กทม.ยกทัพตรวจโป๊ะ ก่อนคืนวันเพ็ญ อัศวินเตือน ลอยกระทง อย่าร่าเริงกันเกินเหตุ

วันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปล่อยแถวขบวนรถดับเพลิงและกู้ภัย รถสายตรวจเทศกิจ รถหน่วยแพทย์กู้ชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมและรณรงค์ความปลอดภัยในช่วงเทศกาลลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน สำหรับการปล่อยแถวขบวนเจ้าหน้าที่ในวันนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรณรงค์ด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประกอบด้วย รถดับเพลิงขนาดเล็ก (เอทีวี) ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 10 คัน รถดับเพลิงชนิด 4 x 4 พร้อมเครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม จำนวน 10 คัน รถกู้ภัยพร้อมระบบดับเพลิงชนิดเจาะด้วยระบบน้ำแรงดันสูง ขนาด 4 ล้อ จำนวน 4 คัน รถกู้ภัยพร้อมระบบดับเพลิงชนิดเจาะด้วยระบบน้ำแรงดันสูง ขนาด 6 ล้อ จำนวน 4 คัน รถสายตรวจเทศกิจ จำนวน 10 คัน และรถหน่วยแพทย์กู้ชีวิต 1 คัน

จากนั้น เวลา 09.30 น. คณะผู้บริหารพร้อมด้วย ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (คค.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมเจ้าท่า กองบัญชาการกองเรือดำลำน้ำ กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยท่าเทียบเรือและโป๊ะบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 6 ท่า ได้แก่ ท่าเรือท่าช้าง เขตพระนคร ท่าเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า เขตพระนคร ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ ท่าเรือวังหลัง เขตบางกอกน้อย ท่าเรือสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี เขตบางกอกน้อย และท่าเรือสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า วันนี้พยายามตรวจทุกโป๊ะเรือ-ท่าเรือเพื่อดูความพร้อมในวันลอยกระทง เช่น เชือกที่ผูกติดกับโป๊ะเรือว่าจะขาดหรือไม่ เพราะเคยประสบอุบัติเหตุเชือกที่โป๊ะขาด ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องสำรวจในส่วนนี้ด้วย คาดว่าในวันลอยกระทงนี้จะมีประชาชนจำนวนมากลงมาที่โป๊ะเกินที่ป้ายกำหนดไว้ ซึ่งตนจะขอให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ และตำรวจน้ำที่ประจำโป๊ะควบคุมจำนวนประชานที่ลงไปที่โป๊ะไม่เกินร้อยละ 70 ของป้ายที่กำหนด เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ กทม.ได้ประสานงานร่วมกับตำรวจน้ำ เทศกิจ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่าและ อาสาสมัครต่างๆ เพื่อสลับสับเปลี่ยนกันดูแลตามท่าเรือ

“ส่วนการจัดงานลอยกระทงนั้น ไม่อยากให้รื่นเริงจนเกินไป แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยจะประกาศให้สามารถจัดกิจกรรมรื่นเริงก็ตาม พวกคอนเสิร์ต ดนตรีก็ไม่ควรจัด หวังว่าผู้จัดงานคงจะมีจิตสำนึกว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำในช่วงลอยกระทงนี้ อยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ใช้กระทงที่ทำด้วยวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายง่าย ทั้งนี้ขอให้งดการปล่อยโคมลอย พลุ ประทัดเนื่องจากยังอยู่ในความโศกเศร้าของทุกคน” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ส่วนกรณีเหตุการณ์ที่มีผู้โดยสารผลัดตกเรือที่คลองแสนแสบนั้น ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม.ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทผู้ประกอบการเดินเรือให้กำชับ ผู้ขับเรือจอดเรือให้สนิทก่อนที่เข้าเทียบท่า ส่วนการจะบังคับใช้กฎหมายกับเรือหรือไม่อย่างไรนั้น กทม.คงจะไม่บังคับใช้กฎหมายแต่อยากขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันดูแลสอดส่องมากกว่า เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามถึงท่าเรือที่ต้องซ่อมแซมกว่า 100 แห่งนั้นทางกทม.จะมีการซ่อมบำรุงให้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ในส่วนที่กทม.รับผิดชอบนั้นไม่น่าจะมีปัญหา เพราะได้ซ่อมบำรุงหมดแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าและกระทรวงคมนาคม

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขอย้ำว่า สถานที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังห้ามจัดงานลอยกระทงโดยเด็ดขาด แต่ประชาชนสามารถนำกระทงลอยได้ตามประเพณี ส่วนใครที่จะต้องการร่วมงานสามารถไปร่วมงานลอยกระทงได้ที่สวนสาธารณะใน กทม.ทั้ง 30 แห่ง และใต้สะพานพระราม 8

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากการสำรวจท่าเรือของกทม.ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พบว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 366 แห่ง ต้องซ่อมแซมปรับปรุง 70 แห่ง โดยท่าในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 216 แห่ง ต้องซ่อมแซม 37 แห่ง ท่าในคลองอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 150 แห่ง ต้องซ่อมแซม 33 แห่ง นอกจากนี้ กทม.ได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กทม.ในช่วงวันลอยกระทง ประจำปี 2559 โดยแต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยหน่วยงานทุกภาคส่วน และองค์กรภาคีเครือข่าย บูรณาการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันของแต่ละหน่วยงาน ทั้งในช่วงก่อนวันลอยกระทง วันลอยกระทง และหลังวันลอยกระทงให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบว่า ในการตรวจท่าเรือของผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้ ได้มีการนำเรือตรวจการณ์ที่มีข่าวความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักเทศกิจนำมาออกใช้งานเป็นครั้งแรกอีกด้วย

 

ที่มา มติชนออนไลน์