3-3-3 กลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้กลายเป็นเจ้าประจำของร้าน!

3-3-3 กลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้กลายเป็นเจ้าประจำของร้าน!

เป็นที่รู้กันดีว่า ลูกค้า ก็มีหลากหลายแบบ ทั้งเจ้าประจำ หรือ นานๆ ทีมาซื้อ ซึ่งในการทำธุรกิจจำเป็นต้องใส่ใจกับการดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการซ้ำอีกครั้ง แม้ว่าการมีลูกค้าที่หลากหลายก็เป็นเรื่องดี แต่จะเป็นการดีกว่า หากเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้มาเป็นเจ้าประจำได้ แต่จะทำยังไงล่ะ?

คุณนพ-นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ผู้ดำเนินธุรกิจแบบ MLM หรือ ธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในลักษณะเครือข่ายขายตรง ได้เผยข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับลูกค้า ผ่านเฟซบุ๊ก CEO Noppakrit ว่า

คุณนพ-นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
การตลาดปัจจุบัน จะเห็นได้ชัดว่า ลูกค้าคนไหนมียอดซื้อเท่าไร สนใจสิ่งไหน มาบ่อยแค่ไหน ทำให้เราเข้าใจถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น และนี่คือข้อมูลที่เรานั้นเก็บได้เพื่อไปวางแผนการตลาดต่อไป ว่าจะจัดการยังไงกับลูกค้าเหล่านี้ ให้กลับมาใช้บริการซ้ำอยู่เสมอ
ถ้าใน 3 เดือน ลูกค้าคนไหนก็ตามที่กลับมาซื้อซ้ำ จะเป็นลูกค้าที่มีโอกาสเป็นลูกค้าประจำ แต่ถ้าเกิดเขามาครั้งเดียวภายในรอบ 3 เดือน ก็จะเรียกว่าเป็นลูกค้าขาจร
ทำไมต้อง 3 เดือน?

เพราะว่าสมองคนเรา จะจดจำอะไรได้อย่างดีที่สุดแค่ 80 ชั่วโมง หรือประมาณ 3 วัน ยิ่งผ่านไปนาน 3 สัปดาห์ ก็จะยิ่งไม่มีข้อมูลอะไรที่จะดึงความจำออกมาได้ พอครบ 3 เดือน ก็แทบไม่เหลือความจำอีกเลย จึงเกิดเป็นกลยุทธ์เลข 3 คือ ให้เราสื่อสารกับลูกค้า 3 ครั้งในรอบ 3 เดือน เพื่อให้ลูกค้าอยากกลับมาหาเราอีกครั้ง

ครั้งที่ 1 Thank you E-mail
การส่งข้อความเพื่อบอกกับลูกค้าว่า เรามุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่ออะไร แสดงจุดเด่นออกไป บอกความชัดเจนของตัวเรากับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า ร้านของเรานั้นมีความแตกต่างจากร้านอื่น และปิดท้ายด้วยการขอบคุณอย่างจริงใจ ให้ลูกค้ารู้สึกถึงการให้เกียรติ ที่ลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการกับร้านของเรา
ครั้งที่ 2 Like Mail
การรวบรวมความคิดเห็น การรีวิวต่าง ๆ ของลูกค้า และส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กับลูกค้าที่ได้มาที่ร้าน ภายใน 3 สัปดาห์ จะทำให้ลูกค้าคิดถึงร้านและรู้สึกว่าร้านมีข้อดีจริงๆ โดยมีการการันตีจากลูกค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของร้าน
ครั้งที่ 3 Love Mail
ข้อความนี้ใช้เวลา 2-3 เดือน ตามความเหมาะสม เพราะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ มันคือโปรโมชั่นให้กับลูกค้า หมายความว่า ถ้าเขาเห็นแล้ว ไม่มีการตอบกลับใดๆ เราต้องลบข้อมูลลูกค้าคนนั้นซะ เพราะว่ากลุ่มเหล่านี้ไม่ว่าเราจะติดต่อไปอีกกี่ครั้ง เขาก็ไม่หันกลับมาร้านเราอีกแล้ว
“นี่คือการสื่อสารเท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าการสื่อสารเหล่านี้ คือคุณค่าของสินค้าที่เราพร้อมที่จำหน่ายให้กับลูกค้าของเราด้วยความจริงใจ ดึงดูดคนให้หลงใหล เมื่อเข้ามาใช้บริการ และการสื่อสารเหล่านี้จะช่วยเป็นส่วนเสริมให้ความจริงนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น” คุณนพ ว่าอย่างนั้น

 

บทความก่อนหน้านี้ททท. ใส่ใจการเดินทางปลอดภัย นำร่องผ่าน Thailand SHA SHA SHA @Andaman: The Memory
บทความถัดไปเร่งผลิตต้นกล้าฟ้าทะลายโจร 15,000 ต้น แจกจ่ายประชาชน ทางเลือกสู้โรคระบาด