ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินประกันรายได้ แก่ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินประกันรายได้ แก่ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 หนุนสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกร

ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 หนุนสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่เกษตรกร กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่

เป้าหมายเกษตรกรกว่า 452,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณกว่า 1,800 ล้านบาท โดยวันแรกได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่เปิดไว้ กับ ธ.ก.ส. จำนวน 139,018 ราย เป็นเงินกว่า 637 ล้านบาท และจะจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาทุกวันที่ 20 ของเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่าน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 

เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่แน่นอน บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมาย เกษตรกร 452,000 ราย วงเงินงบประมาณ 1,867 ล้านบาท ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ โดยในวันนี้ (20 พฤศจิกายน 2563) ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินประกันรายได้เป็นวันแรกแก่เกษตรกรจำนวน 139,018 ราย เป็นเงิน 637.90 ล้านบาท

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2563/64 กับกรมส่งเสริมการเกษตร

โดยแจ้งเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 พฤษภาคม 2564
และมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวตรงกับรอบการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะทำการตรวจสอบข้อมูลแล้วส่งมายัง ธ.ก.ส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

ซึ่งเงินประกันรายได้ดังกล่าว เป็นส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงที่กำหนดโดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยจะมีการจ่ายชดเชยส่วนต่าง ราคา ทุกวันที่ 20 ของเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน (ถึงเดือนตุลาคม 2564)

ทั้งนี้ หนึ่งแปลงเพาะปลูกสามารถรับสิทธิ์ประกันรายได้ ได้ 1 ครั้ง ในรอบเพาะปลูกวันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นการจ่ายเงินซ้ำซ้อน ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น ธ.ก.ส.A-Mobile ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ จะมีข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE Official BAAC Family เมื่อเงินเข้าบัญชีกรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect  

บทความก่อนหน้านี้นักวาดการ์ตูน ผันตัวเป็นเกษตรกร ต่อยอดวัฒนธรรมชนเผ่า สู่ธุรกิจโรงย้อมผ้าคราม
บทความถัดไปรุกช่วย SME-บุคคลธรรมดา ทีเอ็มบีและธนชาต เปิดตัว 2 สินเชื่อใหม่