ไรเดอร์แขนพิการ ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ทำงานเพื่อครอบครัว และลูกสาววัย 12 ขวบ 

เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกใช้ชีวิตให้มีคุณค่าได้! ไรเดอร์แขนพิการ ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ทำงานเพื่อครอบครัว และลูกสาววัย 12 ขวบ 

บางครั้งอุปสรรคของ “คนพิการ” ไม่ได้เกิดจากความทุพพลภาพหรือความบกพร่องทางร่างกาย แต่กลับมาจากการถูกมองข้ามหรือด้อยค่าจากผู้คนในสังคม ที่ตัดสินความสามารถของพวกเขาจากสภาพภายนอก การเปิดใจและให้ “โอกาส” พร้อมที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจพวกเขา ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเท่าเทียม  

ลองมาดูเรื่องราวของ คุณฐา-ฐาปนา เย็นรักษา ไรเดอร์หนุ่มแขนพิการที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ไขว่คว้าหาโอกาสจนสามารถสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

ชายหนุ่มวัย 30 ปี แขนขวาพิการตั้งแต่กำเนิด หากไม่นับข้อจำกัดด้านร่างกาย คุณฐามีเป้าหมายเหมือนคนทั่วไปคืออยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี สามารถส่งเสียลูกสาววัย 12 ขวบ ให้มีอนาคตสดใสได้

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาด คุณฐาได้เข้าทำงานเหมือนคนทั่วไป แม้ในช่วงแรกจะต้องใช้เวลาหางานที่ให้โอกาสคนพิการ แต่เขาได้พิสูจน์ว่าเขามีศักยภาพในการทำงานไม่ต่างจากคนปกติ แต่แล้วชีวิตก็ต้องเจอกับจุดพลิกผันเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด

“จริงๆ ผมสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่คนส่วนใหญ่จะตัดสินไปแล้วว่าเราทำอะไรไม่ได้จากสิ่งที่เขาเห็น ทำให้คนพิการไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้โชว์ความสามารถของพวกเขา โอกาสในการหางานของคนพิการน้อยกว่าคนปกติ ถ้าคิดเป็นอัตราส่วนมาตรฐานของบริษัทที่เปิดรับคนพิการเข้าทำงานจะอยู่ที่คนพิการ 1 คนต่อคนปกติ 100 คน

ตอนช่วงโควิดระบาดรอบแรก บริษัทที่ผมเคยทำอยู่ลดเวลาทำงานจนเราอยู่ไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจออกจากงาน ซึ่งการสมัครงานที่ใหม่ก็ยากมากสำหรับผม เพราะหลายบริษัทจะเลือกพิจารณาคนที่ครบ 32 ก่อน

ผมเลยลองมาสมัครขับแกร็บเพื่อส่งอาหาร ซึ่งผมมีใบขับขี่ และมีรถมอเตอร์ไซค์ที่ดัดแปลงระบบให้ใช้มือซ้ายขับได้อยู่แล้ว ทุกอย่างเลยไม่มีปัญหา จึงทำให้การขับแกร็บกลายเป็นรายได้หลักของผมในช่วงนั้น” คุณฐา เล่าให้ฟัง

 

และว่า

“ชีวิตผมค่อยๆ ดีขึ้น ผมมีรายได้มากพอสำหรับใช้จ่ายในครอบครัว ตอนนั้นผมขับแกร็บส่งอาหารและพัสดุอยู่ประมาณ 5 เดือนก็ได้งานประจำใหม่ แต่ผมก็ยังขับเป็นพาร์ตไทม์ต่อ เพราะอยากเก็บเงินเป็นทุนการศึกษาให้ลูกด้วย

เชื่อไหมว่า พอผมมาเป็นไรเดอร์ มีลูกค้าและเพื่อนๆ ไรเดอร์คนอื่นมาคุยกับผมเยอะมากว่ามาขับได้ยังไง เขารับคนแบบผมด้วยเหรอ ผมเลยใช้โอกาสนี้เล่าเรื่องราวของผมให้พวกเขาฟัง และส่งกำลังใจให้คนที่กำลังท้อแท้หรือเจอกับปัญหาอยู่ คนที่ได้ฟังเรื่องราวของผมเขาจะได้คิดทบทวนว่าขนาดผมที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ยังมีแรงสู้ต่อได้เลย แล้วทำไมเขาถึงจะไม่สู้” 

“เพราะผมเชื่อเสมอว่า ต่อให้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตให้มีคุณค่าได้ และแกร็บเองก็มองเห็นคุณค่าในตัวของคนพิการ โดยไม่ได้มองที่ความแตกต่าง เพราะสิ่งที่พวกเราต้องการมากที่สุด คือ โอกาสในการได้พิสูจน์ตัวเองว่าเราก็มีศักยภาพที่สามารถทำงานได้เหมือนคนปกติ แค่เพียงเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำดู” คุณฐา พูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มแห่งความภูมิใจ