หมอแคนชาวศรีสะเกษ เป่าเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ริมกำแพงวัง ซาบซึ้งพระองค์ทรงต่อชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างใช้โอกาสในวัดหยุดสุดสัปดาห์ ทยอยเดินทางมาพร้อมครอบครัวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางส่วนเป็นประชาชนที่มาปักหลักค้างคืนรอที่ท้องสนามหลวงและตามจุดบริการพักต่างๆ โดยวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายสักการะตั้งแต่เวลา 05.15น. ทั้งนี้มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาต่อแถวเข้าสักการะ ทำให้ยืนรอกันจนเต็มพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง ล้นลงไปยังถนนราชดำเนินในหลายร้อยเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวและแดดแรงขึ้น แต่ทุกคนก็ยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม และตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นไปกราบถวายสักการะพระบรมศพ

นายชะลอ มาศจรัส อายุ 82 ปี ข้าราชการครูบำนาญ จ.พระนครศรีอยุธยา มารอต่อแถวตั้งแต่เวลา 03.00 น.พร้อมครอบครัว รอกว่า 6 ชั่วโมงจึงได้เข้ากราบถวายสักการะ กล่าวว่า เป็นคนไทยควรได้มากราบถวายสักการะพระองค์เหมือนที่อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีบอก ส่วนตัวที่ได้มาถือเป็นบุญแล้ว เพราะอายุมากเดินไม่ค่อยไหว แต่ก็อดทนมาเพราะรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์พระองค์ทรงงานมากมายเพื่อคนไทยจริงๆ ตนเห็นภาพนี้มาตลอด อย่างไรก็ตาม ฝากถึงรุ่นลูกหลานให้เดินรอยตามพระยุคลบาท โดยเฉพาะพระอัจฉริยภาพรอบด้าน ที่ทรงสนพระราชหฤทัยทัยเรื่องใดก็เป็นเลิศด้านนั้น

นายชะลอ

ขณะที่ นายรถชัย กองปัด อายุ 28 ปี ชาวอ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ สวมชุดส่วยซึ่งเป็นชุดพื้นบ้าน ยืนเป่าแคนสีดำยาวข้างหนึ่งประดับธงชาติไทย อีกข้างประดับธงประจำพระองค์ ภ.ป.ร. เป่าเพลงสรรเสริญพระบารมี ท่ามกลางสายตาจับจ้องชื่นชม จากมวลพสกนิกรที่เพิ่งเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพเสร็จสิ้น โดยนายรถชัยกล่าวว่า ตนมีอาชีพทำไร่ทำนา และอาชีพเสริมเป็นหมอแคน คอยเป่าให้กับคนในหมู่บ้านได้หายป่วย ทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ ซึ่งย้อนหลังไปปี 2552 ที่ตนป่วยไม่ทราบสาเหตุ ไปรักษาที่ไหนก็ไม่หาย ตอนนั้นร่างกายผอม เหลือง น้ำหนักลด รู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะตาย คิดว่าไหนๆก็ไหนๆลองขอพึ่งบารมีพระองค์จึงเขียนฎีกาส่งขึ้นไป ขอให้พระองค์ส่งแพทย์มารักษาอาการป่วยไม่ทราบสาเหตุดังกล่าว แต่ตอนนั้นลึกๆในใจไม่ได้หวังว่าพระองค์จะตอบจดหมายหรือไม่ ปรากฏ 1 เดือนให้หลังทรงตอบจดหมายมาว่าจะส่งแพทย์มารักษา จากนั้นก็ได้รับติดต่อประสานส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดศรีสะเกษเรื่อยๆมา จนปัจจุบันแม้ยังไม่หาย แต่อาการก็ทุเลาไปมาก ดีขึ้นจนทำให้ตนเดินเท้าจากจ.ศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม มาถึงสนามหลวงวันที่ 8 พฤศจิกายน รวมใช้เวลา 15 วัน และมีโอกาสได้เข้าไปกราบถวายสักการะพระบรมศพเมื่อวันก่อน แต่ไม่ได้มาเป่าแคน วันนี้จึงกลับมาเป่าแคนตามที่ตั้งใจไว้

“วันที่พระองค์ตอบจดหมายกลับมา รู้สึกดีใจมาก ดีใจที่จะได้มีชีวิตต่อ วันนี้จึงต้องมาเป่าแคน โดยฝึกซ้อมเป่าเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นภายใน 3-4 วัน อย่างไรก็ดี จากนี้จะเดินรอยตามพระองค์ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การทำไร่นาสวนผสม” นายรถชัยเล่าด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นนายรถชัยพาแม่และน้องชายเดินเลาะกำแพงไปด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง บริเวณประตูมณีนพรัตน์ เพื่อเป่าแคนเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกครั้ง ได้รับความสนใจจากประชาชนที่มากราบถวายสักการะและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างเข้ามาขอถ่ายรูป สอบถาม และชื่นชม

 

รถชัยและครอบครัวรถชัยและครอบครัว

 

S__4399157

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์