“คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์” จากขาดทุนเป็นล้าน ปัจจุบันคิวยาว บางรอบจองเต็มใน 5 นาที 

“คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์” จากขาดทุนเป็นล้าน ปัจจุบันคิวยาว บางรอบจองเต็มใน 5 นาที 

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 คุณเกษมสันต์ สัตยารักษ์ ผู้จัดการทั่วไป แห่ง Copper Buffet พี่ใหญ่แห่งวงการอาหาร มาร่วมแชร์ประสบการณ์ กับ คุณเจมส์-พชร เถกิงเกียรติ เจ้าของกิจการ James Boulangerie ในงาน SMEs Hero Fest หัวข้อ “ถอดรหัส 2 ร้านดัง เจมส์ บูลองเจอรี x คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ขายอย่างไร ให้คิวแน่นตลอดปี”

คุณเกษมสันต์ เล่าถึงเส้นทางของ คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ว่า เริ่มจากเจ้าของคอมมูนิตี้มอลล์ The Sense ปิ่นเกล้า ชอบทานบุฟเฟ่ต์นานาชาติมาก เมื่อได้มาเจอกัน จึงได้ร่วมกันปฏิวัติวงการอาหาร โดยนำเอา บุฟเฟ่ต์นานาชาติ แบบไฟน์ไดนิ่ง ราคาสูง มาเสิร์ฟให้คนไทยได้ทาน

ซึ่งการเปิดร้านบุฟเฟ่ต์นานาชาติในห้างช่วงเวลานั้นเงียบมาก อีกทั้งบุฟเฟ่ต์นานาชาติไม่ค่อยมีร้านสแตนด์อโลนสักเท่าไหร่ แต่ด้วยประสบการณ์การทำร้านอาหารร่วม 30 ปี ตั้งแต่สวนอาหาร ผับบาร์ ไนท์คลับ ฟาสต์ฟู้ด ขายของริมถนน ในตลาดนัด ฯลฯ ทำให้มั่นใจ

แต่อาหารที่ดี ร้านที่ดัง ถ้าคนไม่รู้จัก ก็ขายไม่ได้ ในช่วงแรกจึงต้องลองผิดลองถูก คุณเกษมสันต์ อธิบายว่า “ช่วงเวลานั้นไม่รู้เรื่องโซเชียล หลังจากได้เรียนรู้ ทำให้จับทางได้ อินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ รีวิว ฯลฯ สำคัญมาก ช่วยกระจายข่าวให้หลายๆ ช่องทาง ทำให้คนรู้จักร้าน”

คุณเกษมสันต์ กล่าวต่อ ถึงเมนูอันดับหนึ่ง “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล” ถูกพัฒนามาจากประสบการณ์การทำงานในร้านอาหารอิตาเลียนและฝรั่งเศสเกือบ 20 ปี 1 ถ้วยใช้วัตถุดิบเดียวกัน ขายในร้านอาหารอิตาเลียนถ้วยหนึ่งประมาณ 600 กว่าบาท เมื่อนำมาขายในร้านเรา ปีหนึ่งเสิร์ฟเกือบ 2 ล้านถ้วย

“เราเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่แรกของโลก ที่ทำครัวซองต์คู่กับซุปเห็ดทรัฟเฟิล และปัจจุบัน หลายๆ ที่ ไม่ว่าโรงแรม หรือร้านอาหารทั่วไป ก็ทำซุปเห็ดทรัฟเฟิล ถ้าทานซุปเห็ดทรัฟเฟิลของที่อื่น แล้วกลับมาทานของคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ก็เหมือนกับทานครัวซองต์ของที่อื่นแล้วกลับมาทานของเจมส์ บูลองเจอรี จะสัมผัสได้เองว่า ทำไม เจมส์ถึงขายดี คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ถึงจองยาก มีเงินก็ทานไม่ได้ ต้องจองข้ามปี”

เมื่อปฏิวัติวงการบุฟเฟ่ต์ทำให้เรายกระดับขึ้น มาร้านคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ไม่มีวอล์กอิน ลูกค้าต้องจองและจ่ายเงินจองล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น บางรอบเต็มภายใน 4-5 นาที ถ้าลูกค้าทานแล้วไม่ชอบ คงจะจองได้ง่าย แต่ตอนนี้ 7 ปี ยังจองยากเหมือนเดิม” คุณเกษมสันต์ เล่า

 

คุณเกษมสันต์ มักย้ำกับพนักงานเสมอว่า “คุณพ่อคุณแม่เราทานแบบไหน คนที่เรารักจีบใหม่ๆ เอาใจเขาแบบไหน ต้องทำแบบนั้น การทำอาหาร คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ จะนำวัตถุดิบทุกชนิดมาทดสอบให้เข้ากับเมนู และต้องทำให้อร่อย

ปัจจุบัน คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ สามารถทำยอดขายเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี ปีหน้าคาดว่า 1 สาขาจะทำได้ประมาณ 600 ล้านบาท เป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติของคนไทย คิดโดยคนไทย จากเริ่มต้นขาดทุนเดือนละเป็นล้าน ไม่ง่ายเหมือนกัน เราผ่านอุปสรรคมาเยอะ

และสเต็ปต่อไปของคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ปัจจุบันกำลังขยายพื้นที่เป็น 2,000 ตร.ม. และจะทำทั้งหมดร่วม 4,000 ตร.ม. มีครัวกลาง มีทุกสิ่งอย่าง นำเครื่องไม้เครื่องมือที่เชฟดังทั่วโลกมาใช้เพื่อการยกระดับ” คุณเกษมสันต์ เล่า

ท้ายนี้ คุณเกษมสันต์ ให้แง่คิดการทำธุรกิจว่า “เวลาทำธุรกิจ การตั้งราคา หลายๆ ครั้งจะกลัวว่าแพงไปไหม คำนี้อยู่คู่คนไทยมานาน ถ้าเราสร้างความแตกต่าง ถ้าเราดีจริง แล้วได้ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง อย่าลืมนะครับกลุ่มนี้ที่มีกำลังซื้อ ไม่ไปไหน ฉะนั้น การทำธุรกิจ อย่าทำแค่ลูกค้ากลุ่มเดียว ยิ่งทำหลายๆ กลุ่มจะช่วยเราได้ ทำไปเลย ลูกค้าที่เข้าใจเขาสัมผัสได้ ราคาไม่ใช่ตัวแปร”