แรงบันดาลใจ ของเด็กชาย 11 ขวบ ขายบ้านราคาย่อมเยา สิ่งแวดล้อมดี

แรงบันดาลใจ ของเด็กชาย 11 ขวบ ขายบ้านราคาย่อมเยา สิ่งแวดล้อมดี 

คุณธาม สมุทรานนท์ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบเศษ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ภูริ      พราวด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เจ้าของโครงการหมู่บ้าน ภูริ บาย เดอะ พราวด์ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงความเป็นมา ก่อนจะมาเป็นผู้ประกอบการ “น้องใหม่” แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ว่า

ไม่เคยคิดจะมาทำธุรกิจบ้านจัดสรร กระทั่งได้ไปเจอกับเหตุการณ์ที่ฝังใจมากๆ ตอนอายุประมาณ 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 ไปเจอกับพี่แม่บ้าน ได้พูดคุยกันทุกเย็น จนรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง กระทั่งได้รู้มาว่า พี่เขาไม่ได้ทำอาชีพแม่บ้านมาตั้งแต่แรกนะ แต่เคยทำงานอยู่บริษัทการเงินมาก่อน แต่มาเจอพิษเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งพี่เขา สูญเสียทุกอย่าง ทั้งอาชีพที่เคยทำ กระทั่งต้องโดนยึดบ้าน

“เรารู้ว่าชีวิตเขาโดนอะไรมา แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เราเป็นเด็ก 11 ขวบคนหนึ่ง มันเหมือนอยู่หน้าความทุกข์ยากของเขา แล้วมือเราโดนมัดอยู่ข้างหลัง ทำอะไรไม่ได้เลย เลยอึดอัดฝังใจว่า โตขึ้น อยากทำธุรกิจสร้างบ้านขาย เป็นบ้านที่ราคาย่อมเยา จับต้องได้ แต่คุณภาพดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่อาศัย ซึ่งก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน แต่มันเกิดเป็นแรงบันดาลใจขึ้นมา” คุณธาม ย้อนความทรงจำครั้งนั้น

จากหนุ่มน้อยวัย 11 ขวบ ที่มีความฝังใจอยู่ลึกๆ กระทั่งเรียนจบปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ จากประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่ได้เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ ศาสตร์ด้าน วิศวะ สถาปัตย์ หรือการเงิน แต่อย่างใด

คุณธาม สมุทรานนท์

เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอาชีพอะไร แต่ทางครอบครัวมีที่ดินผืนหนึ่ง อยู่ที่สระบุรี เลยจุดประกายขึ้นมา นึกถึงเรื่องฝังใจวัยเด็ก ที่อยากทำบ้านให้ราคาจับต้องได้ แต่คุณภาพดี มีสภาพแวดล้อมที่ดี จึงแสวงหาแนวทางนานเกือบปี จนได้มารู้จักกับ กลุ่ม เดอะ พราวด์ กรุ๊ป และตัดสินใจลงหุ้นทำธุรกิจร่วมกัน

เริ่มต้นวางแผนทำโครงการ ก็เจอโควิด เลยต้องปรับเปลี่ยนแผนเยอะมาก จากจะสร้างเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น กลายเป็นบ้านแฝดชั้นเดียว เพราะฐานลูกค้า คือคนทำงานนิคม พอเจอโควิด พวกเขารายได้ลดลง เลยต้องปรับแบบบ้านให้ราคาถูกลง แต่ต้องคงฟังก์ชันเดิม คือ 2 นอน 2 น้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แล้วก็เป็นบ้านที่มีคุณภาพ ห้ามลดโดยเด็ดขาด

ห้องรับแขก

นึกสงสัย บ้านไม่แพง มีคุณภาพ แล้วคนขายจะมีกำไรหรือ คุณธาม อธิบาย การขายในจำนวนที่มากกว่า 90 ยูนิต สามารถทำกำไรได้กว่าการขายจำนวนน้อยๆ อยู่แล้ว นอกจากนี้ การออกแบบต่างๆ ต้องใช้หลักการของวิศวกรรมเชิงคุณค่า เข้ามาช่วย ซึ่งเมื่อมีการวางแผนให้ดี จะสามารถทำให้การควบคุมต้นทุน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กำไรจึงเกิดขึ้นได้แน่นอน

“เราไม่ได้แค่สร้างบ้าน แต่ต้องการสร้างสังคมที่คนอยู่แล้วมีคุณภาพ เพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย มันคือจุดศูนย์รวมของชีวิต ศูนย์รวมของคุณภาพชีวิตของทุกเพศทุกวัย” คุณธาม ย้ำอย่างนั้น

ยินดีต้อนรับ

ก่อนกล่าวทิ้งท้าย หลังจากเหตุการณ์ปี 2540 เศรษฐกิจ เหมือนจะฟื้นมาระดับหนึ่ง แต่ประเทศเราก็มาเจอกับ “สงครามสีเสื้อ” ทำให้รู้สึกว่า ขณะที่ประเทศในวงกว้างมุ่งแต่โฟกัสกับปัญหาทางการเมือง แต่ยังมีผลกระทบหลายเรื่องที่ซ่อนอยู่ใต้พรม อย่าง ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้คนธรรมดาๆ อย่างพี่แม่บ้านที่เขารู้จัก ต้องเสียงาน โดนยึดบ้าน

 

“ผมรู้สึกว่าเรื่องของปากท้องและความเป็นอยู่นั้น สำคัญมาก จึงอยากทำธุรกิจ ที่พอมีกำไรเลี้ยงตัวเองได้      แต่ขณะเดียวกัน ก็อยากตอบแทนคืนให้สังคม อย่างตอนนี้ผมทำบ้านขาย ก็อยากทำบ้านที่นอกจากให้คนธรรมดา สามารถซื้อได้แล้ว บ้านต้องมีคุณภาพจริงๆ อยู่แล้วสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณธาม บอกจริงจัง