“เจ้าสร้อยมาลา” เปิดขายขันเงินอายุ 100 ปี ราคา 2 ล้าน นำรายได้ถวายเป็นพระราชกุศล

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 1 ธ.ค. เจ้าสร้อยมาลา อินทร์เอี่ยม ณ จำปาสัก อายุ 75 ปี เป็นหลานของเจ้าลาวองค์สุดท้าย และเป็นเหลนของหลวงพ่อเกษม เขมโก เจ้าของเรือนไหมเจ้าสร้อย เลขที่ 103 ม.2 บ้านหนองสร้อย ต.หารแก้ว อ. หางดง จ.เชียงใหม่ เปิดบ้านแถลงข่าว ณ เรือนไหมเจ้าสร้อย

เจ้าสร้อยมาลา กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จะเป็นวันครบรอบแต่งงานของตน ซึ่งครบรอบ 34 ปี ตนกับสามีคือนายศุภโชค สุขสิน อายุ 80 ปี อดีตที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ได้แต่งงานอยู่ด้วยกันเมื่อ พ.ศ.2526 เป็นต้นมา ตนและสามีตั้งใจว่าจะทำบุญครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง จากที่ก่อนหน้านี้มีพระสงฆ์ได้ติดต่อเพื่อขอปัจจัยในการนำไปสร้างวัดและบูรณะวัดเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนานั้น วัดต่างๆ แจ้งขอปัจจัยมาจำนวนมาก และติดต่อมาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นจะต้องนำผ้าไหมลาวทองคำที่มีอายุกว่า 200 ปี และบางผืนอายุกว่า 100 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าไหมทองคำ บางผืนประเมินค่าไม่ได้ พร้อมเครื่องประดับที่ทำจากทองคำ เงิน นาค ที่เป็นสมบัติสืบทอดประจำตระกูลที่นำมาจากประเทศลาวก็จะนำออกมาจำหน่ายด้วย ซึ่งสมบัติดังกล่าวได้เก็บรักษามาหลายชั่วอายุคน และส่วนใหญ่นำมาจากประเทศลาว

โดยจะเริ่มนำออกจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3-10 ธ.ค.2559 นี้เป็นต้นไป และในวันที่ 5 ธ.ค.2559 จะมีการจัดเลี้ยงอาหารให้แก่ประชาชนและผู้ที่เดินทางเข้ามาซื้อผ้าไหม และเครื่องเงินที่บ้านตลอดทั้งวันอีกด้วย และจะลดราคาผ้าไหมแท้ครึ่งราคาอีกด้วย

เจ้าสร้อยมาลา กล่าวอีกว่า ครั้งที่เคยทำบุญครั้งใหญ่ที่สุดคือเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2559 ที่ผ่านมา ได้ทำบุญเนื่องในวันเกิดของสามีตน คือนายศุภโชค สุขสิน อายุ 80 ปี ข้าราชการเกษียน อดีตที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ รวมเงินทำบุญทั้งหมด จำนวน 1,200,000 บาท ค่าใช้จ่ายทำบุญหลักๆคือ นำเงินถวายวัดต่างๆในเชียงใหม่ และมอบทุนการศึกษาแด่พระสงฆ์ เป็นการทำบุญใหญ่ครั้ง คือต้องการเป็นผู้ให้ ที่สำคัญเป็นการทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ท่านเป็นผู้ให้ และตนถือเป็นแบบอย่างกับตัวเองมาโดยตลอด

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ทุกวันนี้เจ้าสร้อยมาลา ได้ประกอบอาชีพขายเครื่องเพชร เครื่องเงิน ทองรูปพรรณ และผ้าไหมลาว นำมาจากหลวงพระบาง และมรดกตกทอดจากตระกูล โดยเฉพาะผ้าไหมเป็นมรดกตกทอดมาจากครอบครัวเครือญาติทั้งหมดที่นำมาเก็บไว้ที่บ้านเรือนไหมเจ้าสร้อยแห่งนี้มานานตั้งแต่ตนเองเข้ามาอยู่ที่นี้ มีขันเงินราคา 2,000,000 บาท นำหนัก 9.610 กิโลกรัม ลวดลายทศชาติชาดก พระเจ้าสิบชาติ อายุกว่า 100 ปี ในสมัยเจ้าหลวงบุญวาส เจ้าเมืองลำปางองค์สุดท้าย นำออกมาจำหน่ายในครั้งนี้อีกด้วย