“มะละกอดิบ” ราคาขึ้น-ลง ยอดลดฮวบ ผู้ค้าตลาดไท “อดทน” รอเวลาราคาพุ่ง

“มะละกอ” เป็นพืชผลเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เพราะไม่เพียงแต่ผลสุกเท่านั้นที่มีประโยชน์ แต่การรับประทานผลดิบของมะละกอจะทำให้สุขภาพของลำไส้มีการขับถ่ายที่ดีขึ้น และมะละกอดิบยังเป็นวัตถุดิบเมนูจานโปรดของคนไทยมาช้านาน ทั้งส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำปลาร้า และส้มตำอื่นๆ ตามแต่จะรังสรรค์กันไป อาทิ ส้มตำปูม้าและส้มตำไข่เค็ม 

 

ราคามะละกอดิบลด-ปริมาณขายก็ลด เหตุคนซื้อประหยัดค่าใช้จ่าย

เมื่อเดินเข้าไปในศูนย์ค้าส่งประเภทผักสดของตลาดไท เจอผักจำนวนมากวางเรียงรายให้เลือกสรร ที่สำคัญมีราคาถูกมาก สินค้าผักสดที่วางขายโดดเด่นในศูนย์ค้าส่งแห่งนี้ก็คือ “มะละกอดิบ” สายพันธุ์ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

“มะละกอดิบ” เป็นพืชผลทางการเกษตรอย่างหนึ่งที่อ่อนไหวด้านราคา เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเดินมาถึงจุดที่เราทุกๆ คนต้องช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่าย ลดวิถีการดำเนินชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อ และทำอาหารรับประทานเองในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ผู้รับมะละกอดิบไปขายตามร้านอาหารมีจำนวนลดลงตามลำดับด้วย เป็นธรรมชาติของปรากฏการณ์ที่ผู้คนในสังคมพากันทวนกระแสวิถีชีวิตเดิมๆ ที่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มาสู่การประหยัดอดออม

คุณสุรศักดิ์ แก้ววิสัย ผู้ค้ามะละกอดิบที่ตลาดไทมานานกว่า 15 ปี เปิดใจถึงราคามะละกอดิบในช่วงนี้ว่า มีราคาตกไปมากเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา ราคาขายในขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น ทางร้านขายมะละกอพันธุ์เดียวคือ พันธุ์ดำเนินสะดวก ของจังหวัดราชบุรี ที่เหมาะสำหรับใช้ในเมนูส้มตำและปรุงอาหารเมนูต่างๆ แต่ละปีราคามะละกอดิบพันธุ์ดำเนินสะดวก ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าเกรดเอ จะมีราคาขายต่ำสุดเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8-10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสม คนรับประทานอยู่ได้ คนปลูกอยู่ได้

คุณสุรศักดิ์ แก้ววิสัย ผู้ค้ามะละกอดิบที่ตลาดไทมานานกว่า 15 ปี

มะละกอดิบแต่ละลูกถูกมาบรรจุในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ แต่ละถุงจะมีจำนวนมะละกอ 10-11 ลูกบ้าง หรือ 6-7 ลูกบ้าง ส่วนสนนราคานั้นอยู่ที่ถุงละ 50 บาทเท่านั้น

แต่ทุกวันนี้ ลูกค้าลดจำนวนการซื้อลง จากเดิมที่เคยซื้อครั้งละ 500 กิโลกรัม ก็เหลือแค่ 200 กิโลกรัม ลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ แถบลาดพร้าว และนนทบุรี เศรษฐกิจไม่ดีเขาก็ลดปริมาณการซื้อลงไป ส่งผลให้มะละกอดิบที่ส่งเข้ามาขายที่ตลาดไททุกวันนี้ มีขนาดไซซ์ใหญ่ เพราะขายได้ราคาไม่ดี คนสวนปล่อยให้ลูกใหญ่ไปเรื่อยๆ เพราะเก็บขายส่งไม่ทันกับปริมาณมะละกอดิบในสวนที่มีจำนวนมากกว่า

“มะละกอไซซ์ใหญ่ ลูกค้าบางคนก็ไม่ใช้เลย เพราะเวลาจับปอก จับถางเส้นจะหนักมือ จับไม่ค่อยถนัด ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบมะละกอดิบไซซ์เล็กลงมา เพราะขายปลีกหรือขายบนรถเร่ได้ง่าย สะดวกต่อการจัดวางบนแผง ลูกค้าจะซื้อมะละกอไปวางขายปลีกที่ตลาดสดแถวนนทบุรี อยุธยา และนำไปทำเมนูส้มตำในร้านไก่ย่างโคราช ลูกค้าบางรายก็คัดไปส่งห้างสรรพสินค้าก็มี” คุณสุรศักดิ์ เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี แม้ว่าวันนี้จะต้องเผชิญกับวิกฤตราคามะละกอดิบที่ต่ำกว่าทุกปี และปริมาณการขายมะละกอดิบที่ลดลง

 

 

