สักอันไหม? ชายแดนแม่สายนิยมใช้ร่มติดรถ จยย. ป้องกันฝนดี แถมไม่ต้องถือให้ปวดแขน

ร่มติดรถ เทรนด์ใหม่ยอดฮิตของผู้ใช้รถ จยย.ชายแดนแม่สายช่วงฤดูฝน

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หรือจะข้ามชายแดนไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศพม่า ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จะเห็นรถจักรยานยนต์ที่มีโครงหลังคาหลากสีสัน ขับขี่สวนกันไปมาเป็นจำนวนมาก สร้างความสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จากการสอบถามเข้าไปตรวจสอบพบว่ารถเหล่านี้ได้มีการติดอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นซึ่งเรียกว่าร่มติดรถเพื่อใช้เป็นที่กันฝนในช่วงฤดูฝนตก โดยตัวหลังคาจะเป็นพลาสติกเหนียวซึ่งมีทั้งสีล้วนและลวดลาย เป็นรูปทรงโค้งและรูปมีปีกคล้ายหมวก ตัวโครงจะทำจากเหล็กและพลาสติกแท่ง โดยยึดตัวโครงด้านกับกระจกมองข้าง และผูกกับท้ายรถจักรยานยนต์

นางเสาร์คำ ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้ใช้ร่มติดรถ กล่าวว่า ตนเพิ่งซื้อร่มติดรถมาใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะเห็นเพื่อนๆ เขาติดใช้กัน เห็นว่ามีความสะดวกกว่าการใช้ร่มในการขับขี่ ที่ไม่ต้องถือให้ปวดแขนหรือถูกลมพัดปลิว สามารถกันฝนได้ดีกว่าพราะจะคลุมทั้งตัว แต่มีข้อเสียตรงที่จะเกะกะรถหน่อยและไม่สามารถขับไวได้เพราะจะทำให้อุปกรณ์เสียหาย แต่ก็เป็นการดียิ่ง เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

ทางผู้สื่อข่าวจึงทำการสำรวจตามแหล่งจำหน่ายว่าร่มติดรถเหล่านี้มาจากไหน ก็พบว่ามีจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ตามร้านค้าเกือบทุกร้านในตลาดสายลมจอยและตลาดดอยเวา ซึ่งอยู่บริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สาย โดย น.ส.ซาง แสงสุข อายุ 26 ปี หนึ่งในแม่ค้าที่จำหน่ายร่มติดรถบอกว่า ร่มติดรถได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ มียอดจำหน่ายแต่ละร้าน 20-30 ชิ้นขึ้นไปต่อวัน โดยสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน นำมาขายที่นี่ได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว แรกเริ่มมีราคาจำหน่ายในราคาชิ้นละ 500-600 บาท แต่ปัจจุบันมีการผลิตมามากและนำเข้ามามากราคาจึงถูกลง โดยมีตั้งแต่ราคาอันละ 280-400 บาท ซึ่งราคาก็แล้วแต่พ่อค้า-แม่ค้าจะรับมาได้ราคาถูกแค่ไหน คุณภาพของสินค้าและวัสดุที่ใช้ไม่เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นทางเลือกของลูกค้าที่จะซื้อไปใช้ ที่มีราคาสูงผ้าคลุมก็หนาและโครงก็แข็งแรงหน่อยตามราคาจำหน่าย ส่วนราคาถูกก็อาจจะบางและความทนจะน้อยกว่า

 

บทความก่อนหน้านี้ถอดบทเรียนการตลาด จากดราม่า “ทรู ฟิตเนส” และ “เวอร์จิ้น แอ๊กทีฟ” โอกาส หรือ วิกฤต?
บทความถัดไปประมงสกลนคร ผุดไอเดียเรียกปลาสวายเป็น “ปลาโอเมกา3” เพิ่มมูลค่าตลาดหลังคนไม่นิยม