โรงเรียนของในหลวง ร.9  เปลี่ยนเด็กติดยา ให้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว

โรงเรียนของในหลวง ร.9  เปลี่ยนเด็กติดยา ให้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว

โรงเรียนพระดาบส เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงตั้งขึ้น เพื่อพระราชทาน “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต” ให้กับพสกนิกรในพระองค์ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ซึ่งมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดอาชีพ ที่มุ่งมั่นจะยืนอย่างมั่นคงบนลำแข้งของตน ให้สามารถประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ โดยใช้กระบวนการศึกษานอกระบบตามแนวพระราชดำริ

พระองค์ท่านทรงมีพระราชกระแสในเรื่องนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ไว้ตอนหนึ่งว่า

“…ขณะนี้ ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้…”

“ศิษย์พระดาบส” ทุกคน ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ เป็นทุนการศึกษาที่รวมถึงค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหาร ที่พักอาศัย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด การได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนเพื่อ “ติดอาวุธ” ในการประกอบสัมมาชีพสุจริตเลี้ยงตัวและครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้น จึงนับเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญ ของผู้คนจำนวนไม่น้อย

คุณไชยวัฒน์ เล้าสมบูรณ์ ศิษย์เก่าโรงเรียนพระดาบส หลักสูตรช่างไฟฟ้า รุ่นที่ 35 ปัจจุบันมีกิจการส่วนตัวรับ ซ่อมแอร์-วางระบบไฟฟ้า อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มต้นย้อนความเป็นมาแบบเปิดอก

“ก่อนเข้ามาเรียนที่โรงเรียนพระดาบส ผมเกเรมาก เที่ยวเตร่ เล่นการพนัน แทงสนุ้กฯ สุดท้ายเรียนไม่จบ ถูกให้ออกจากโรงเรียนตอน ม.3 พอออกมาได้สักระยะ มาทำงานรับจ้างทั่วไป จากนั้นเริ่มมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งกัญชา ยาบ้า ยาไอซ์ ทุกอย่าง

เริ่มจากเป็นคนเสพก่อน จากนั้นเริ่มมองเห็นช่องทาง เปลี่ยนจากคนเสพเป็นคนขาย ขายยา แล้วก็ขายปืนเถื่อน ตีรันฟันแทง ทำทุกอย่างที่เด็กเกเรเขาทำกัน ใครห้ามไม่ฟัง ทางบ้านก็เป็นห่วง เป็นกังวลกันหมด พอญาติพี่น้องเริ่มระแคะระคายว่าผมค้ายา ผมก็เลยทำให้รู้ๆ กันไปเลยว่าผมขาย ผมดูด แม่เสียใจมาก แต่ตอนนั้นผมไม่แคร์ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นว่าใครจะรู้สึกอย่างไร คิดแต่ว่าทำอะไรก็ได้ที่จะได้เงินมาเยอะๆ แม่ขอให้เลิกยังไงก็ไม่เลิก ไม่กลัวตำรวจ ไม่กลัวใครทั้งนั้น มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้

ชีวิตเริ่มมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่ออายุ 20 ปี ที่ผมตัดสินใจบวชให้แม่ ตอนนั้นแจกการ์ดเชิญไปหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เลิกขาย ไม่เลิกเสพยา ก่อนคืนงานบวชแค่คืนเดียว ผมถูกตำรวจล่อซื้อ ถูกจับได้ โดนใส่กุญแจมือ พอโดนจับก็รู้เลยว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง ตำรวจยังพูดเลยว่า นี่กูเป็นมารผจญมึงใช่ไหม มึงจะบวชพรุ่งนี้อยู่แล้ว

ตอนนั้นโดนถุงดำคลุมหัว ช่วงที่ถูกถุงดำครอบอยู่นั้น มันรู้สึกเหมือนอนาคตเราที่ดับวูบลง รู้สึกเสียใจมากเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผมพูดกับตัวเองว่าถ้ารอดออกไปได้ จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี

แล้วปาฏิหาริย์ ก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อรอดพ้นจากการถูกจับมาได้ จึงตัดสินใจเลิกหมดทุกอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าตั้งใจจะเลิกจริงๆ ก็เลิกได้ อย่าไปคิดว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจอย่างเดียว ใจอยากเลิกคือเลิก ไม่ต้องไปบำบัดที่ไหน ลงมาเถอะ ไม่ตายหรอก แต่ถ้าอยู่ต่อไปตายแน่

หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป ผมแอบไปบวชเงียบๆ พอสึกออกมา ทำงานรับจ้างอยู่ระยะหนึ่ง และไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก”

แล้วชีวิตก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อแม่ของเขา ได้ไปพบนิตยสารเล่มหนึ่ง

