เจาะ 5 กลยุทธ์ ขายของผ่านโซเชียล อย่างไร ให้ยอดขายปัง

เจาะ 5 กลยุทธ์ ขายของผ่านโซเชียล อย่างไร ให้ยอดขายปัง

ปัจจุบัน แนวโน้มการตลาดแบบดิจิทัลของธุรกิจในประเทศไทย ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะจำนวนผู้ใช้บริการบนโลกออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูล หรือเพื่อเลือกซื้อสินค้าในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถือได้ว่าสามารถตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ นักการตลาดสามารถใช้เป็นช่องทางการสื่อสารในรูปแบบของอินเตอร์แอ๊กทีฟ เพื่อเร่งยอดขายและสร้างแบรนด์ได้จริง ทำให้ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคนิยมใช้กิจกรรมการตลาดผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น เพราะเป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากที่สุด

Social Commerce นับเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ค้าปลีกรายย่อยและลูกค้า โดยมีคุณลักษณะพิเศษ ที่สามารถสื่อสารโต้ตอบระหว่างกันได้ทันที เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ เผยบทความน่าสนใจ เกี่ยวกับ 5 กลยุทธ์ Social Commerce เพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ ถือว่าเป็นปัจจัยที่จะทำให้ผู้ประกอบการเอาชนะสงครามการค้าผ่าน Social Commerce และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทำให้เพิ่มยอดขายบนโลกออนไลน์ได้

  1. เข้าใจพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้า

ในท่ามกลางยุคที่มีการแข่งขันรุนแรงเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อมากขึ้นกว่าเดิม ความสำเร็จของเหล่านักการตลาดจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า และการปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าบริการที่ดีที่สุดในทุกที่ที่ลูกค้าอยู่ ยิ่งคุณรู้จักลูกค้าของคุณมากเท่าไหร่ คุณยิ่งสามารถระบุช่องทางหรือแพลตฟอร์มที่เหมาะสมในการลงทุนเพื่อทำการตลาดได้มากขึ้นเท่านั้น

2.พัฒนาแผนการตลาดอย่างสม่ำเสมอ

ทุกวันนี้มีแพลตฟอร์มใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่องเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงสำคัญต่อกลยุทธ์การค้าขายผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ Social Commerce เป็นอย่างมาก เพียงเพราะช่องทางหรือกลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลในอดีต ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลในอนาคต นักการตลาดทุกวันนี้มีข้อมูลของลูกค้าอยู่แค่เพียงปลายนิ้ว แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าคือการเข้าใจชุดข้อมูลเหล่านั้น และวิเคราะห์ต่อยอดได้ว่าควรพัฒนาแผนกลยุทธ์ทางการตลาดไปยังทิศทางใด เพราะการต่อสู้ในยุคของออนไลน์คุณต้องพัฒนาตลอดเวลา เรียนรู้และปรับกลยุทธ์ไปตามแต่ละสถานการณ์

3.สร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อและง่ายต่อการซื้อ

ลูกค้าส่องหาซื้อสินค้าทางโซเชียลมีเดีย หากพบสินค้าที่พวกเขาต้องการซื้อทันที สิ่งที่แบรนด์ต้องทำคือลดขั้นตอนต่างๆ ให้มากที่สุดระหว่างช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากได้สินค้าและลูกค้าทำการซื้อ เมื่อพูดถึงการช็อปปิ้งออนไลน์ ความสะดวกสบายจึงเป็นหัวใจหลักที่สำคัญอย่างยิ่ง แบรนด์ที่สามารถสร้างกระบวนการที่เลือกชม ซื้อ จ่าย จบครบในแพลตฟอร์มเดียว โดยที่มีขั้นตอนที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะกลายเป็นแบรนด์เชื่อมต่อและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

4.การทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วม

การใช้คอนเทนต์จากลูกค้าโปรโมตแบรนด์ด้วยไม่เสียเงินด้วย User-generated content (UGC) ทำให้เจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่สนใจในตัวแบรนด์มองว่าเป็นคอนเทนต์ที่เชื่อถือได้จริงและมีอิทธิพลมากกว่าคอนเทนต์ที่เหล่า Influencer หรือผู้มีอิทธิพลในโลกโซเชียลสร้างถึง 9.8 เท่า ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการทำ Social Commerce ที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ทำให้ลูกค้าได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และหากคุณอยากได้รับคอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นจากลูกค้า คุณสามารถสร้างแคมเปญการตลาดขึ้นมา อย่างเช่น แคมเปญถ่ายรูปคู่กับสินค้าของแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ฤดูร้อน ก็จะได้รับคอนเทนต์ที่ตรงความต้องการและสามารถนำไปใช้ในการทำการตลาดต่อยอดได้อีกด้วย

5.เข้าถึงส่วนบุคคล

ผู้บริโภคคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ทางแบรนด์คัดเลือกมาให้เหมาะสมกับพวกเขาโดยเฉพาะ และพวกเขาตอบรับผู้ที่สามารถนำเสนอสิ่งที่ตรงใจกับพวกเขามากที่สุด ดังนั้น สามารถปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้าตามพฤติกรรมความสนใจ และนำเสนอสินค้าบริการที่ตอบโจทย์ การนำเสนอสิ่งที่ตรงต่อความต้องการลูกค้าแบรนด์จะต้องทำความเข้าใจผู้ซื้ออย่างลึกซึ้ง โดยการเชื่อมต่อกับตัวชี้วัดพฤติกรรมของพวกเขา เช่น พฤติกรรมการค้นหา, ประวัติการค้นหาข้อมูลและความถี่, ประวัติการซื้อสินค้าบริการ และพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม

บทความก่อนหน้านี้แชตอย่างไรให้ลูกค้ายอมควักกระเป๋า ด้วย 6 ทริก ปิดการขายออนไลน์
บทความถัดไปส่งท้ายปี บิ๊กซี จัดโปร กระเช้าของขวัญ พร้อมสินค้าลดราคาข้ามปี สูงสุด 50%