สาธารณสุขเตือนปลาปักเป้าพิษร้ายแรงหลังพบชาวประมงกินแล้วตาย วอนให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ลูกเรือประมงเสียชีวิตหลังรับประทานไข่ปลาปักเป้า 2 ราย และมีอาการสาหัส 1 ราย โดยรับรักษาตัวที่โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานผู้ป่วยมีอาการจากพิษปลาปักเป้าจากปลาปักเป้าน้ำเค็มและปลาปักเป้าน้ำจืด จำนวนเหตุการณ์ 6 ครั้งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นผู้ป่วย 17 ราย เและผู้เสียชีวิต 5 ราย

ปลาปักเป้ามีพิษที่ชื่อว่า เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งจะอยู่ในอวัยวะภายใน ทั้งตับ สำไส้ หนังปลา และไข่ปลาซึ่งเป็นส่วนที่มีพิษมากที่สุดคือ ที่สำคัญคือพิษปลาปักเป้าทนความร้อนสูงมาก และความเค็มจากการแปรรูปเป็นปลาร้าก็ไม่สามารถทำลายพิษได้เช่นกัน ประชาชนจึงไม่ควรรับประทานปลาปักเป้า เพราะมีพิษร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ยังพบผู้ได้รับพิษจากการกินไข่แมงดาทะเลที่เป็นแมงดาถ้วย ในรอบ 5 ปีนี้ พบผู้ป่วย 33 ราย เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งแมงดาถ้วยมีพิษชนิดเดียวกับปลาปักเป้า ซึ่งเกิดจากการกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษหรือกินหอยหรือหนอนที่มีแพลงก์พิษเ ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วยหรือพิษเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ของแมงดาถ้วย นพ.โอภาสจึงขอย้ำเตือนให้ระมัดระวังในการกินไข่แมงดาในช่วงนี้ ซึ่งพบว่าช่วง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายนของทุกปีจะมีการแพร่พันธุ์ของแพลงก์พิษจำนวนมาก