เมื่อลูกอยากเรียน ’ถาปัตย์ พ่อแม่ ต้องเข้าใจพัฒนาการ 5 ด้านของวัยเด็ก

เมื่อลูกอยากเรียน ’ถาปัตย์ พ่อแม่ ต้องเข้าใจพัฒนาการ 5 ด้านของวัยเด็ก

ยุค New Normal เชื่อว่าหลายครอบครัวเริ่มมีความกังวลปานกลางจนอาจจะมากเกินไป กลัวลูกจะตามคนอื่นไม่ทันบ้าง กลัวลูกจะด้อยกว่าคนอื่นบ้าง กลัวนั่นกลัวนี่ อยากให้ใจเย็นๆ ลองตั้งสติ ทบทวนและลองทำหน้าที่พ่อแม่ดูแลและสอนลูกๆ แบบคนรุ่นเก่าดูไหม? ที่เขาเรียกกันว่า Authentic Learning เผื่อเป็นอีกทางเลือกแทนการให้เด็กเรียนกวดวิชาเป็นเวลา 5 วัน และการเรียนในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือต้องเข้าเรียนกวดวิชาเพื่อเตรียมความพร้อมการเรียนสถาปัตย์อย่างหนักหน่วง ขอให้ลองคิดใหม่ และคิดเสมอว่าทุกอย่างมาพร้อมพรสวรรค์และพรแสวงในตัวเด็ก

 ส่วนตัวผม มีความเข้าใจในพัฒนาการ 5 ด้านวัยเด็ก ว่า

1. ควรสอนให้เห็นภาพกว้าง ให้เข้าใจทุกอย่างจากมุม Bird eye view ไม่เน้นท่องจำ เพราะจะนำไปสู่การยึดติดและไม่สามารถค้นหา Solution ได้ในอนาคต ควรใช้ความรู้สึกและการรับรู้ก่อนความรู้ เช่น สังคม สิ่งแวดล้อม ความเชื่อ ปรัชญา ศาสนา ประวัติศาสตร์

2. ควรสร้างความถนัด ใช้ความสนุกความชอบ นำผลการเรียนรู้ ฝึกฝนสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเร่งรัด กดดัน ควรเป็นความสมัครใจ ไม่บังคับ เป้าหมายคือ พัฒนาจาก Basic ไปสู่ Professional โดยไม่ต้องกำหนดระยะเวลา เพราะแต่ละคนมีขีดความสามารถต่างกัน เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ อาหาร งานประดิษฐ์ สิ่งสร้างสรรค์

3. ควรฝึกทักษะใช้การตั้งเป้าหมายนำกระบวนการ เมื่อเด็กรู้เป้าหมาย เขาจะค้นหาวิธีการด้วยตัวเอง เด็กจะเกิด Passion เรียนรู้การตั้งคำถาม หน้าที่ผู้ใหญ่คือให้หลักการ สร้าง Motivation คอยแนะนำ เช่น Technology ภาษา การสื่อสาร การคำนวณ เพื่อหาคำตอบ

4. เข้าใจการประมวลผล นั่นคือ การคิดวิเคราะห์ แยกแยะสถานการณ์ วางแผน ยอมรับในผลของการกระทำเป็นการพัฒนาระดับสติปัญญา ในหลายมิติ ทั้งบริบทของครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เพราะในโลกความเป็นจริงทุกสิ่งประกอบขึ้นมา มีความซับซ้อน เชื่อมโยงและสัมพันธ์กันหลายด้าน จะส่งผลต่อการตัดสินใจแบบสมดุลยภาพ

5. เข้าใจตนเอง ค้นหาตัวตนให้เจอ เป็นการเรียนรู้และยอมรับ จุดด้อย จุดแข็ง ความสามารถ ขีดจำกัด และศักยภาพของตนเอง เพื่อกำหนด Positioning และ สถานะ จะทำให้ออกแบบอนาคตของตัวเองได้ดีขึ้น

ทั้งหมดทั้งมวล สำหรับผม การเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผมเป็นครู อาจารย์ รวมถึงยังสวมบทบาทความเป็นพ่อแม่ไว้ด้วย บางบริบทเราต้องสอนวิชาการ บางบริบทต้องสอนคุณธรรมจริยธรรม ประสบการณ์ชีวิต นอกจากนี้ ยังต้องปรับตัวเราและเขาให้เข้ากับยุคสมัย ทันสื่อ ทันเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ การปลูกฝังสร้างสกิลความรู้ให้กับลูกศิษย์ที่อยู่ในวัยรุ่น ต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณ การอบรมสั่งสอนแบบหัวโบราณ ผสมผสานกับความเป็นยุคใหม่ยังคงต้องมาพร้อมกัน และพัฒนาการทั้ง 5 ด้านที่ดูเป็นเรื่องพื้นฐานก็ต้องมีให้ครบ

ถ้าหากมีครบทั้ง 5 ด้าน จะเกิดพัฒนาการ นำเอาความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้ง่ายขึ้น จากระดับที่ต้องทำงานให้เสร็จ ไปสู่การทำงานให้สำเร็จ จะสามารถสร้างความภาคภูมิใจในตนเองและคนรอบข้างได้ และผมใช้ประเด็นเหล่านี้กับลูกศิษย์ที่ในอนาคตเขาจะต้องออกไปประกอบอาชีพสถาปนิก หรือสายงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การเป็นคนที่มีบุคลิกในแบบมองเห็นภาพกว้างได้ สามารถพัฒนาตนเอง สู่งาน การบริหาร การใช้ชีวิตที่เริ่มต้นด้วยพื้นฐานของความชอบ และสามารถนำไปตั้งเป้าหมาย ประมวลผล จนเกิดศักยภาพของในตนเองได้แล้ว ไม่ว่าจะเจอจังหวะชีวิตแบบไหนในยุค New Normal เชื่อว่าจะสามารถปรับตัว ยืดหยุ่น ไปตามสถานการณ์ได้

ประเด็นเดียวกันนี้ หน้าที่ของพ่อแม่หากเข้าใจพัฒนาการ 5 ด้านวัยเด็ก หรือวัยไหนๆ ก็สามารถเอาไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลและสอนลูกได้ ที่สำคัญ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคาดหวังมากเกินไป และหากอยากให้ลูกเรียนสถาปัตย์ ควรปล่อยให้เขาเป็นผู้เลือกด้วยตนเอง ไม่ยัดเยียด

บทความก่อนหน้านี้ความรู้โบราณสอดคล้องงานวิจัย ตำรับยา กลีบบัวแดง ช่วยนอนหลับ ฟื้นฟูความจำ
บทความถัดไปททท. จัดกิจกรรม “เรียนนอกห้อง ท่องชุมชน” คัด 5 กิจกรรมเด็ด เจาะกลุ่มเด็ก 3-10 ขวบ