กสิกรฯ จับตาธุรกิจเสี่ยงไม่เร่งปล่อยสินเชื่อ

นายพัชร สะมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2559 เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ทำให้ภาคธุรกิจรายใหญ่ยังมีความต้องการสินเชื่อและระดมทุนผ่านตลาดทุน ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มมากขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ที่ออกมา เช่น มาตรการบัญชีเดียว กฎหมายหลักประกันธุรกิจ และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) ซึ่งช่วยให้การทำธุรกิจสะดวกมากขึ้น แต่การปล่อยสินเชื่อก็ยังต้องมีความระมัดระวัง โดยธนาคารได้แบ่งการปล่อยสินเชื่อเป็น 4,000 อุตสาหกรรม จำนวนนี้กว่า 1,000 อุตสาหกรรม เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง

“ปีนี้มี 108 อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะราคามีความผันผวน เช่น สินค้าเกษตรและพืชไร่ เหล็ก และอัญมณี เป็นต้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรม ยังมีปัญหาทัวร์จีนและทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้ธุรกิจมีรายได้ลดลงและขาดสภาพคล่อง เพราะมีการแข่งขันด้านราคา แต่พบว่าลูกค้ามีการชำระหนี้ได้ดีกว่าเดิมหลังจากที่ได้มีการปรับการชำระ หนี้ตามฤดูกาลท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีขึ้น ส่วนกลุ่มธุรกิจที่ยังขยายตัวได้ดี คือ รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ฮาร์ดแวร์
โดยครึ่งปีแรก สินเชื่อธุรกิจเติบโต 5% มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.1 ล้านล้านบาท” นายพัชรกล่าว

นาย พัชรกล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังธนาคารไม่เน้นการปล่อยสินเชื่อมากนัก เพราะทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายแล้ว และจะรักษาการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และเอสเอ็มอีให้สอดคล้องกับการ สินเชื่อรวมของธนาคารที่ 6-7% เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อต้องมีการตั้งสำรองหนี้ ซึ่งการตั้งสำรองต้องให้สอดคล้องกับเงินทุนของธนาคารที่มีอยู่ ทั้งนี้ จะดูแลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สินเชื่อธุรกิจไม่ให้เกิน 2% และสินเชื่อเอสเอ็มอีไม่ให้เกิน 4-5%

 

นายพัชรกล่าวว่า รายได้สินเชื่อธุรกิจของธนาคารยังขยายตัวได้ราว 5% ใกล้เคียงการขยายตัวของสินเชื่อและมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากสายงานวาณิชธนกิจ ซึ่งช่วงที่เหลือของปีเตรียมจะออกทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) 2 กอง มูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นธุรกิจสำนักงานและพื้นที่ให้เช่า การนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนเพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ไอพีโอ) 1-2 บริษัท ดีลซื้อขายและควบรวมกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) 3-6 ราย และการออกหุ้นกู้อีกว่า 10 ดีล