เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2567
หน้าแรก ข่าววันนี้ เปิดเทคนิค “ว...

เปิดเทคนิค “วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง” สร้างแบรนด์-ขายของให้ปัง อยู่บ้านก็ทำได้!!

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เอสเอ็มอีหลายรายจำต้องยุติกิจการชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจจะหยุดชะงัก ใช่ว่าจะต้องหยุดทำทุกสิ่งทุกอย่างตามไปด้วย เพราะในห้วงเวลานี้ผู้ประกอบการหลายราย สามารถทำงานอยู่ที่บ้าน ใช้บ้านสร้างยอดขายได้ 

“วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง” กลยุทธ์สร้างแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ในช่วงสถานการณ์ขณะนี้ และจากผลการสำรวจพบว่า ประชากรกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลกใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดหลักสูตรเรียนออนไลน์ “วิชาวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง” จากแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ ที่เรียกว่า “E-Academy” มาแนะนำผู้ประกอบการไทยให้เตรียมความพร้อม และเพิ่มทักษะการลงมือทำวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง

สำหรับหลักสูตร วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง ได้เริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญในการทำวิดีโอคอนเทนต์ การสร้างแนวคิดก่อนผลิต การเตรียมความพร้อมก่อนการผลิต กระบวนการผลิตวิดีโอ และช่องทางการเผยแพร่วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง ผ่านแนวคิดจาก 2 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในวงการ Multi Channel Network (MCN) ผู้ช่วยในการวางแผนการผลิตวิดีโอคอนเทนต์ ได้แก่ นายศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์ กรรมการบริษัท โมอินดี้ จำกัด บริษัทผู้ให้บริการบริหารจัดการช่องวิดีโอผ่านเว็บไซต์ต่างๆ และดูแลผู้สร้างสรรค์ และผู้เชี่ยวชาญการใช้วิดีโอเพื่อการตลาดในการสร้างอัตลักษณ์ และการสื่อสารทางการตลาด และนายธนัญชัย ชนะโชติ นักร้อง นักดนตรีที่เป็นที่รู้จักในนาม โทนี่ผี ปัจจุบันเป็นผู้ดูแลยูทูบเบอร์ (Youtuber) และช่องยูทูบ (Youtube Channel)

โดยจะเริ่มต้นแชร์ความรู้ความเข้าใจของทักษะในการผลิตวิดีโอมาร์เก็ตติ้งตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนการเผยแพร่ โดยแบ่งเป็น 3 เรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมตัว หากมีความสนใจจะใช้ประโยชน์จากวิดีโอมาร์เก็ตติ้งในการสร้างการรับรู้และเข้าถึงธุรกิจ รวมถึงการสร้างแบรนด์สินค้า ดังนี้

  1. เหตุผลที่ต้องใช้วิดีโอในธุรกิจ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันผ่านมือถือ ชอบดู ชอบแชร์ วิดีโอมากขึ้น เมื่อคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งและวิดีโอมาเจอกัน ซึ่งจะสามารถเข้าถึงความคิดของผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน โดยผู้บริโภคจะแชร์คอนเทนต์ที่โดนใจ ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของแบรนด์ได้บ่อยขึ้น และยังง่ายขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายต่อการค้นหา และสามารถสร้างการรับรู้ของสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้

2. เตรียมพร้อมก่อนผลิตคอนเทนต์ ต้องวางคอนเซ็ปต์ของวิดีโอให้ถูกต้อง เพื่อจะได้วางแผนระยะยาวถึง การเลือกช่องทางการเผยแพร่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และรายได้ของกลุ่มเป้าหมาย หากกลุ่มเป้าหมายชัดและเคลียร์ การผลิตวิดีโอจะง่ายมากขึ้น และตรงโจทย์ ตรงจุด ตรงใจคนดู โดยกระบวนการวางแผนก่อนจะผลิตวิดีโอคอนเทนต์นั้น จะสามารถแบ่งคอนเซ็ปต์ออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