ราคามะละกอมีขึ้นมีลง ผู้ค้าปรับตัวอดทนรับไว้

แม้ว่าราคามะละกอดิบจะไม่ขยับราคา แต่คุณสุรศักดิ์ซึ่งมีประสบการณ์การเป็นพ่อค้ามะละกอดิบมานาน จึงใช้วิธีชะลอการส่งมะละกอดิบของสวน และอดทนรอจังหวะมะละกอดิบปรับราคาขึ้น เพราะธรรมชาติราคามะละกอดิบจะมีการขยับตัวขึ้นลงเร็ว

“ราคามะละกอมีขึ้น มีลง บางครั้งช่วงต้นเดือนขึ้น พอถึงช่วงปลายเดือน ราคาก็ปรับตัวลดลงก็มี มันเอาแน่เอานอนไม่ได้ คนซื้อก็ว่าดีแล้ว แต่คนขายกับคนสวนจะไปไม่รอด บางทีก็ทิ้งมะละกอดิบกันไปก็มีเยอะแยะ ที่สวนทิ้งกันเยอะ เพราะเก็บออกมาก็ขายไม่ได้ เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด หากขายได้ราคากิโลกรัมละ 8-10 บาท ทั้งพ่อค้าและชาวสวนถึงจะพออยู่ได้ แต่ถ้าราคาร่วงเหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท ก็ขาดทุน สำหรับช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี คนซื้อไม่มีกำลังจะซื้อ จากเดิมที่เคยใช้มะละกอดิบ 400-500 กิโลกรัม ก็เหลือ 200 กิโลกรัม (20 ถุง) ลูกค้าบอกว่า เขาขายของไม่ได้ ซื้อไปก็เหลือเก็บ ไม่รู้ตอนนี้คนไทยไปซื้ออะไรกินกัน” คุณสุรศักดิ์ บ่นให้ฟัง

มะละกอดิบจากราชบุรีที่ได้รับความนิยม ถูกนำใส่ถุงเรียบร้อยก่อนขาย

คุณสุรศักดิ์ เล่าว่า มะละกอดิบที่นำมาจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากสวนของลูกไร่ ที่ทางร้านนำเมล็ดพันธุ์ไปส่งเสริมให้ปลูกเนื้อที่ 100 กว่าไร่ บางคนก็ปลูก 50-60 ไร่ แต่ละวันก็มีสินค้าส่งเข้ามาขายที่ตลาดไทวันละ 8-10 ตัน แต่ช่วงนี้ สินค้าขายไม่หมด เพราะตลาดมันนิ่ง ก็ต้องสู้กันไป ทางร้านเคยส่งมะละกอไปขายต่างประเทศ แต่ไม่ผ่าน เพราะคัดไซซ์มะละกอไม่ได้ตามที่ลูกค้าต่างประเทศต้องการ

จากเดิมที่เคยขายวันละ 8-10 ตัน ตอนนี้ขายมะละกอดิบได้แค่วันละ 2-3 ตันเท่านั้น หากมา 10 ตัน ก็เหลือ 30% แต่ก่อนมะละกอดิบจากสวนพอลงมาที่ร้าน ขายดีจนไม่พอขาย ลูกค้ามายืนรอซื้อมะละกอกันเลย เดี๋ยวนี้ยอดขายเหลือขายไม่ถึงครึ่ง ส่วนใหญ่เป็นออเดอร์ของลูกค้าขาประจำที่ซื้อขายกันมานาน

ปกติลูกไร่จะเก็บมะละกอดิบส่งขายทุกๆ 7 วัน แต่สถานการณ์ตลาดที่ชะลอตัว ขายไม่ดี ต้องสั่งลูกไร่ให้ชะลอการเก็บผลผลิตไปสักระยะหนึ่งก่อน ให้สวนปล่อยของเข้าตลาดทุก 15 วันแทน ไม่อยากปล่อยไว้นานไป เพราะมะละกอจะมีไซซ์ใหญ่เกินไปอีก เพราะชาวสวนรดน้ำทุกวัน ผลมะละกอก็โตขึ้นทุกวัน

ร้านเฮียหนุ่ม-เจ๊กุหลาบ ผู้ค้าส่งมะละกอดิบรายใหญ่ของตลาดไท

นอกจากลูกค้าขาประจำแล้ว ทุกวันนี้ก็มีลูกค้าขาจรเข้ามาเรื่อยๆ มียอดสั่งซื้อคนละ 5-10 กิโลกรัม ทุกวันนี้มะละกอดิบที่เหลือขายไม่ได้ จะขายส่งให้กับโรงงาน แต่ขายได้ราคาถูกๆ แค่กิโลกรัมละ 2.50 บาทเท่านั้น ก็จำเป็นต้องขายในราคาถูกเพื่อระบายสินค้าไม่ให้เหลือตกค้างอยู่ในตลาด อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่า เมื่อมหาวิทยาลัยเปิดเทอม ปริมาณยอดสั่งซื้อมะละกอดิบจะมากขึ้น ราคามะละกอดิบจะปรับตัวสูงขึ้น

ใครอยากได้ “มะละกอดิบ” คุณภาพดีไปปรุงอาหาร สามารถแวะเลือกซื้อได้ที่ร้าน “เฮียหนุ่ม-เจ๊กุหลาบ” ที่ตลาดไท หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร. (081) 344-8738