ภาษาคืออาวุธสำคัญ! “นักวิเทศสัมพันธ์” อาชีพเปิดโลกกว้าง เน้นทักษะการสื่อสาร

ภาษาคืออาวุธสำคัญ! “นักวิเทศสัมพันธ์” อาชีพเปิดโลกกว้าง เน้นทักษะการสื่อสาร

ทุกวันนี้หลายคน อาจเลือกเรียนด้านภาษาเพียงเพราะมีความฝัน บ้างเลือกเรียนเพราะอยากเป็นแอร์โฮสเตส บ้างเลือกเรียนเพราะอยากเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดน และบางคนเลือกเรียนเพียงเพราะรู้ว่า “ภาษา” นั้นสำคัญ เรียนไปเพื่อให้มีความรู้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าอยากประกอบอาชีพอะไร ภาษา จึงเป็นเหมือนตัวเชื่อมพาเราไปสู่โลกกว้าง

คุณเดียร์-เพียงฝัน ดอเล๊าะ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แนะนำตัวให้รู้จัก เธอเป็นศิษย์เก่าปริญญาโท สถาบันการทูตและการต่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) และศิษย์เก่าปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  โดยหลังจากที่จบปริญญาตรี ได้สมัครเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานและล่าม (ภาษาอังกฤษและภาษามลายู) ในค่ายจุฬาภรณ์ เป็นโครงการของทหารเรือนาวิกโยธิน

หลังจากจบโครงการ สมัครเป็นล่ามภาษาอังกฤษที่โรงพยาบาลอินเตอร์แห่งหนึ่ง ทำงานไปได้สักระยะ จึงสมัครเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จากนั้นต่อยอดมาเป็นนักวิเทศสัมพันธ์ของกระทรวงฯ

คุณเดียร์-เพียงฝัน ดอเล๊าะ

“งานของนักวิเทศสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับภาษาโดยตรง ลักษณะงานค่อนข้างกว้าง ทั้งแปลเอกสาร ดูแลสัญญา MOU ต่างๆ และต้องมีทักษะด้านการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับคนต่างชาติ จำเป็นต้องใช้ทักษะหลายด้าน รวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละชาติด้วย นอกจากนี้ ในเรื่องของการแปลเอกสาร การเลือกใช้ถ้อยคำ สำเนียงภาษา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน”คุณเดียร์ บอกอย่างนั้น

และว่า งานราชการนับเป็นงานท้าทาย ส่วนมากเอกสาร มักมากระชั้นชิด เราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้หนังสือที่จะเสนอผู้ใหญ่เพื่ออนุมัติออกมาเรียบร้อยให้เร็วที่สุด หากช้าจะมีผลกระทบในหลายหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการขอใช้สถานที่ การเบิกค่าใช้จ่าย และยังมีปัญหาเฉพาะหน้า ที่ต้องพร้อมเผชิญอีกบ่อยครั้ง และทุกปัญหาด้วยความเป็นระบบราชการ คนทำงานไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องให้ผู้ใหญ่อนุมัติเท่านั้น แต่ในส่วนของการลงมือให้ลุล่วงเป็นอย่างดีนั้น ต้องอาศัยการสื่อสาร เหตุและผลที่จะชี้แจงผู้มีอำนาจสั่งการ เพื่อทำให้งานนั้นออกมาดี

“ล่าสุดมีโอกาสเข้าร่วมประสานงานและเป็นล่ามให้กับท่านปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในวาระที่เอกอัครราชทูตของประเทศเกาหลีเหนือ เดินทางมาเยี่ยมเยียนที่กระทรวง ในมุมองของเรา เกาหลีเหนือเป็นประเทศปิด เราอาจไม่มีโอกาสมีปฏิสัมพันธ์ไม่ว่าด้านใดๆ กับประเทศนี้มากนัก เมื่อโอกาสมาถึงจึงหาข้อมูล หาความรู้ เพื่อพร้อมต้อนรับ และสร้างความประทับใจให้พวกเขา เมื่อกลับไปจะได้นึกถึงประเทศไทยของเรา”คุณเดียร์ ทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้สู้โควิด! Food for Heroes ส่งอาหารช่วยโรงพยาบาล ตั้งเป้าเดือนนี้ 7,500 กล่อง
บทความถัดไปแฟรนไชส์ห้าแสน! “วีซ่าทูโก” ธุรกิจรับบริการ ยื่นขอวีซ่าไปต่างประเทศทุกรูปแบบ