กาแฟ ทุเรียน ดีมานด์อื้อ แต่ชาวสวนยังจน จี้รัฐแก้กฎหมาย อย่าเอื้อแค่นายทุน

กาแฟ ทุเรียน ดีมานด์อื้อ แต่ชาวสวนยังจน จี้รัฐแก้กฎหมาย อย่าเอื้อแค่นายทุน

คุณวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก เปิดเผยว่า หลังจากที่เดินทางไปจัดคอร์สฝึกอบรมทำเวิร์กช็อป สอนการขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ที่สนใจพัฒนาการเพิ่มรายได้ด้วยการขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงพบปะพูดคุยรับฟังปัญหาจากเกษตรกร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ จ.สงขลา, ลำพูน, เชียงใหม่, ลำปาง, ขอนแก่น ฯลฯ

ทำให้เห็นว่า ความจริงแล้ว คุณภาพ ผลผลิต และสินค้าทั้งจากการเกษตร และงานฝีมือต่างๆ ของคนไทยไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก เพียงแต่ขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ยิ่งเมื่อเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดซบเซา การขายออนไลน์ จึงเป็นทางออกที่สำคัญ ซึ่งหากชาวบ้านได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี จะสามารถนำไปใช้ปรับปรุงพัฒนาตัวเองและสินค้าที่จะเลือกมาจำหน่าย ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋า

“แม้พรรคกล้าจะไม่มี ส.ส. ในสภา แต่ก็พร้อมทำงานช่วยชาวบ้าน เพราะเราให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ซึ่งหากพื้นที่ไหนต้องการให้ไปฝึกอบรมให้ ขอให้รวมตัวกันตั้ง 50 คนขึ้นไปแล้วแจ้งมายังพรรคกล้า เราพร้อมไปอบรมให้ฟรี” คุณวรวุฒิ กล่าว

คุณวรุฒิ อุ่นใจ

รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์การทำงานตั้งแต่เป็นคนตัวเล็ก สู่ธุรกิจหมื่นล้าน ทำให้มองออกว่าสินค้าไทย ยังมีอนาคตอีกมากมาย โดยเฉพาะ กาแฟ และ ทุเรียน ที่ยังมีความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกมหาศาล เริ่มจากกาแฟ วันนี้กาแฟไทยทำการผลิตได้ 22,000 ตันต่อปี แต่การบริโภคกาแฟ 66,000 ตันต่อปี เห็นตัวเลขแล้ว อาจคิดว่าเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน ต้องรวยแน่นอน

แต่ปรากฏว่าเมืองไทยมีกาแฟนำเข้า เป็นนายทุนใหญ่ชาวไทย ไปปลูกที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วอาศัยกฎหมายบีโอไอ ที่เปิดช่องให้ยกเว้นภาษีได้ เขาจึงนำเข้ามาตัดราคาเกษตรกรไทย คนได้ประโยชน์ไม่ใช่คนไทย ทั้งในแง่ของแรงงานและการค้าขาย ถ้าสามารถเข้าไปทำลายกลไกตรงนี้ โดยรัฐบาลแก้กฎหมาย ให้เป็นการอุดหนุนเท่าเทียมกันทั้งระบบ ชาวสวนจะอยู่ได้ แต่คงไม่ง่าย เพราะนักการเมือง มักจะเอื้อประโยชน์ให้นายทุน

คุณวรวุฒิ กล่าวอีกว่า คุณภาพของกาแฟไทย และฝีมือการคั่ว ปรุง หมัก บ่ม สามารถพัฒนาไปยืนหนึ่งได้สบาย เพียงแต่ต้องทำเป็นกาแฟพรีเมี่ยม แล้วรักษาคุณภาพของสินค้าให้สม่ำเสมอ ขายกิโลละ 3,000-10,000 บาทได้ อย่าลืมว่าการบริโภคกาแฟมีทั่วโลก โอกาสของเกษตรกรไทยยังมีอีกมาก ถ้ารัฐบาลบริหารเป็น

คุณกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ลงพื้นที่สวนทุเรียน

สำหรับทุเรียน รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า 80% ของทุเรียนไทย ส่งขายประเทศจีน ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์การบริโภคไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของเขา เขายังสามารถบริโภคได้อีก 5 เท่าได้สบายๆ หมายความว่า ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตทุเรียนได้ปีละ 1.5 ล้านตัน เราสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5 ล้านตัน ก็ยังมีตลาด

ถ้าตนเป็นรัฐบาล จะสนับสนุนให้ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอีก 3-4 เท่า ทดแทนปาล์ม ที่นับวันการบริโภคจะลดน้อยลง ราคาก็จะตกต่ำลงเรื่อยๆ จริงอยู่แม้ปัจจุบันราคายังดี เพราะนำไปเป็นพลังงานไบโอดีเซล แต่อนาคตอันใกล้ การใช้รถไฟฟ้าสูงขึ้น ความต้องการปาล์มก็จะลดลงตามกลไก

 

วันนี้ก็ต้องทำให้เกษตรกรชาวสวนภาคใต้ เริ่มเปลี่ยนการปลูกปาล์มมาเป็นทุเรียน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องวางแผนระยะยาว เพราะทุเรียน เป็นพืชที่ต้องการความเอาใจใส่อย่างสูง โดยเฉพาะการจัดสรรน้ำ ต้องวางระบบอย่างดี ให้มีปริมาณเพียงพอกับการขยายการเพาะปลูก

“ทั้งกาแฟและทุเรียน รัฐบาล ต้องทำหน้าที่เป็นเซลส์แมน หาตลาดให้เกษตรกรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถ้าสนับสนุนให้ผลิต ไม่มีตลาดสุดท้ายก็เจ๊งกันหมด นอกจากนี้ ยังต้องมีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ มาช่วยเสริม ทั้งรสชาติ ทั้งการออกแบบดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง รวมไปถึงพัฒนาเชฟ ต้องมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะในนาม สถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าไทยและอาหาร” รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าว

สอนค้าขายออนไลน์

และว่า ถ้าไทยไม่สร้างสถาบันวิจัยดังกล่าว ไม่นาน ถ้าจีน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ทำได้ ทั้งตลาดกาแฟและทุเรียนจะตกไปเป็นของคนอื่น จีนเป็นตลาดใหญ่ ที่ยังขยายได้อีกหลายเท่า ถ้าทำดีๆ ยังไม่พูดถึงการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ หรือทุเรียน มันต่อยอดได้อีกเยอะแยะ ทั้ง ทอฟฟี่ เค้ก ไอศกรีม ขนมอบกรอบ แข่งกับมันฝรั่งได้สบาย

“ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เราต้องมีรัฐบาลที่เข้าใจพอ ก็จะช่วยให้คนตัวเล็กลืมตาอ้าปากได้ ไม่ต้องตายทั้งเป็นเหมือนที่ผ่านมา” รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าว