– Hero Video เป็นการผลิตวิดีโอที่เน้นไปในการสร้าง Awareness ด้วยการดึงอารมณ์ของลูกค้าให้มีส่วนร่วมในความรู้สึก ซึ่งการผลิตวิดีโอรูปแบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์สูงกว่าประเภทอื่น เพราะต้องพิถีพิถันในการร่างสตอรี่บอร์ดให้แข็งแรง ที่จะสามารถเข้าถึงอารมณ์ของลูกค้าได้

– Hub Video เป็นการผลิตคอนเทนต์ที่จะสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าให้ง่าย ผ่านการใช้กิจกรรมที่จะสร้างประสบการณ์ร่วมกันกับกลุ่มลูกค้าโดยตรง เสมือนการสร้างคอมมูนิตี้ ระหว่างแบรนด์ สินค้า กับลูกค้า

– Help Video  เป็นการผลิตคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เป็นการแบ่งปันเนื้อหา สาระ เทคนิคต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับ       แบรนด์ และสินค้า เพื่อทำให้ผู้ชมสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นเหมือนตัวช่วยให้กับลูกค้าที่ใกล้ชิดขึ้น

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการผลิตวิดีโอคอนเทนต์นั้น คือ ต้องสามารถวิเคราะห์ความต้องการว่า ต้องการสื่อสารอะไร ไปถึงใคร ลูกค้าของเราคือใคร และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หากเราศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้วนั้น การผลิตวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อนำไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางการตลาดนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยาก

3. เลือกช่องทางเผยแพร่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ช่องทางการเผยแพร่วิดีโอสำคัญ คือ หากเลือกแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ก็มีโอกาสสูงที่วิดีโอจะเข้าถึงผู้ชมได้ โดยเฉพาะความนิยมของแต่ละภูมิภาค แต่ละประเทศ รวมถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ ด้วย

ตัวอย่างเช่น ประเทศในกลุ่มเอเชีย Facebook และ Youtube ยังเป็นช่องทางที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด เมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ ดังนั้น การเจาะลึกถึงเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ในแต่ละแอพพลิเคชั่นในการเผยแพร่วิดีโอ มาร์เก็ตติ้งนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ และในกรณีที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่าง ก็ควรสร้างวิดีโอที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับช่องทางนั้นๆ และไม่ควรใช้วิดีโอชิ้นเดิม เพราะผู้ใช้คนเดียวไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดียเพียงแพลตฟอร์มเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง ถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นเทพสำหรับการสร้างแบรนด์ สินค้าและผลิตภัณฑ์ ในช่วงสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า ประชากรกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลกใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน นั่นจึงถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่ง นอกจากนี้วิดีโอคอนเทนต์ยังเป็นเครื่องมือในการครองใจผู้บริโภคแถมยังช่วยสร้างการจดจำและแรงจูงใจให้เข้าถึงแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ได้ง่ายอีกด้วย

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวว่า                     “เมื่อผู้ประกอบการได้เรียนรู้หลักสูตรดังกล่าวแล้ว จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ทั้งในฐานะผู้ทำการตลาดโดยการใช้วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง ในฐานะผู้ว่าจ้างบริษัทผู้ให้บริการในการผลิตและเผยแพร่วิดีโอ หรือในฐานะผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตวิดีโอและเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ด้วยตนเองนั้น เรียกได้ว่า “จะสามารถนำพาธุรกิจ แบรนด์ สินค้าและผลิตภัณฑ์ไปสู่ความสำเร็จด้านยอดขาย และสามารถสร้างการยอมรับและการรับรู้ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง”  โดยเมื่อจบหลักสูตรนี้แล้วผู้ประกอบการจะมีความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการใช้วิดีโอมาร์เก็ตติ้งเพื่อการประชาสัมพันธ์สินค้า  และบริการ และมีความรู้เบื้องต้นในการผลิตวิดีโอ ตั้งแต่การค้นหาแนวคิด การผลิตเนื้อหา การถ่ายทำ การตัดต่อ และวิธีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ เช่น Youtube.com เป็นต้น

หากสนใจสามารถเข้าไปสมัครเรียนได้ที่ https://e-academy.ditp.go.th/ และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการหรือกิจกรรมอื่นๆ ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้ที่ nea.ditp.go.th หรือ www.ditp.go.th หรือ www.facebook.com/nea.ditp หรือ สายตรง การค้าระหว่างประเทศ 1169