ล้างบาง”ทัวร์ศูนย์เหรียญ” “ททท.”หักดิบ”เจ็บแต่จบ”

“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” คือทัวร์ราคาถูก ที่นำคนจีนเข้ามาเที่ยวด้วยแพ็กเกจราคาถูกอยู่ที่ราคา ค่าเครื่องบิน ค่ารถ ค่าอยู่ค่ากิน 5 วัน ในราคาประมาณ 2,000-5,000 บาท เมื่อเจ้าของบริษัททัวร์คิดราคาทัวร์ที่ถูกเกินจริง ก็จะนำทัวร์จีนไปเที่ยวถอนทุนคืน แบบจีนหลอกจีนกันเอง ตามแหล่งซื้อของร้านในเครือข่ายของตัวเอง

อาทิ ร้านจิวเวลรี่ ร้านเครื่องหนัง ร้านอาหาร ร้านขายยาบำรุงสุขภาพ และรวมไปถึงการพาไปให้บริการในแหล่งบันเทิง18+ ที่เตรียมไว้รองรับทัวร์จีนโดยเฉพาะ ทั้งที่ พัทยา และภูเก็ต แล้วบวกค่าบริการเพิ่มอีกประมาณ 35-50% ของราคาสินค้า

การหยั่งรากลึกของทัวร์ศูนย์เหรียญในเมืองไทยไม่ได้แค่ทำธุรกรรมซื้อขายปกติ ยังมีตัวแทนการให้บริการรับชำระเงินของผู้ให้บริการจากต่างประเทศที่ไม่ได้รับบริการจากประเทศไทยเข้ามาให้บริการแก่ร้านค้าในเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยว เพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องชำระเงินโดยตรงกับร้านค้า แต่ให้บริการชำระเงินเพื่อให้บริการทัวร์จีน ที่เมืองจีน

การซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงได้ของจริง แต่ไปจ่ายเงินกันที่เมืองจีน ผ่านระบบบริการชำระเงินของจีนเอง ตามกฎหมายการซื้อขายไม่เกิดในเมืองไทย ภาษีการซื้อขายที่รัฐควรจะได้จึงไม่มี

ก่อนหน้านี้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องหลงใหลได้ปลื้มกับยอดนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อดูไส้ในแล้วภาษีที่ควรจะได้ก็ไม่ได้ ทรัพยากรก็สูญเสียไป แรงงานที่คิดว่าจะเกิดการจ้างงาน กลายเป็นใช้มัคคุเทศก์ (ไกด์) ที่เป็นคนต่างชาติมาทำหน้าที่แทนคนไทย

จนเมื่อปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ถือเป็นมะเร็งร้ายบ่อนทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมานาน

นำมาซึ่งการเข้าจับกุม เจ้าของ บริษัท ฝูอัน จำกัด และ บริษัท ซินหยวน จำกัด เกี่ยวพันกับทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยสวมบัตรประชาชนคนไทยเข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัททัวร์

ก่อนขยายผลไปถึงบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่และมีเครือข่ายกว้างขวาง กระทั่งส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและปัญหาต่างๆ ตามมาจำนวนมาก

 

เมื่อรัฐบาลเดินหน้าที่จะขุดรากถอนโคนเพื่อให้หมดสิ้นไปจากเมืองไทย ความเจ็บปวด และผลกระทบต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น บริษัททัวร์ ที่เคยขายคนจีนด้วยราคาถูกๆ ก็กำหนดราคาขายไม่เป็น ไกด์ที่เคยทำงานเมื่อนักท่องเที่ยวลดลงก็ไม่มีงานทำ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ล้วนได้รับผลกระทบ

ทุกฝ่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หากเป็นมะเร็งก็ต้องตัดออก เพื่อให้ร่างกายและชีวิตเรากลับมาแข็งแรง และมีชีวิตที่ยืดยาวขึ้น ดังนั้นการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ จึงยอมรับผลกระทบต่อภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนในระยะสั้น

ในช่วงเดือนก.ย. คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงประมาณ 20% ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย

โดยปัจจุบันโครงสร้างนักท่องเที่ยวจีนสัดส่วน 60% เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเอง (เอฟไอที) และอีก 40% เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งส่วนใหญ่กรุ๊ปทัวร์จะเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ

เดือนก.ย.2559 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะมีจำนวนประมาณ 690,375 คน ลดลงจากประมาณการเดิมที่ตั้งไว้ในเดือนก.ย.ประมาณ 825,679 คน

การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญเหมือนจะกระทบหนักกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เพราะนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางผ่านแอตต้าประมาณเดือนละ 3-4 แสนคน แต่หลังจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาล เกิดผลกระทบพ่วงต่อบริษัทนำเที่ยว

จากผลกระทบดังกล่าว ณ ปัจจุบันคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนในภาพรวมเดือนต.ค.หายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง จากจำนวนที่เดินทางผ่านแอตต้า หรือหายไปประมาณ 2 แสนคน เท่ากับว่าจะสูญรายได้ราว 4,320 ล้านบาท

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หารือกับสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน ได้ข้อสรุปในการกำหนดราคาค่าแพ็กเกจเงินขั้นต่ำ ที่จะเก็บจากนักท่องเที่ยว 1,000 บาท/คน/วัน ราคาดังกล่าวเป็นราคาประเมินเบื้องต้น

การกำหนดราคาขั้นต่ำครั้งนี้จะช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นของทัวร์ศูนย์เหรียญ ช่วยให้บริษัททัวร์มีรูปแบบการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ใช่บริษัททัวร์ศูนย์เหรียญอย่างที่ผ่านมา

การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้นางกอบกาญจน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองไปถึงผลกระทบ ที่อาจส่งผลทำให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงมอบให้ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นตัวกลางในการไปหารือกับสมาคมธนาคารและธนาคารต่างๆ เพื่อให้ช่วยดูแลเรื่องสภาพคล่องทางการเงินให้

นายสมชาย ชมระภา อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า สิ่งที่ทางบริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดจีนกังวลเรื่องความไม่ชัดเจนของรัฐบาล ว่า หากการกระทำหนึ่งๆ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายอยู่หรือไม่นั้น น่าจะมาเรื่องหลักๆ คือ การที่บริษัททัวร์ต่างๆ ที่ทำสัญญากับคู่ค้าทางจีนไว้ ว่าในโปรแกรมการพานักท่องเที่ยว จะต้องพาไปร้านซื้อสินค้า

ซึ่งในสัญญาระบุว่า เป็นร้านของบริษัทโอเอ หากไม่ดำเนินการพานักท่องเที่ยวไป ก็จะถือว่าทำผิดโปรแกรมในสัญญา ทางบริษัทนำเที่ยวในไทยก็จะถูกฟ้องร้องได้ แต่หากเราพานักท่องเที่ยวไป ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายทัวร์ศูนย์เหรียญหรือเปล่า ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐ

 

ด้านน.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะโรงแรมที่จับนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก เพราะพบการเข้าพักลดลงไปครึ่งหนึ่ง

 

หลังมาตรการกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญ รัฐบาลเข้าพบทางเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โดยระบุว่าสิ่งที่ทำลงไป เพราะต้องการปกป้องสิทธิประโยชน์ของนักท่องเที่ยวจีน ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวได้

ทางจีนพร้อมให้ความร่วมมือกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ผ่านมาปิดบริษัทที่เกี่ยวเนื่องมากกว่า 3,500 บริษัทแล้ว เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

ผลกระทบใช่ว่าจะมองกันไม่เห็น ดังนั้นเร็วๆ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี จะนำทีม โดยนางกอบกาญจน์ จะเดินทางไปจีน เพื่อคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีน กำหนดแนวทางกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและนักท่องเที่ยวระหว่างกัน

พร้อมทำความเข้าใจว่าการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญครั้งนี้ เพื่อนำเสนอแพ็กเกจทัวร์ที่ดีมีคุณภาพให้กับคนจีน

แม้การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญจะส่งผลกระทบอยู่บ้าง แต่ทุกฝ่ายมองว่าน่าจะเป็นแค่ระยะสั้น โดยจะส่งผลดีกับการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว

ที่สำคัญไทยจะได้นักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น

ที่มา ข่าวสด