“เลอทาโอะ”ชีสเค้กญี่ปุ่น

หน้าใหม่ญี่ปุ่นบุกเบเกอรี่ 2 หมื่นล้านฝุ่นตลบ ชีสเค้ก “เลอ ทา โอะ” เดินหน้าปูพรมสาขา เฟ้นทำเลผุดโมเดลคาเฟ่ เพิ่มทราฟฟิก เตรียมแตกแบรนด์ขนมปังขยายฐานลูกค้า

นางสาวดลนภา ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหาร บริษัท ดีบี กรุ๊ป จำกัด ผู้ได้สิทธิแฟรนไชส์ร้านชีสเค้ก “เลอ ทา โอะ” (LeTAO) จากญี่ปุ่นในไทย กล่าวว่า จากโอกาสของธุรกิจเบเกอรี่และเค้กในไทยมูลค่ากว่า 22,300 ล้านบาท ที่เติบโตกว่า 7% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาและยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่บริโภคเบเกอรี่มาขึ้นด้วยเรื่องความสะดวกรวดเร็ว รวมถึงสนใจขนม-ของหวานที่กำลังอยู่ในกระแสมากขึ้น ขณะที่แบรนด์หลักที่ทำตลาดเบเกอรี่ในไทยมีอยู่ไม่กี่รายและยังมีสินค้าไม่หลากหลายมากนัก จึงเห็นโอกาสในการเข้ามาทำตลาด ด้วยการร่วมกับนายขรรค์ชัย องคมงคล ผู้ผลิตตุ๊กตาลิขสิทธิ์ ตั้งบริษัท ดีบี กรุ๊ป จำกัด เพื่อมุ่งดำเนินธุรกิจด้านเบเกอรี่โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ เห็นศักยภาพของแบรนด์ “เลอ ทา โอะ” ร้านชีสเค้กและเบเกอรี่จากเกาะฮอกไกโดที่คนนิยมไปรับประทานและซื้อเป็นของฝาก จึงได้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์จาก “เคซีซี” บริษัทเบเกอรี่ในญี่ปุ่น เพื่อทำตลาดในไทยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน ถือเป็นแบรนด์แรกที่ดีบีกรุ๊ปใช้บุกตลาดเบเกอรี่ในไทย

ซึ่งสินค้าซิกเนเจอร์ของร้านคือ ชีสเค้ก ปอนด์ละ 890 บาท ขายสูงกว่าที่ญี่ปุ่นเล็กน้อย (ประมาณ 100-200 บาท) เพื่อให้สินค้าเข้าถึงลูกค้าระดับพรีเมี่ยมแมสที่มีกำลังซื้อได้ง่าย รวมทั้งมีสินค้าอื่น ๆ อาทิ ช็อกโกแลต คุกกี้ ฯลฯ รองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย เน้นเปิดร้านในทำเลที่มีทราฟฟิกดี มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ที่เป็นชีสเค้กพรีเมี่ยม ปีหน้าเตรียมเปิดเพิ่มอีก 1-2 สาขา ในรูปแบบเคาน์เตอร์สำหรับซื้อสินค้ากลับบ้าน ใช้พื้นที่ 10-20 ตรม. ซึ่งปัจจุบันมี 3 สาขาที่สยามพารากอน, ดิ เอ็มควอเทียร์ และเซ็นทรัลลาดพร้าว ยอดใช้จ่ายต่อบิลอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท รวมทั้งมีบริการดีลิเวอรี่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันทำรายได้ราว 5%

ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างเจรจาหาพื้นที่เปิดร้านเลอทาโอะ คาเฟ่ ที่จะมีเมนูขนมหวานหลากหลายขึ้น อาทิ แพนเค้ก ชีสเค้กในรูปแบบชิ้น ฯลฯ ที่จะทำให้ยอดใช้จ่ายต่อบิลลดลง แต่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพิ่มทราฟฟิกในร้านให้สูงขึ้น รวมทั้งทำให้การรับรู้แบรนด์ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

 

“การสื่อสารหลัก ๆ เราทำในช่องทางออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ซึ่งในระยะหลังเริ่มมีแบรนด์ชีสเค้ก และเบเกอรี่ชีสในรูปแบบอื่น ๆ เข้ามาในไทยมากขึ้น ก็จะพยายามสื่อสารความแตกต่างของเลอทาโอะในเรื่องคุณภาพสินค้าที่เรานำเข้าชีสเค้กมาจากญี่ปุ่น 100% เอดูเคตผู้บริโภคคนไทยให้เห็นความแตกต่างของชีสเค้กกับเบเกอรี่ชีสอื่น ๆ”

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดร้านเบเกอรี่ซับแบรนด์ของเลอทาโอะ ขายขนมปังราคาหลักสิบบาท เพื่อขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าในระดับแมสมากขึ้น โดยจะใช้งบฯกว่า 15 ล้านบาท ลงทุนครัวกลางย่านสะพานใหม่เพื่ออบสดขนมปังส่งร้านสาขา ซึ่งมีแผนจะเปิดร้านแบรนด์ใหม่นี้อีก 2 สาขาภายในปีหน้า และหลังจากนั้นเตรียมพิจารณา นำแบรนด์เบเกอรี่อื่น ๆ ของกลุ่มเคซีซีอีก 2 แบรนด์เข้ามาทำตลาดในไทยเพิ่มเติม คาดว่าภายในปีหน้าบริษัทจะมีรายได้ 70 ล้านบาท