“อยู่มาวันหนึ่ง แม่ผมไปอ่านนิตยสารที่ลงเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนพระดาบส ที่กินฟรี อยู่ฟรี สอนฟรี อยู่ที่กรุงเทพฯ แม่ถามว่า จะไปเรียนเพื่อแม่ได้ไหม เป็นโรงเรียนของในหลวงน่าจะมีแต่สิ่งดีๆ แล้วแม่ก็พามาสมัครเมื่อปี 2553 นั่งรถตู้มา 2 คนจากกาญจนบุรี มาแบบไม่รู้ซะด้วยซ้ำว่าโรงเรียนอยู่ตรงไหน กะไปถามเอาดาบหน้า

พอมาถึง วินาทีแรกที่เห็นโรงเรียน ผมตั้งปณิธานไว้เลยว่าถ้าเข้ามาเรียนได้ จะตั้งใจเรียน แล้วผมก็สอบติดเป็นตัวสำรอง เพราะมีปัญหาที่รอยสัก ตอนนั้นโรงเรียนค่อนข้างเข้มงวดเรื่องรอยสักมาก พอกลับมาบ้านรู้สึกผิดหวัง คิดว่าตัวเองคงหมดโอกาสแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน โรงเรียนติดต่อกลับมาว่าให้ไปเรียนได้

รู้สึกดีใจมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสได้เข้ามาเรียน เพราะผมมันคนไม่ดี กลัวว่าคนไม่ดีแบบผมจะเข้าโรงเรียนของในหลวงไม่ได้ แต่สุดท้ายโรงเรียนก็ให้โอกาสผมได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเองว่าผมสามารถเอาชนะตัวเองและกลับตัวเป็นคนดีได้

1 ปีในรั้วโรงเรียนพระดาบส ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จากที่เคยคิดว่าที่นี่น่าจะเจอแต่คนดีๆ เพราะเป็นโรงเรียนของในหลวง แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดทั้งหมด ยังมีเรื่องยาเสพติดในโรงเรียนเหมือนกัน เด็กที่มาเรียนก็เคยเกเรมาเหมือนกัน เลยคิดว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่ไม่ดี แต่จากประสบการณ์ที่เคยเป็นเด็กไม่ดีมาก่อน ทำให้ผมรู้อะไรและมองเห็นอะไรมากกว่าคนอื่น

 

ผมจึงช่วยอาจารย์ให้เบาะแสเรื่องยาเสพติดในโรงเรียนและคอยเตือนเพื่อนๆ ที่กำลังจะออกนอกลู่นอกทางว่าวงการนี้มีอยู่แค่ 2 ทางเลือก ไม่ถูกจับติดคุกก็ตาย ซึ่งผมทำได้แค่เตือน ฟังหรือไม่ฟัง ทำหรือไม่ทำ แล้วแต่พวกเขา

ผมอยากฝากถึงน้องๆ ทุกคนที่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนว่า ก่อนเข้ามาเรียนที่นี่ คุณจะเกเรหรือทำชั่วอะไรมา ก็ขอให้ทิ้งไว้ข้างหลัง ถ้าตัดสินใจมาเรียนแล้วขอให้กลับเนื้อกลับตัว กลับใจ ตั้งใจเรียนให้เต็มที่ แล้วจะได้รับสิ่งดีๆ กลับออกไป แต่ถ้าคิดว่าเข้ามาแล้วยังเลิกเกเรไม่ได้ก็กลับบ้านไป อย่ามาเรียนเลยดีกว่า

คนเราอาจเคยทำผิดพลาดกันได้ แต่ถ้าได้รับโอกาสให้กลับเนื้อกลับตัว กลับใจ เป็นโอกาสครั้งที่สองที่เราอาจหาไม่ได้อีกแล้ว เราควรรีบคว้าไว้ อย่าปล่อยให้มันสูญเปล่า

วันภูมิใจที่สุดในชีวิต คือวันที่เรียนจบและได้รับประกาศนียบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯ ไม่นึกเลยว่าคนที่เคยทำตัวไม่ดีอย่างเรา จะได้รับโอกาสที่สูงส่งถึงเพียงนี้ และภูมิใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา สามารถนำมาใช้เลี้ยงตนเอง เลี้ยงครอบครัวได้

ไม่เคยคิดว่าคนเกเรอย่างผมจะมีวันนี้ ต้องขอบคุณโรงเรียนพระดาบส ที่หยิบยื่นโอกาสให้ ถ้าไม่ได้มาเรียนที่นี่ ก็ไม่รู้เลยว่าทุกวันนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร”

…………..

(ข้อมูล/ภาพประกอบ : หนังสือ โรงเรียนพระดาบส โอกาสครั้งที่สองของชีวิต ปีที่จัดพิมพ์ พ.ศ. 2559)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559