เศรษฐกิจสายมู ไม่ใช่เรื่องงมงาย ก่อนถึงแก่นพุทธ ต้องผ่านเปลือก ผ่านกระพี้ ก่อน

เศรษฐกิจสายมู ไม่ใช่เรื่องงมงาย ก่อนถึงแก่นพุทธ ต้องผ่านเปลือก ผ่านกระพี้ ก่อน

คุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายก อบต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของฉายา อุ๊ กรุงสยาม ในฐานะรุ่นใหญ่แห่งวงการพระเครื่อง และได้รับการยกย่องให้เป็น ตัวพ่อสายมู แสดงความเห็นเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการท่องเที่ยวสายมู ไปตามสถานที่สำคัญด้านความเชื่อต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ว่า

อย่าง ไอ้ไข่ จ.นครศรีธรรมราช ชุมชนวัดเล็กๆ ที่อยู่กลาง อ.สิชล ไกลจากตัวนครศรีธรรมราช 60 กิโลเมตร แต่วันนี้เกิดความเจริญ ถ้าไม่มีไอ้ไข่ วัดและชุมชนในละแวกใกล้เคียง จะไม่ดังขนาดนั้น ไม่มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หรือไม่คนจะไปทำงานนอกพื้นที่ แต่วันนี้คนทั่วประเทศ วิ่งเอาเงินไปให้ชุมชนไอ้ไข่ สายการบิน 50 เที่ยวบินต่อวัน ที่บินตรงสู่ จ.นครศรีธรรมราช มากที่สุดในประเทศ เพราะเศรษฐกิจสายมู

นี่เป็นตัวอย่างเห็นภาพชัดที่สุด คนต้องไปกินข้าว ไปซื้อของฝาก ไปนอนพักโรงแรม ของไหว้ ของแก้บน ล้วนทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดโดยรวมดีขึ้น ได้สาธารณูปโภคใหม่ ลูกหลานก็มีงานทำ ขายของได้ หรืออย่าง คำชะโนด จ.อุดรธานี เห็นได้ว่าไกลมาก แต่เมื่อเกิดความเชื่อ คนไปไหว้ วังนาคิน วังพญานาค เกิดความเจริญ

หรือที่ เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี คนแห่กันไปปีละหลายแสนคน และที่ จ.บึงกาฬ ก็มีถ้ำนาคา ที่ผู้คนให้ความนิยม เพราะฉะนั้น คำว่า เศรษฐกิจสายมู จึงไม่ใช่เรื่องของความงมงาย แต่เป็นการมองอย่างสร้างสรรค์ เปรียบเสมือน เมล็ดข้าวเปลือก ที่หว่านออกไป มันจะงอกบ้าง ตายบ้าง เป็นเรื่องปกติ

“ที่มีคนบอกว่า ไม่ใช่แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา อย่าลืมว่า ก่อนที่จะเข้าถึงแก่นได้ มันต้องผ่านเปลือกและกระพี้ก่อน คนไปวัด ไม่ว่าจะไปด้วยความเชื่ออะไรก็ตาม เขาก็ไปวัด ไปหาพระ ไม่ได้ไปในแหล่งอบายมุข มันต่างกัน เศรษฐกิจสายมู Volume ของมัน ให้มุมมองที่สร้างสรรค์มากกว่าเดิม” อุ๊ กรุงสยาม กล่าว

ตั้งข้อสังเกต ช่วง 2-3 ปีนี้ มีคนสร้างท้าวเวสสุวรรณ กันเยอะ อุ๊ กรุงสยาม อธิบายว่า ความนิยมของคน ก็เหมือนกับดารา หรือเพลง มีช่วงเวลาของเขา ช่วงนี้เทรนด์เรื่องของการชื่นชอบอันนี้ ทิศทางนี้ อาจจะเป็นเรื่องใหม่ แนวใหม่ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อีกส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องของคติความเชื่อของยุคสมัย ว่า ยุคนี้เป็นยุคที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ฮวงจุ้ย เป็นเรื่องของยุคเปิดประตูผี ยุคของโรคภัยไข้เจ็บ เทพประจำยุคสมัย อาจเป็นท้าวเวสสุวรรณ เทพเจ้าแห่งภูตผีปีศาจ และยังเป็นเทพในเรื่องของโชคลาภด้วย เพราะท่านดูแลทรัพย์สิน ประทานทรัพย์สินและโชคลาภ

ท่านยังมีชื่อธนบดี ท้าวกุเวร ท้าวจตุโลกบาล ที่ดูแลโลกมนุษย์และสวรรค์ ด้วยคุณสมบัติ คนอาจจะแสวงหาความมั่นใจ เป็นช่วงของจังหวะเวลา ยุคก่อนหน้านี้ จะเป็นจตุคาม พอถึงช่วงหนึ่งมีเยอะเกินไป เป็นหลักดีมานด์ ซัพพลาย ปกติ แต่คนยังนับถืออยู่ คนยังไปไหว้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ ส่วนความศรัทธากับวัตถุมงคลอาจสวนกระแสกัน

อย่างไรก็ตาม อุ๊ กรุงสยาม ยอมรับว่า สิ่งที่เขาคาดผิดมาตลอดคือ เด็กรุ่นใหม่จะไม่เข้าวัด ไม่นับถือพระ หรือองค์เทพทั้งหลาย แต่ผิดคาด เพราะวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ สนใจวัตถุมงคลกันมากขึ้น แรกๆ อาจเพราะเป็นเรื่องใหม่ของเขา ที่ยังไม่มีความรู้ พอได้ไปศึกษา เรื่องราวโดนใจซึ่งถูกจริตเขาว่าคุ้มครองได้ มีอำนาจ สื่อได้ถึงพลานุภาพ เป็นที่พึ่งทางใจที่ทำให้มีความสุข

 

เช่นเดียวกับเรื่องของ การสัก ที่เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณเป็นพันปี ไม่ใช่เพิ่งมี การสักอยู่คู่กับสังคมไทย เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง เป็น Soft Power อย่างหนึ่ง การสักทำกันทั่วโลก หลายวัฒนธรรม หลายประเทศ แต่สักของไทยเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อความศักดิ์สิทธิ์และความขลัง เป็นเรื่องของภูมิปัญญา เมืองนอก ตะวันตก เขาเน้นศิลปะ

อุ๊  กรุงสยาม ย้ำด้วยว่า นอกจากการเที่ยววัดวาอารามแล้ว สินค้าของท้องถิ่น ชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ ก็ขายได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การกิน ของที่ระลึก ของฝาก ทั้งหมดนี้คือ Soft Power ที่เกี่ยวพันกับวงจรห่วงโซ่ธุรกิจอีกหลายเรื่อง ที่เข้าถึงชาวบ้านได้จริงๆ

และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ที่ทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนเร็วที่สุด ชาวบ้านเข้าใจระบบ ความเชื่ออะไรเหล่านี้และพร้อมให้ความร่วมมือ เพราะทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องที่จะเติบโตไปด้วยกัน

“ภูมิปัญญาและวิถีไทยที่มีเสน่ห์ สามารถขายได้ทั่วไทย และไปไกลได้ทั่วโลก เพราะคือความงดงามของวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลาย เป็นเรื่องแปลกใหม่ของคนที่ไม่รู้ และสามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เชิงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ได้ สร้างความเจริญให้กับชุมชนท้องถิ่น อย่างถึงฐานรากโดยตรงและรวดเร็ว” อุ๊ กรุงสยาม สรุปตอนท้าย