เปิดตำรา สร้างเชฟมืออาชีพ ปรุงอาหารจากกัญชา หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

เปิดตำรา สร้างเชฟมืออาชีพ ปรุงอาหารจากกัญชา หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยเขตสุขภาพที่ 8 ได้จัดการอบรมหลักสูตรกัญชาและสมุนไพรในอาหาร-เครื่องดื่มเป็นยา สำหรับเชฟมืออาชีพ โดยได้มีการบูรณาการองค์ความรู้ที่สำคัญทางการแพทย์ทางวิทยาศาสตร์ ทางเภสัช งานวิจัยยุคใหม่ และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

ให้กับเชฟมืออาชีพ ที่ผ่านการประกวดและการแข่งขันมาอย่างเข้มข้น ดังนั้น พวกเขาขอให้เติมเต็มองค์ความรู้เหล่านี้เพื่อที่จะได้เข้าใจการประกอบอาหารในการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นใบ ก้าน ลำต้น ราก รวมถึงช่อดอก และรวมถึงสารสำคัญ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศว่าเขาใช้กันอย่างไร ใช้การแข่งขันกันอย่างไร และประเทศไทยควรจะมีแนวคิดอย่างไร

อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต

เราไปเติมเต็มในส่วนที่เขาไม่ถนัด และอาจไม่เข้าใจมาก่อน คือ เรื่องสุขภาพ และงานวิจัยทางเภสัช การบูรณาการครั้งนี้ จะทำให้เชฟที่เป็นแถวหน้าในระดับประเทศไทย ได้มีโอกาสมีองค์ความรู้ และไปดำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้และทำอาหารจานดีให้กับคนไทย ที่สำคัญคือ การเปิดโลกทัศน์ของเชฟในครั้งนี้จะทำให้เขารู้ว่าชาวต่างชาติเขาชิมอะไรหรือรับประทานอะไรกันมาในเรื่องของกัญชา

และเราคนไทยจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ประทับใจอาหารไทย ซึ่งเก่งอยู่แล้วให้เก่งกว่าการใช้กัญชาในต่างประเทศได้อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าอัตลักษณ์นี้ของประเทศไทยและฝีมือเชฟคนไทยเรา ไม่แพ้ใคร

“หลังจากมีการปลดล็อกกัญชาแล้ว ขอย้ำว่าก่อนวันที่ 9 มิถุนายน นี้ เชฟยังไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้สูงสุดคือ ใบ ราก และลำต้น โดยสามารถนำมาประกอบอาหารได้ตามกฎหมายเดิม แต่การปลดล็อกกัญชานับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 มีเวลาอีก 120 วัน แปลว่าวันที่ 9 มิถุนายน 2565 จะมีการปลดล็อกอย่างสมบูรณ์

เหลือแต่เพียงว่าระยะเวลาช่วงนี้ ที่สภากำลังพิจารณากฏหมาย พ.ร.บ.กัญชากัญชง เขาเปิดโอกาสให้เชฟทำอาหารจากดอกกัญชา ได้ไหม ถ้าทำได้ก็ไม่ต้องขออนุญาตในฐานะยาเสพติด แต่ถ้าทำยาก อาจไม่มีใครทำซึ่งจะประสบปัญหาเดิมๆ แบบที่เคยปรากฏมา และกลายเป็นว่า ประเทศไทยปรุงอาหารจากช่อดอกกัญชาไม่ได้ ทั้งที่ควรปรุงได้ เพราะในอดีตก็เคยปรุงได้” อ.ปานเทพ กล่าว

 
อบรมเชฟ ปรุงอาหารจากกัญชา

และว่า ส่วนสายพันธุ์กัญชาที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ในขณะนี้ เนื่องจากสายพันธุ์กัญชาที่มีการสำรวจโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และดูสารสำคัญ จะเห็นได้ว่าพันธุ์หางกระรอก    มี THC และ CBD พอๆ กัน ซึ่งเป็นน้ำหนักถ่วงฤทธิ์กันไม่ให้เมาเกินไป แต่สายพันธุ์สกลนครก็ดี หรือสายพันธุ์อื่นๆ ก็ดี อาจจะมีลักษณะของ THC สูง

แต่บางสายพันธุ์ตอนนี้ เช่น ตะนาวศรีก้านแดง มีสาร CBD สูง เมาน้อยแต่ออกฤทธิ์ทางสุขภาพดี ถ้ามีการสำรวจพัฒนาสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ จะมีทางเลือกในการถ่วงดุลข้ามสายพันธุ์ในการปรุงอาหารซึ่งกันและกันได้ ซึ่งตรงนี้จะทำให้ความหลากหลายของการประกอบอาหารด้วยกัญชาของประเทศไทย อาจมีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์แตกต่างจากชาวต่างชาติได้

ดังนั้น เชฟควรเรียนรู้ เตรียมตัวทำการบ้าน ศึกษา และรอวันที่ปลดล็อก พยายามช่วยกันเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐสภาช่วยปลดล็อกให้เชฟทำอาหารในการประกอบอาหารโดยการใช้กัญชาได้อย่างเต็มที่ และทำให้เกิดการพัฒนาความสามารถในการปรุงอาหารต่อไป