เหตุเพราะหน้าฝน ตู้เต่าบินแจง ยอดขายไตรมาส 3 ลดลง เฉลี่ยต่อตู้ 60,300 บาท

เหตุเพราะหน้าฝน ตู้เต่าบินแจง ยอดขายไตรมาส 3 ลดลง เฉลี่ยต่อตู้ 60,300 บาท

FSMART ผู้ให้บริการ ตู้บุญเติม และตู้เต่าบิน รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ตู้เต่าบิน ยอดขายเฉลี่ยต่อตู้ในไตรมาส 3/2565 ลดลง จากผลกระทบเรื่องฤดูฝน

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการตู้คาเฟ่อัตโนมัติ “เต่าบิน” และตู้เติมเงินอัตโนมัติ “บุญเติม” แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการสรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ประจำปี 2565 ระบุว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 546 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 84 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.11 บาท/หุ้น) 

ขณะที่ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวนตู้บุญเติม เพิ่มขึ้นจาก 129,967 ตู้ เป็น 130,012 ตู้ แต่มูลค่าการทำธุรกรรมรวมลดลง จาก 9,162 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เหลือเพียง 8,790 ล้านบาท

ส่วนตู้คาเฟ่อัตโนมัติ เต่าบิน มีจำนวนตู้เพิ่มขึ้นเป็น 3,572 ตู้ จาก 2,138 ตู้ในไตรมาสก่อน มูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้นจาก 346 ล้านบาท เป็น 484 ล้านบาท แต่ยอดขายเฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือนลดลงจาก 80,135 บาท เป็น 60,300 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 60 แก้วต่อตู้

บริษัทฯ ระบุว่า ยอดขายของตู้เต่าบินที่ลดลง มาจากผลกระทบของฤดูฝน อย่างไรก็ตาม จะมุ่งขยายจุดบริการตู้เต่าบินอย่างต่อเนื่อง พัฒนาประสบการณ์การใช้งาน ทั้ง UX (User Experience) และ UI (User Interface)

ร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการมอบสิทธิพิเศษและการแลกส่วนลดต่างๆ และสะสมกระดองเต่าจากการซื้อเครื่องดื่ม เพื่อแลกแก้วฟรี เป็นการกระตุ้นการใช้งานเพิ่มขึ้นของลูกค้า เพิ่มลูกค้าใหม่

เหตุเพราะหน้าฝน ตู้เต่าบินแจง ยอดขายไตรมาส 3 ลดลง เฉลี่ยต่อตู้ 60,300 แก้ว
เหตุเพราะหน้าฝน ตู้เต่าบินแจง ยอดขายไตรมาส 3 ลดลง เฉลี่ยต่อตู้ 60,300 แก้ว

สำหรับตู้เต่าบิน เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2564 เน้นการใช้หุ่นยนต์ AI ในการชงเครื่องดื่มและให้บริการ ซึ่งมีจุดบริการตามอาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัย คอนโดมิเนียม

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวเมื่อปี 2564 ว่า คาเฟ่อัตโนมัติภายใต้แบรนด์ “เต่าบิน” จะเป็น New S-curve หรือธุรกิจที่จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญ ที่จะสนับสนุนให้บริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

รวมทั้งได้ขยายไปยังฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ โดยภายใน 3 ปีนี้ ตั้งเป้าขยายจุดติดตั้งไปตามทำเลคุณภาพที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น ออฟฟิศ สำนักงาน คอนโดมิเนียม ชุมชนที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล รวมทั้งมหาวิทยาลัย ให้ได้ 20,000 จุด

และคาเฟ่อัตโนมัติของบริษัทอาจจะเข้ามา Disrupt หรือแทนที่ร้านกาแฟและร้านขายเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ที่ต้องจ้างพนักงานชง เพราะใช้ AI หรือหุ่นยนต์ ในการชงทำให้ได้รสชาติคงที่และได้มาตรฐาน โดยใช้เมล็ดกาแฟสดคัดพิเศษและส่วนผสมคุณภาพสูง นอกจากเมนูกาแฟต่างๆ ทั้งแก้วร้อนและเย็นแล้ว ยังมีเมนูเครื่องดื่มรวมกันมากกว่า 80 เมนู ที่สามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