เช็กลิสต์ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2565 ใครจะอยู่ใครจะไป มาดูกัน!

เช็กลิสต์ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2565 ใครจะอยู่ใครจะไป มาดูกัน!
เช็กลิสต์ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2565 ใครจะอยู่ใครจะไป มาดูกัน!

เช็กลิสต์ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2565 ใครจะอยู่ใครจะไป มาดูกัน!

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และหอการค้าไทย เปิดเผยถึง 10 ธุรกิจดาวรุ่งและดาวร่วง ปี 2565 ว่า จากการประเมินของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่า 10 ธุรกิจที่เป็นดาวเด่น ได้แก่

1. ธุรกิจการแพทย์และความงาม และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (ธุรกิจที่ทำการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์)

2. ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางด้านอิเล็กทรอนิกส์)

3. ธุรกิจโลจิสติกส์ ดีลิเวอรี่ และคลังสินค้า ธุรกิจด้านฟินเทค และการชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี

4. ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ธุรกิจการขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์

5. ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ธุรกิจอาหารเสริมและสุขภาพ ธุรกิจขายตรง

6. ธุรกิจแปรรูปยาง เช่น ถุงมือยาง ถุงยาง เป็นต้น ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป

7. ธุรกิจจัดทำคอนเทนต์ ธุรกิจ youtuber และการรีวิวสินค้า ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ เช่น อาหารสัตว์สำเร็จรูป การดูแลสุขภาพสัตว์

8. ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจโมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีกสมัยใหม่

 

9. ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน

10. ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ธุรกิจท่องเที่ยว และบริการต่อเนื่อง

ส่วน 10 ธุรกิจดาวร่วง ได้แก่

1. ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร

2. ธุรกิจฟอกย้อม ธุรกิจหัตถกรรมที่ไม่มีการออกแบบและราคาถูก

3. ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และวารสาร ธุรกิจรับส่งสื่อสิ่งพิมพ์ตามบ้านและสถานที่ทำงาน

4. ธุรกิจโรงพิมพ์การพิมพ์ เช่น หนังสือ แผ่นพับ ธุรกิจคนกลาง

5. ธุรกิจผลิตและขายต้นไม้ดอกไม้ประดิษฐ์ ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไร้ฝีมือ หรือเสื้อผ้าโหล

6. ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก

7. ธุรกิจร้านถ่ายรูป

8. ธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ

9. ธุรกิจของเล่นเด็ก

10. ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า โดยกรอบพื้นฐานเหล่านี้ ส่งผลให้ 10 ธุรกิจเด่น มีมากถึง 20 รายการ เนื่องจากในปี 2565 ธุรกิจเหล่านี้จะฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาสที่ 2/2565 และคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาในช่วงไตรมาสที่ 2/2565 เช่นเดียวกัน และคาดว่า นักท่องเที่ยวจะกลับมาในปี 2565 ประมาณ 5 ล้านคน ดังนั้น ในปี 2565 ธุรกิจที่ปรับตัวเข้าสู่การเป็นดิจิทัลได้เร็ว ก็จะได้เปรียบและมีอัตราการฟื้นตัวเร็วกว่าธุรกิจอื่น

ส่วนธุรกิจดาวร่วง ต่อไปธุรกิจไหนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโมเดิร์น และดิจิทัล จะหายไป และธุรกิจที่เกี่ยวกับกระดาษจะเริ่มหายไป และต้องยอมรับว่าสื่อสิ่งพิมพ์เป็นธุรกิจที่เสี่ยงที่จะหายไปหากไม่ปรับตัว

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้เหมือนไก่กับไข่ ที่ทำให้ธุรกิจฟื้นตัว และทำให้การจ้างงานกลับมา รวมถึงในปี 2565 จะได้เห็นการลงทุนใหม่ๆ ในส่วนของการก่อสร้าง ที่อยู่ในธุรกิจดาวรุ่ง นอกจากนี้ จะมีการมาของธุรกิจความสวยความงาม สุขภาพ ที่ใช้สมุนไพรในประเทศมากขึ้น และคาดว่าใช้งบประมาณอยู่ในกรอบลงทุนของภาคเอกชนประมาณ 1 แสนล้านบาท อาทิ การผลิตยา และการสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นต้น จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.5-0.7%” นายธนวรรธน์ กล่าว

ที่มา : เว็บไซต์ มติชนออนไลน์