปราง เผยว่า ตนยินดีเสียค่าปรับ และพร้อมที่จะปรับปรุงตัว ที่ผ่านมาระวังเรื่องนี้มาตลอด ส่วนใหญ่เรื่องที่ตนโพสต์ จะเชิญชวนให้ทุกคนออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ได้โฆษณาสินค้าของเรา แต่เรื่องการโฆษณาที่เกิดเป็นปัญหาก่อนหน้านี้ ตนได้แจ้งตัวแทนจำหน่ายให้เราโฆษณาไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้ถูกต้อง แต่สิ่งที่เรารู้สึกดี ตรงที่ อย. ได้ออกมาบอกว่าสินค้าของเรามีเลข อย. ที่ถูกต้อง ตั้งแต่แรกตนเป็นคนที่ตรวจสอบตัวเองมาตลอด และเมื่อเริ่มทำธุรกิจกับเบลล่า เราสองคนก็ระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและคุณภาพเสมอ

วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันตรวจสอบเนื้อหาช่องสถานีโทรทัศน์เรื่องโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และระงับการออกอากาศชั่วคราว ที่ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหา สำนักงาน กสทช. โดยพล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. และคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันตรวจสอบ

นายฐากร กล่าวว่า ความร่วมมือตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ระหว่าง กสทช. และ อย. พบว่า มี 4 ช่อง ได้แก่ สปริงนิวส์ ช่อง 8 ทีวีดาวเทียมช่องแอคทีวี และช่องมิกเมเจอร์แชนแนล มี 6 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาเกินจริง ประกอบด้วย 1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโกตุ โกล่า คริสตัลเฮิร์บ (crystal herbs) ออกอากาศช่องสปริงนิวส์ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2561 2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถั่งเช่าสกัดเห็ดหลินจือสกัด พลัส ตรา ซีเนเจอร์ ออกอากาศทางช่อง 8 เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2561

3. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอส.โอ.เอ็ม. ซีแมคซ์ (ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปชนิดผง) ออกอากาศช่อง 8 เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2561 4. ผลิตภัณฑ์ ดับเบิ้ล แม็กซ์ ออกอากาศช่องแอค ทีวี เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2561 5. ผลิตภัณฑ์ไบโอวัน ออกอากาศช่องแอคทีวี เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2561 และ 6. ผลิตภัณฑ์ดับเบิ้ล แม็กซ์ ออกอากาศช่องมิกเมเจอร์แชนแนล เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2561 โดย กสทช. จะมีคำสั่งให้ระงับการออกอากาศโฆษณาทุกชิ้นนับตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2561 หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 5 ล้านบาท และปรับวันละ 1 แสนบาท

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า หลังจากนี้จะส่งมอบให้ทาง กสทช. ดำเนินการในการส่งหนังสือถึงผู้ประกอบการทีวีทั้ง 4 ช่องเพื่อรับทราบ พร้อมให้ตรวจสอบรายการและระงับการออกอากาศทันที ซึ่งจากการได้ตรวจสอบในช่วงแรกได้พบรายการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย จำนวน 6 ผลิตภัณฑ์