ชูมณี-มูลนิธิกระจกเงา เปิดรับบริจาคเสื้อผ้าทั่วประเทศ ส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ

ชูมณี-มูลนิธิกระจกเงา เปิดรับบริจาคเสื้อผ้าทั่วประเทศ ส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ

ชูมณี ร่วมกับ มูลนิธิกระจกเงา สานต่อโครงการ Wash and Share ซักเพื่อให้ ปี 2 จัดให้มีจุดรับบริจาคเสื้อผ้าที่ร้านสะดวกซักอ๊อตเทริ ทั้งหมด 218 สาขากระจายตามภาคต่างๆ แบ่งประเภทเสื้อผ้าที่รับบริจาคเป็น 4 ประเภท 1. เสื้อผ้าแฟชั่น 2. ชุดนักเรียน 3. ผ้าขนหนูและผ้าเช็ดตัว 4. ตุ๊กตา คาดการณ์ว่าจะมีผู้บริจาคเข้ามากถึง 100 ตัน 

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2565 คุณกวิน นิทัศนจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปปอเรชั่น เจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก Otteri wash and dry และผู้ก่อตั้งบริษัทชูมณี กล่าวถึงจุดเริ่มต้นโครงการ Wash and Share ซักเพื่อให้ ว่า จากช่วงโควิดระบาด ได้นำเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ไปตั้งในจุดพักของคนไร้บ้าน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ติดต่อเข้ามา

ซึ่งตนอยากให้ความช่วยเหลือมากกว่านี้ จึงปรึกษาทีมงานและมองดูว่าใครรู้จักคนไร้บ้านดีที่สุด นั่นคือ มูลนิธิกระจกเงา จึงติดต่อเข้าไปด้วยตัวเอง และแจ้งความตั้งใจ อยากซักผ้าฟรีให้คนไร้บ้านที่อาศัยอยู่ข้างนอก โดยเริ่มจากร้านอ๊อตเทริสาขาสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งมีคนไร้บ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก

จากนั้นจึงริเริ่มโครงการ Wash and Share ซักเพื่อให้ ปี 1 เป็นโครงการรับบริจาคเสื้อผ้า เพื่อส่งต่อให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งลดปัญหาขยะเสื้อผ้าจำนวนมหาศาลที่เกิดจากอุตสาหกรรม Fast Fashion โดยมีร้านอ๊อตเทริเข้าร่วมโครงการ 100 สาขา สามารถบริจาคเสื้อผ้าให้มูลนิธิกระจกเงา 40 ตัน

คุณกวิน กล่าวต่อ โครงการปี 2 เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกันของชูมณี มูลนิธิกระจกเงา และพาร์ตเนอร์ต่างๆ อาทิ บมจ. ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก หรือ OR โดยแบรนด์ “ก๊าซหุงต้ม ปตท.”, บริษัท ไอ.พี.วัน จำกัด, บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด, บริษัท ชิปป๊อป จำกัด, บริษัท แสงเจริญ แกรนด์ จำกัด หรือ SC GRAND, บริษัท ตระกูลเฉิน จำกัด, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน), บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท สุภารากรุ๊ป จำกัด หรือ GQ ที่จะช่วยกันดูแลการรับบริจาคเสื้อผ้าตั้งแต่เริ่มต้นจนกว่าจะถึงมือผู้รับ

สำหรับเสื้อผ้าที่รับบริจาคมาทั้งหมดจะถูกนำมาซักอบทำความสะอาดที่ร้านอ๊อตเทริ ด้วยน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มไฮยีน จากนั้นพับใส่ถุงพลาสติกจากโครงการ แล้วจึงขนส่งข้ามจังหวัดไปที่มูลนิธิกระจกเงา โดยชิปป๊อปจะขนส่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และแฟลช เอ็กซ์เพรส จะขนส่งในเขตต่างจังหวัด

เมื่อมูลนิธิกระจกเงาได้รับเสื้อผ้าแล้ว พลาสติกที่ได้จากถุงใส่ผ้าบริจาคทั้งหมดจะถูกรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนเสื้อผ้าเก่าหมดสภาพจะถูกนำไปปั่นเป็นเส้นด้ายและทอเป็นผืน โดย SC GRAND จากนั้น MC และ GQ นำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า

 

“ผมรู้สึกว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี จึงอยากให้พาร์ตเนอร์ทุกแบรนด์มาร่วมกัน เราไม่สามารถเป็นองค์กรที่แสวงหาผลกำไรได้อย่างเดียว แต่เราต้องทำเพื่อสังคม ทำเพื่อสิ่งแวดล้อมของเราด้วย”

คุณกวิน กล่าวเสริมว่า โครงการปี 2 มีร้านอ๊อตเทริเข้าร่วมทั้งหมด 218 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2565 โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นโครงการในวันที่ 15 ต.ค. 2565 และคาดว่าจะมีผู้บริจาคมากถึง 100 ตัน

กรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อว่า เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มน้องๆ เด็กด้อยโอกาสที่ขาดแคลน ผู้อาศัยในถิ่นทุรกันดารและผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ อีกทั้งสมาชิกกลุ่มคนไร้บ้าน ในมูลนิธิกระจกเงา สามารถเข้ามาคัดเลือกเสื้อผ้าที่พอใจในราคาต่ำ นำไปสวมใส่หรือใช้สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้

“ตอนนี้เรายังเป็นร้านสะดวกซักร้านแรกและร้านเดียวที่ทำโครงการนี้ ผมเชิญชวนนะครับ ร้านสะดวกซักที่อยากทำโครงการแบบนี้ ทำได้เลย ผมไม่ได้มองว่าเป็นการเลียนแบบหรือลอกไอเดีย แต่มองว่าถ้าทุกคนร่วมมือกันทำ สุดท้ายแล้วผลดีจะตกอยู่กับสังคม ผมตั้งใจไว้แล้วจะทำโครงการนี้ทุกปี ปีละ 1 เดือน” กรรมการผู้จัดการ กล่าว