เช็กเลย บุคคล 6 กลุ่ม ที่ ศบค. อนุญาตให้เดินทางเข้าไทยได้ 

ภาพจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ภาพจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เช็กเลย บุคคล 6 กลุ่ม ที่ ศบค. อนุญาตให้เดินทางเข้าไทยได้ 

วันที่ 28 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยว 6 กลุ่ม ให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ได้แก่

โควิด-19
โควิด-19

กลุ่มที่ 1 นักกีฬาต่างชาติ เข้าไทยร่วมแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 6-16 ตุลาคม ในพื้นที่เริ่มต้น จ.สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และสิ้นสุดที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะมีการกักกันโรค 14 วัน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์

กลุ่มที่ 2 แนวทางปฏิบัติการกักตัวนักบินและลูกเรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเที่ยวบินพิเศษขากลับประเทศ (Repatriation Flight) ซึ่งนักบินและลูกเรือประมาณ 340 ราย จะเข้าสถานกักกันโรคในประเทศไทย เนื่องจากได้ทำการบินในสหรัฐอเมริกา โดยที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ อนุมัติและรับทราบหลักการ โดยให้มีการดูแลบุคคลสัญชาติไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินพิเศษและสามารถเข้าสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine) แทน เพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่รัฐ

กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ถือวีซ่า ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non Immigrant Visa) ประเภทต่างๆ เดินทางเข้าราชอาณาจักร หรือ นักธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เพื่อเอื้อประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่จะต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนติดต่อกัน ในจำนวนเทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท และดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของราชการอย่างเคร่งครัด

กลุ่มที่ 4 กำหนดเงื่อนไขผู้ขอวีซ่า แบบลองสเตย์ (Long Stay) ตามที่ ครม. เห็นชอบในหลักการไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้ที่จะเข้ามาจะต้องมีหนังสือตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ (Special Tourist Visa : STV) ซึ่งปัจจุบันมีการลงตราประเภทนี้อยู่แล้ว ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเงื่อนไข โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ

กลุ่มที่ 5 อนุญาตให้ผู้ถือบัตรเอเปคการ์ด (APEC Business Travel Card) กลุ่มประเทศเอเปค ที่เป็นนักธุรกิจที่ได้รับการยอมรับใน 18 ประเทศต้นทางกว่าหลายแสนราย ที่ต้องการเดินทางเข้าไทย เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเลือกประเทศความเสี่ยงต่ำ เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เป็นต้น และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค

กลุ่มที่ 6 อนุญาตให้ผู้ประสงค์จะพำนักในประเทศไทยระยะสั้นและยาว เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ในระยะเวลา 60 วัน สามารถขอต่อเพิ่มได้อีก 30 วัน แต่จะต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนติดต่อกัน ในจำนวนเทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท โดย กต. เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาอนุญาต

สำหรับการผ่อนปรนมาตรการการเดินทางเข้าในประเทศไทย นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางเข้ามาทั้งอยู่ในระยะยาว (ลองสเตย์) และกลุ่มนักกีฬา ต้องได้รับการกักกันโรค 14 วัน โดยเชื่อมั่นว่า มีผู้เข้าพักร่วม 1 แสนราย ติดเชื้อราว 600 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.6 โดยผู้ที่จะเดินทางเข้ามาก็รับได้กับมาตรการกักกันโรค 14 วัน แต่จะมีบางกลุ่มเดินทางเข้ามาระยะสั้น จึงต้องมีมาตรการต่างๆ ในการผ่อนปรนออกมา

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 

บทความก่อนหน้านี้“มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ต่อยอดใหม่ด้วยน้ำยำแซ่บ สร้างรายได้หลักแสน
บทความถัดไปหมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม เผย 6 ราศี คนดวงดี ประจำวันที่ 28 ก.ย. – 4 ต.ค. 63