ตะลึงพบหนุ่มลาออกจากงานควบมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟเที่ยวทั่วไทย 77 จังหวัด

ตะลึงพบหนุ่มลาออกจากงานควบมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟเที่ยวทั่วไทย77จังหวัดสำเร็จ-เป้าต่อไปปั่นจักรยานใต้ขึ้นเหนือเช็คฟิตลุยรอบโลก

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสืบทราบว่า มีชายชาวกรุงเทพฯขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย 77 จังหวัด 147 อุทยานแห่งชาติ โดยเป็นการเดินทางรวดเดียวไม่กลับบ้าน อาศัยการใช้ชีวิตเรียบง่ายกินอยู่อย่างพอเพียง และได้เดินทางท่องเที่ยวด้วยมอเตอร์ไซค์ทั่วไทยสำเร็จที่อ.เบตง จ.ยะลา ด้วยระยะเวลาเดินทางรวม 312 วัน 35,000 กิโลเมตร

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึง ที่บริเวณเขตผ่านแดน อ.เบตง จ.ยะลา พบนายนเรศร นันทสุทธิวารี อายุ 35 ปี ชื่อเล่น บอล พร้อมรถจักรยานยนต์คู่ใจ ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียน คบท 511 นครศรีธรรมราช อยู่ใจสภาพดีใจท่ามกลางเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และนักท่องเที่ยวในพื้นที่นำโดย นายดำรงค์ ดีสกุล นายอำเภอเบตง ที่เดินทางมาให้การต้อนรับนายนเรศรด้วยตนเอง

นายนเรศร เผยว่า เมื่อก่อนเคยเป็นพนักงานออฟฟิศในบริษัททัวร์ธรรมดาๆ ทั่วไปคนหนึ่ง แต่เนื่องจากตนเองเป็นคนชอบท่องเที่ยว จึงลาออกจากงานมาเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจตามหาความฝัน และมีเงินติดตัวเพียง 30,000 บาทตลอดการเดินทางทั้งทริป

โดยตนเองได้ออกเดินทางวันแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2558 และไปท่องเที่ยวมาแล้วทั่วประเทศไทย 77 จังหวัด 148 อุทยานแห่งชาติ ซึ่งในระหว่างการเดินทางตนเองตั้งกฎขึ้นมา 3 ข้อ คือ 1.ไม่รับเงินหรือความช่วยเหลือใดๆยกเว้นเท่าที่จำเป็นต่อการประทังชีพ 2.ไม่กินข้าวบ้านเพื่อนหรือรับอาหารจากใครก็ตาม ยกเว้นเสียแต่ว่าหากใครอยากช่วยให้จะต้องมาหาตนเองตามพิกัดหรือสถานที่แจ้งไว้ และจะไม่กักตุนอาหารพร้อมแบ่งปันคนอื่น เพื่อเรียนรู้ถึงคุณค่าของอาหาร 3. นอนตามวัด,อุทยานแห่งชาติเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

1473319707_image-3

ในระหว่างการเดินทางนั้นตนจะถ่ายรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ พร้อมอธิบายกิจวัตรหรือการเดินทางประจำวันตั้งแต่การเดินทางวันแรก ลงในเพจ “บอลพาเที่ยว” ซึ่งปัจจุบันมาผู้ติดตามแล้วกว่า 55,000 คนเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ติดตาม

นายนเรศรเผยอีกว่า การเดินทางช่วงแรกนั้นค่อนข้างลำบาก เนื่องจากร่างกายยังไม่ปรับตัวให้ชินบนเบาะมอเตอร์ไซค์ จึงมีแผลกดทับเกิดขึ้น แต่เมื่อผ่านไปได้ 1 เดือนจึงเริ่มชินกับการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ และระหว่างการเดินทางจะใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดที่สุด ทั้งเรื่องการเดินทางและการกิน ทำให้ตลอดการเดินทางน้ำหนักตัวลดลงแล้วกว่า 9 กิโลกรัม และเมื่อเงินหมดระหว่างการเดินทางก็จะนำรูปภาพ(โปสการ์ด) มาขายเป็นทุนในการเดินทางต่อไป

 

และการเดินทางมาท่องเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเป็น 3 จังหวัดสุดท้ายของทริปการเดินทาง ตอนแรกตนเองก็กลัวเหมือนกัน แต่เมื่อได้เดินทางมาท่องเที่ยวแล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ซึ่งเคยปั่นจักรยานเที่ยวเมืองปัตตานีตอนเที่ยงคืนมาแล้ว และไปอาศัยนอนในพื้นที่สีแดงซึ่งเป็นโซนที่เกิดเหตุความไม่สงบบ่อยครั้ง จึงเห็นว่า 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างที่คิด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า หลังจากเที่ยวทั่วไทยด้วยมอเตอร์ไซค์เสร็จแล้วจะทำอะไรต่อ นายนเรศร เผยว่า ตนเองจะปั่นจักรยาน จาก อ.สุไหงโกลก จ.ปัตตานี ขึ้นไปถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นการเดินทางแบบรวดเดียวจบโดยไม่กลับบ้านตลอดการเดินทางเช่นเดียวกัน แต่จะไม่หยุดเที่ยวเหมือนตอนขี่มอเตอร์ไซค์เพราะได้ทำไปแล้ว การปั่นจักรยานครั้งนี้จะเป็นเพียงการทดสอบร่างกายของตัวเองเท่านั้น ว่าจะพร้อมสำหรับการเดินตามความฝันครั้งต่อไป ด้วยการปั่นจักรยานรอบโลกหรือไม่

เป้าหมายหลังจากนี้คือการปั่นจักรยานรวดเดียว คนเดียว จากสุไหงโกลก ไปถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,000 กว่ากิโลเมตร จะออกเดินทางในวันที่ 9 ก.ย.การปั่นจักรยานครั้งนี้เพื่อเช็คร่างกายว่าจะสามารถปั่นรอบโลกได้หรือไม่ ซึ่งเป้าหมายการปั่นจักรยานรอบโลกเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในชีวิตที่ตนต้องทำให้สำเร็จ