ประมุข3อำนาจ-ผู้สำเร็จฯ เข้าเฝ้าพระบรมฯ อัญเชิญทรงราชย์เป็นร.10 ทีวีถ่ายสดพิธี ปวศ.

ประมุข 3 อำนาจเข้าเฝ้าพระบรมฯ เปรม-พรเพชร-ประยุทธ์-วีระพลอัญเชิญทรงราชย์เป็นรัชกาลที่10 ทีวีถ่ายทอดสดพิธีประวัติศาสตร์ ผวจ.นำถวายพร ’ทรงพระเจริญ’

‘พรเพชร’รอเข้าเฝ้าฯพร้อมประมุข 3 ฝ่าย กราบทูลฯอัญเชิญ’สมเด็จพระบรมฯ’ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ผู้ว่าฯอุทัยฯนำถวายพระพร’ทรงพระเจริญ’ โรงงานสั่งผลิตเพิ่ม พระบรมฉายาลักษณ์หลังประชาชนสั่งจองบูชา

สำหรับขั้นตอนที่ประธาน สนช.เข้าเฝ้าฯเพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรม โอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่นั้น ในวันที่ 1 ธันวาคม จะมีการประชุม สนช.เพื่อพิจารณากฎหมายตามวาระปกติ แต่นาย พรเพชรในฐานะประธานฝ่ายนิติบัญญัติ อาจสั่งเลิกประชุมเร็วกว่าปกติ เพื่อเตรียมการเข้าเฝ้าฯ พร้อมกับประมุข 3 ฝ่าย ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร นายพรเพชร ประธาน สนช. ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ประมุขฝ่ายตุลาการ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการฯ และจะมีการถ่ายทอดสดวาระอันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งนี้ทางโทรทัศน์ โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เป็นแม่ข่าย

ผู้ว่าฯนำเปล่งเสียง’ทรงพระเจริญ’

ที่ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจังหวัดประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 โดยก่อนเริ่มการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อรับทราบว่าภายหลังจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 76/2559 เป็นพิเศษ โดยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเตรียมเข้าเฝ้าฯนำความกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประชาชนไทยสืบไป จากนั้นหัวหน้าส่วนราชการพร้อมใจกันยืนขึ้นพร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กึกก้องไปทั้งห้องประชุม เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลใหม่

‘ประวิตร’ระบุยึดตามขั้นตอน

ภายหลังจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แจ้งให้ที่ประชุม สนช.รับทราบถึงการดำเนินการตามมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกอบกับมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ตามมติ ครม.เรื่อง การสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาท ตามที่พระมหากษัตริย์ ได้ทรงแต่งตั้ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาท ตามกฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ.2467 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนสำคัญ ซึ่งทราบว่าพระองค์ท่านทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์แล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างถือว่าจบ

‘วิษณุ’ชี้ไม่เหมาะพูดบ่อย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวันเข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ว่า “เรื่องนี้คนที่ทราบดีที่สุดคือนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอยู่ที่ว่าประธาน สนช.กราบบังคมทูลไปอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง โดยบางเรื่องผมคงพูดได้เพียงหนเดียวเท่านั้น พูดหลายหนคงไม่ค่อยดีและคงไม่เหมาะ เพราะเท่ากับเป็นการไปย้ำ เพราะเวลาใกล้เข้ามาแล้วไม่ควรจะพูดอะไร”

ซื้อพระบรมฉายาลักษณ์บูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณตลาดท่าพระจันทร์ มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาจัดจำหน่ายเป็นจำนวนมาก โดย นางต้องจิต ปิ่นจันทร์ ผู้ดูแลร้านห้องภาพแฟชั่นคัลเลอร์แลบ กล่าวว่า หลังจากที่มีประกาศออกมาทางร้านได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ออกมาจำหน่ายให้ประชาชนหาซื้อไปบูชา เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก โดยภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้รับความนิยมที่สุด คือ พระบรมฉายาลักษณ์ที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ อยู่ในภาพเดียวกันจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

“ส่วนพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ แบบพระองค์เดียว ตอนนี้ยังไม่นำออกมาจำหน่าย เนื่องจากคุณภาพของภาพที่มีอยู่ ยังไม่ได้มาตรฐาน ความละเอียดและความคมชัดยังไม่ดีพอ จึงต้องรออีกสักระยะหนึ่งเพื่อทำให้พระบรมฉายาลักษณ์ออกมาดีที่สุด” นางต้องจิตกล่าว

 

ลูกค้าสั่งจอง-โรงงานสั่งพิมพ์เพิ่ม

ส่วนที่แยกสะพานเฉลิมวันชาติ เขตพระนคร ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ พบว่ามีหลายร้านนำพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาตั้งไว้บริเวณหน้าร้านเช่นกัน

โดยนางสาวสมศรี ทรัพย์แสงศรี ร้านศรีวันชาติ กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่าสมเด็จพระบรมโอราธิราชฯทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์จึงได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มาตั้งโชว์ที่หน้าร้าน แต่ยังไม่ได้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพราะต้องรอประกาศจากทางรัฐบาลก่อน ที่สำคัญจะต้องมีความชัดเจนทั้งในเรื่องฉลองพระองค์เต็มพระยศ ตราพระปรมาภิไธย หลังจากชัดเจนแล้วจึงจะนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้า

ขณะที่พนักงานขายของร้านบวรไตรรงค์ กล่าวว่า พระบรมฉายาลักษณ์ที่มีอยู่นั้น เป็นของเก่าที่ร้านนำมาจำหน่ายในช่วงวันพระราชสมภพของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร อยู่ก่อนแล้ว แต่ในช่วงนี้มีลูกค้าเข้ามาสอบถามและต้องการจะนำไปบูชาก่อน ทางร้านจึงได้สั่งพิมพ์เพิ่มจากโรงงาน โดยส่วนใหญ่จะจัดพิมพ์ขนาด 15X20 และ 20X30 จำหน่ายในราคา 700-800 บาท ราคานี้รวมใส่กรอบอย่างสวยงามด้วย แต่หลังจากมีความชัดเจนในเรื่องการประกาศทางร้านก็จะสั่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่เป็นปัจจุบันมาจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง