โควิด ทำยอดตก 14% ไทยเบฟ ปล่อยแผนสู้ กลุ่มอาหาร รุกตลาดดีลิเวอรี่-ซื้อกลับ

เอฟเฟ็กต์โควิด ทำยอดตก 14% ไทยเบฟ ปล่อยแผนสู้ กลุ่มอาหาร รุกตลาดดีลิเวอรี่-ซื้อกลับ พร้อมตั้งเป้า บริษัทเครื่องดื่มชั้นนำในอาเซียน

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจเบียร์ กล่าวว่า ความภาคภูมิใจของกลุ่มไทยเบฟในปีนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจในระดับโลก ที่นำมาสู่ภูมิภาคอาเซียน ที่ไทยเบฟได้รับคัดเลือกให้เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และ Industry leader ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนี DJSI World ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และกลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets หรือกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เป็นปีที่ 4

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจเบียร์

โดยไทยเบฟเป็นเพียงบริษัทเดียวในประเภท อุตสาหกรรมเครื่องดื่มของอาเซียน ที่ได้รับการคัดเลือก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กร อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ 2020 ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต ที่ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของไทยเบฟ

“ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์โควิด ซึ่งมันทำให้ทุกธุรกิจมีการปรับตัว ไทยเบฟเอง โดนผลกระทบเช่นกัน ทำให้ธุรกิจหลักทรุดลงไป 14% และธุรกิจไลน์อื่นๆ ในเครือลดลงไป 6% จากความท้าทายที่เกิดขึ้น เรามีการประชุมดูว่า สามารถทำอะไรที่ประคับประคองธุรกิจเอาไว้ได้บ้าง โดยตั้งแต่ มีนาคม เรามีการตั้งทีมศูนย์ข้อมูล หรือ TSR เพื่อดูว่า ธุรกิจต่างๆ มีความเคลื่อนไหวหรือมีแนวโน้มอย่างไร และเมื่อเปิดคลายล็อกมาแล้ว เราก็สามารถรับมือได้ อาจจะได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้แย่ การบริหารและรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เราตั้งเป้าไปอีก 5 ปีว่า จะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำในเอเชีย”

คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย เผยว่า กลุ่มธุรกิจอาหารยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับไทยเบฟ เพื่อมุ่งสู้เป้าหมาย “วิสัยทัศน์ 2020” โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา (YTD 9 เดือน : ต.ค 61 – มิ.ย. 62) ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมาย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งยอดขายและกำไร โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต ได้แก่

คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย

(1) การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่งในปีนี้กลุ่มธุรกิจอาหารเปิดสาขาใหม่ไปทั้งสิ้น 59 สาขา (ต.ค 61 – ก.ย.62)

(2) การทำการตลาดและสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมอาหาร ที่สร้างความแปลกใหม่ ตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค

(3) การให้ความคุ้มค่ากับผู้บริโภค โดยคำนึงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการที่เรามอบให้ผู้บริโภคเป็นลำดับแรกๆ

(4) การให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมรองรับการขยายตัวของตลาดดีลิเวอรี่ กลุ่มธุรกิจอาหารที่ตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในยุคนี้

(5) การมุ่งเน้นพัฒนาด้านต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ของงานให้ดียิ่งขึ้น

“เรามี 24 แบรนด์ 649 สาขาที่ดูแลอยู่ และถึงแม้ว่าเราจะเจอโควิดแต่ก็ยังมีความแข็งแรงในการขยายสาขา โดยเราให้ความสำคัญกับพนักงาน ถ้าเขาปลอดภัย ลค.ที่เข้ามาหาเรา ก็จะปลอดภัยและสบายใจไปด้วย ช่วงที่ร้านอาหารที่ต้องหยุดให้บริการไป 2 เดือน เราก็หันมาทำดีลิเวอรี่มากขึ้น ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ เรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้แตะมากนัก ดิจิทัลเองก็เช่นกัน แต่เมื่อ โควิดมา มันก็ทำให้เราหันมาโฟกัสสิ่งที่เรามีมากขึ้น และเราก็มีตัวเลือก เรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพให้ผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เราปรับทุกอย่าง เพิ่มสกิลให้พนักงาน เพื่อรองรับกระแสที่เปลี่ยนแปลงแทบจะตลอดเวลาเพื่อให้ธุรกิจยังคงไปต่อได้”

“ต้องยอมรับว่าหลังจากเกิดเหตุการณณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คนมีเงินในกระเป๋าน้อยลง ทำให้ธุรกิจร้านอาหารในเครือได้รับผลกระทบเช่นกัน ที่ร้านมีลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการ แต่ไม่เหมือนเดิม 100% เท่าเมื่อปีที่แล้ว โดยเรามีข้อมูลว่า หลักๆ เรามีกลุ่มลูกค้าอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่นานๆ มาทานอาหารที่ร้าน หรือ กลุ่มที่เคยมาทานแต่พอโควิดมา ก็เอ็นจอยกับการทำอาหารทานเองแทน กับกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่เข้ามาและถามหา Value For Money คือการจ่ายให้กับสิ่งที่คุ้มค่า โดยสิ่งที่ลูกค้าต้องจ่ายนี้ คือสิ่งที่เราต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ให้ตอบโจทย์ให้ได้มากที่สุด เพราะวันนี้ เราทำดิลีเวอรี่อย่างเดียวไม่ได้ มันต้องปรับเปลี่ยนมากขึ้น และคอยอัพเดตความต้องการของลูกค้าเสมอๆ” คุณนงนุช กล่าว

ไทยเบฟ ยังคงมุ่งมั่น สู่การเป็นผู้นำทางด้านเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ใส่ใจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลก โดยเป้าหมายของไทยเบฟ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงผลประโยชน์ของ Stakeholder ทุกภาคส่วน พร้อมสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต ไปสู่สังคมอย่างยั่งยืน

บทความก่อนหน้านี้แฟลช เอ็กซ์เพรส นำร่อง ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รับ-ส่งพัสดุ สู่การเป็น Green Logistics
บทความถัดไปธุรกิจโรงแรม ปรับตัว รับการท่องเที่ยวในประเทศ อยากให้รัฐขยายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน